xs
xsm
sm
md
lg

เบื้องหลังสนามบินแออัดน้อยลง SKY นำระบบ Smart Flow ช่วย พร้อมพาสนามบินไทยสู่ Green Airport

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



อุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายรอบด้าน ทั้งจากปริมาณนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลกลับมาจนเกิดปัญหาความแออัดในสนามบิน ไปจนถึงผลกระทบทางอ้อมจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ปัจจุบันสนามบินสุวรรณภูมิกลายเป็นจุดรับ และจุดผ่านนักเดินทางจากทั่วโลก

ในช่วงตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา SKY ได้นำระบบ"Smart Flow" เข้าไปเริ่มใช้งานเพื่อสลายความแออัดของผู้โดยสาร ช่วยให้ผู้โดยสารเกิดความคล่องตัวตั้งแต่การเช็กอิน ตรวจกระเป๋า จนถึงเดินไปขึ้นเครื่อง พร้อมต่อยอดโมเดลการลงทุนด้านเทคโนโลยีแห่งอนาคต ผลักดันท่าอากาศยานไทยสู่การเป็น "Green Airport"

นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันท่าอากาศยานหลักอย่างภูเก็ตและดอนเมือง กำลังเผชิญปัญหาผู้โดยสารหนาแน่น โดยเฉพาะบริเวณจุดตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ที่บางครั้งผู้โดยสารต้องใช้เวลารอคอยนับชั่วโมง

เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว SKY ได้นำร่องโปรเจกต์ "Smart Flow" ซึ่งเป็นระบบวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) ที่สามารถติดตาม พฤติกรรมและปริมาณผู้โดยสารตั้งแต่จุดลงรถ เข้าสู่จุดเช็กอิน, จุดตรวจค้น, ตม. ไปจนถึงหน้าเกต ระบบสามารถคาดการณ์ ล่วงหน้าได้ว่าในแต่ละช่วงเวลาจะมีผู้โดยสารไปกระจุกตัวอยู่บริเวณใด

ข้อมูลทั้งหมดนี้ จะทำให้ผู้บริหารท่าอากาศยานสามารถบริหารจัดการคิวและจัดสรรเจ้าหน้าที่รับมือได้อย่างแม่นยำ ปัจจุบันระบบนี้เปิดใช้งานแล้วที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และกำลังขยายผลไปยังท่าอากาศยานดอนเมือง

นอกจากนี้ SKY ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา AI สำหรับบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล เพื่อทดแทนการจัดตารางงานแบบเดิมที่ใช้คน ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดความผิดพลาด ทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานให้ได้มากที่สุด

"ตัวอย่างเช่น หากเครื่องบินขนาดใหญ่อย่าง A380 จะลงจอดในอีก 2 ชั่วโมง ระบบ AI จะคำนวณและสั่งการอัตโนมัติทันทีว่า ต้องใช้พนักงานทำความสะอาดกี่คน คนแรกเข้าไปทำความสะอาดจุดไหน เพื่อให้งานเสร็จภายใน 7 นาทีต่อ 1 เกต ซึ่งจากการทดสอบใช้ AI เข้ามาจะช่วยลดจำนวนพนักงานลงได้กว่าครึ่ง ถือเป็นการประหยัดต้นทุนได้อย่างมหาศาล"

***พาสนามบินไทยสู่ Green Airport

ขณะเดียวกันเมื่อโลกกำลังมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 ตามมาตรฐานสากล AOT จึงมีแผนขับเคลื่อนสู่การเป็น Green Airport อย่างเต็มรูปแบบ ทาง SKY จึงได้เตรียมโซลูชันลดต้นทุนและประหยัดพลังงานมารองรับ เช่น ระบบ Smart Airport, E-paper และ Energy Saving สำหรับอาคารผู้โดยสาร

จุดที่น่าสนใจคือ "รูปแบบการลงทุน" โดย SKY เสนอโมเดลที่บริษัทจะเป็นผู้ลงทุนระบบให้ก่อน เพื่อลดภาระงบประมาณก้อนใหญ่ของภาครัฐ โดยเฉพาะในช่วงปี 2570 ที่อาจมีสัญญาณการปรับลดงบประมาณของหน่วยงานรัฐ ทอท. ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินซื้อระบบขาด แต่ SKY จะรับรู้รายได้ในรูปแบบของค่าบริการระยะยาวแทน ซึ่งโมเดลนี้ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงินชั้นนำหลายแห่ง ช่วยให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีของประเทศสามารถเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่สะดุด

สำหรับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน-อิสราเอล นายสิทธิเดชยอมรับว่า ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนของสายการบินทั่วโลกจากการปรับเปลี่ยนเส้นทางการบิน ส่งผลให้ค่าน้ำมันพุ่งสูงขึ้นถึง 300% สายการบินบางแห่งต้องลดจำนวนเครื่องบินที่ให้บริการลงเพื่อลดต้นทุน ซึ่งสะท้อนผ่านยอดการจอง Slot การบินในไตรมาส 2 ที่คาดว่าจะลดลงราว 7-8% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม สถิติจำนวนผู้โดยสารในเดือนมีนาคมที่ผ่านมายังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งสนามบินของ AOT โตเฉลี่ย 8% และสนามบินของท่าอากาศยานโตไม่ต่ำกว่า 15% ประกอบกับทิศทางความตึงเครียดที่เริ่มคลี่คลายและราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง ทำให้คาดว่าในช่วงไตรมาส 3-4 สถานการณ์จะทยอยฟื้นตัวกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

นอกจากนี้ นายสิทธิเดช ได้เผยถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวของบริษัท โดยระบุว่าแพลตฟอร์มบริหารจัดการสนามบินแบบครบวงจรที่ SKY กำลังพัฒนาขึ้นมานี้ ถือเป็นนวัตกรรมที่ล้ำสมัยในระดับโลก ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการจดสิทธิบัตร (Patent) ในระดับนานาชาติ และตั้งเป้าว่าในช่วงไตรมาส 4 ของปีหน้า จะเริ่มนำแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีนี้ออกไปทำตลาดในต่างประเทศ เช่น ยุโรป แอฟริกา และเอเชีย เพื่อสร้างการเติบโตในระดับสากลต่อไป