'ไชยชนก' รีสตาร์ตค่า GP จ่อเรียกแพลตฟอร์มคุยใหม่ สั่ง 'ETDA' แกะค่าฟีทุกชั้น ไล่เช็ก Payment-ค่าบังคับขาย ปิดช่องว่างคุมค่าธรรมเนียม เพื่อปกป้องผลประโยชน์ประชาชน
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เคยประกาศแนวนโยบายไว้ตั้งแต่ครั้งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือน ต.ค.68 ว่า จะเข้ามาจัดการปัญหาเรื่องค่า GP การจัดเก็บภาษี ค่าใช้จ่ายบนแพลตฟอร์ม และต้นทุนขนส่ง ซึ่งล้วนเป็นปัญหาเรื้อรังที่ยืดเยื้อมานานและแก้ได้ยาก เนื่องจากแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ โดยเฉพาะแพลตฟอร์มต่างประเทศ มีอำนาจต่อรองสูง ขณะที่ก่อนหน้านี้เคยขอความร่วมมือมาแล้ว แต่แทบไม่มีผู้ประกอบการรายใดยอมปรับลดค่า GP ลงจริง และส่วนใหญ่มักเลือกใช้มาตรการทางอ้อม เช่น คูปองหรือสิทธิประโยชน์อื่นเข้ามาทดแทน ทำให้ในเวลานั้นมีการมอบหมายให้ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA เข้าไปดูแล
ในการกลับมารับตำแหน่งรอบนี้ นายไชยชนกมองว่า วิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นอาจกลายเป็นจังหวะสำคัญที่ภาครัฐจะยืนหยัดปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน จึงมีแผนเรียกผู้ประกอบการเข้ามาหารือกันอีกครั้ง เพื่อทบทวนโครงสร้างค่าใช้จ่ายบนแพลตฟอร์มอย่างจริงจัง
"ก่อนหน้านี้มีข้อถกเถียงกันเล็กน้อยว่า สุดท้ายแล้วหน่วยงานใดควรเป็นเจ้าภาพ แต่มุมมองหนึ่งเห็นว่า ETDA ซึ่งมีหน้าที่ดูแลกฎหมายด้านแพลตฟอร์มดิจิทัล ควรเข้ามารับผิดชอบโดยตรง หากทำเรื่องนี้ไม่ได้เราก็ไม่รู้ว่าจะมี ETDA ไว้ทำไม" นายไชยชนก กล่าว
ด้าน ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งเชิงนโยบายที่ชัดเจนให้ ETDA เข้าไปแก้กฎหมายเรื่องค่า GP โดยตรง แต่ประเด็นดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ ETDA ติดตามและทำงานมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว โดยที่ผ่านมาได้เชิญทั้งผู้ประกอบการร้านค้าบนแพลตฟอร์มและผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเข้ามาหารือ เพื่อรับฟังปัญหาจากทั้งสองฝั่งอย่างรอบด้าน
ทั้งนี้ ฝั่งร้านค้าสะท้อนว่า ค่า GP และค่าธรรมเนียมต่างๆ เพิ่มขึ้นหลายครั้ง หลายรูปแบบ ทั้งค่าแคมเปญ ค่าโครงสร้างพื้นฐาน และค่า Payment จนแยกยากว่าอะไรคือภาระจำเป็น ขณะที่ฝั่งแพลตฟอร์มให้เหตุผลว่า ต้นทุนของตัวเองก็เพิ่มขึ้นจากการพัฒนาระบบและการปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น การตรวจสอบสินค้าและมาตรฐานต่างๆ จึงจำเป็นต้องฟังข้อมูลทั้งสองด้านควบคู่กันไป ซึ่งหลังรับฟังข้อมูลแล้ว ETDA ได้นำเรื่องไปหารือร่วมกับหลายหน่วยงาน ทั้งสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.), กรมการค้าภายใน (คน.), สภาองค์กรของผู้บริโภค และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อหาคำตอบว่า การกำกับค่าบริการลักษณะนี้อยู่ในอำนาจของหน่วยงานใด
อย่างไรก็ดี จากการหารือพบว่า คน. ดูแลราคาสินค้าหรือบริการที่ถึงผู้บริโภคโดยตรง ขณะที่ กขค. จะเข้ามาได้เมื่อมีเหตุด้านการแข่งขันทางการค้าก่อน ทำให้เรื่องค่า GP ยังมีช่องว่างทางการกำกับดูแลอยู่พอสมควร และเมื่อ ETDA ตรวจสอบอำนาจตามกฎหมายของตัวเองก็พบว่า ยังไม่มีอำนาจประกาศกำหนดราคาหรือเพดานค่าธรรมเนียมโดยตรง จึงต้องใช้แนวทางเชิญผู้ประกอบการมาหารือเพื่อพิจารณาความเหมาะสมของการจัดเก็บค่า GP แทนการใช้อำนาจบังคับในทันที
ส่วนของกลไกทำงาน คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นแล้ว เพื่อพิจารณาเรื่องการเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ บนแพลตฟอร์ม โดยขณะนี้มีการประชุมไปแล้ว 1 ครั้งเมื่อต้นเดือน เม.ย.69 หน้าที่สำคัญคือทำความเข้าใจโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่ซับซ้อน และใช้คู่มือที่ ETDA จัดทำขึ้นเป็นกรอบให้แพลตฟอร์มแยกค่าใช้จ่ายออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ Mandatory หรือค่าใช้จ่ายที่ผู้ขายจำเป็นต้องจ่าย หากไม่จ่ายจะขายสินค้าไม่ได้ และ Optional หรือค่าใช้จ่ายทางเลือก เช่น การเข้าร่วมแคมเปญหรือโปรโมชันต่างๆ จากนั้นจึงค่อยประเมินว่า ค่าใช้จ่ายในส่วนที่บังคับจ่ายนั้นเหมาะสมและเป็นธรรมหรือไม่ เพราะเป็นต้นทุนที่ผู้ประกอบการหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว
ขณะเดียวกัน ETDA กำลังลงลึกคือเรื่อง Payment fee โดยได้ประสานธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้ช่วยประเมินว่าอัตราค่าธรรมเนียมดังกล่าวเหมาะสมเพียงใด เนื่องจากต้นทุนในระบบชำระเงินเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ถูกนำมาใช้อธิบายประกอบการเก็บค่าธรรมเนียมจากร้านค้า ทั้งนี้ ในองค์ประกอบของคณะอนุกรรมการก็มีหลายหน่วยงานเข้าร่วม รวมถึง ธปท. เพื่อช่วยกันพิจารณาต้นทุนแต่ละส่วนให้ชัดขึ้น ไม่ปล่อยให้ค่าธรรมเนียมถูกอธิบายแบบกว้างๆ จนตรวจสอบไม่ได้
"คณะอนุกรรมการจะประชุมกันประมาณเดือนละครั้ง โดยการประชุมครั้งที่ 2 คาดว่าจะอยู่ในเดือน พ.ค.69 และจะเชิญหน่วยงานที่มีประสบการณ์กำกับราคา เช่น สำนักงาน กสทช., คน. และ ธปท. มาแลกเปลี่ยนหลักคิดและวิธีการกำกับราคา ก่อนที่การประชุมคณะอนุกรรมการครั้งที่ 3 จะเชิญแพลตฟอร์มเข้ามาหารือบนฐานของคู่มือที่จัดทำไว้ เพื่อพิจารณาว่า ค่าธรรมเนียมที่ใช้อยู่สอดคล้องกับหลักการที่เป็นธรรมหรือไม่ โดยคาดว่าอีก 1-2 เดือนข้างหน้า เรื่องนี้จะเริ่มตกผลึกมากขึ้นว่ารูปแบบการจัดเก็บค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์มสอดคล้องกับหลักการที่กำลังวางไว้หรือไม่" ดร.ชัยชนะ กล่าว


