xs
xsm
sm
md
lg

GrabX 2026 เปิดเกม AI ยึดจังหวะชีวิตคนอาเซียน (Cyber Weekend)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ท่ามกลางแรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน เวที GrabX 2026 ถูกใช้เป็นมากกว่างานเปิดตัวสินค้า แต่เป็นพื้นที่ตอกย้ำว่า อินโดนีเซียยังเป็นหนึ่งในฐานหลักของเศรษฐกิจดิจิทัลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต รัฐมนตรีประสานงานด้านเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย ระบุว่า เศรษฐกิจไตรมาส 4/2568 ของประเทศยังขยายตัว 5.4% สูงเป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม G20 รองจากอินเดีย ขณะที่การบริโภคภาคครัวเรือนยังเติบโตเกือบ 5% คิดเป็น 53.63% ของ GDP เมื่อรวมกับฐานประชากร 280 ล้านคน และสัดส่วนธุรกิจของ Grab ในประเทศที่สูงกว่า 40% ก็ยิ่งตอกย้ำว่า อินโดนีเซียเป็นสนามใหญ่ที่บริษัทเทคโนโลยีไม่อาจมองข้าม

ขณะเดียวกัน รัฐบาลอินโดนีเซียยังชูว่าเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศมีมูลค่าเกือบ 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ อินโดนีเซียอยู่อันดับ 55 ในดัชนีนวัตกรรมโลกปี 2025 และมีสตาร์ทอัพราว 3,200 แห่ง รวมถึงยูนิคอร์น 7 แห่ง ทว่าอีกด้าน World Economic Forum ก็ประเมินว่า การจ้างงานทั่วโลก 22% จะเปลี่ยนแปลงภายในปี 2030 ทำให้โจทย์สำคัญไม่ใช่แค่เร่งใช้เทคโนโลยี แต่ต้องเร่งยกระดับทักษะแรงงานให้ทันด้วย

"ระบบดิจิทัลและ AI ไม่ได้เป็นเพียงกลไกใหม่ของการเติบโต แต่กำลังก้าวขึ้นเป็นแรงขับสำคัญที่เสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของอินโดนีเซีย และทำให้แพลตฟอร์มอย่าง Grab ไม่ได้เป็นแค่ธุรกิจเทคโนโลยี หากเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ที่ช่วยให้คนขับ ร้านค้า และเอสเอ็มอี เติบโตไปพร้อมกัน" แอร์ลังกากล่าว

แอนโทนี ตัน ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ Grab
เปิดศึก AI เพื่อคนตัวเล็ก

ขณะที่ แอนโทนี ตัน ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ Grab ดึงภาพลงมาสู่ระดับปฏิบัติการ โดยย้ำว่า AI ต้องไม่เป็นเครื่องมือของคนมีทุนหรือคนมีทักษะสูงเท่านั้น แนวคิด "AI-first, with HEART" จึงถูกวางให้ช่วยแก้ปัญหาชีวิตจริงของผู้ใช้ ร้านค้า และพาร์ตเนอร์ในภูมิภาคนี้

หัวใจของยุทธศาสตร์ดังกล่าวคือ "Intelligence Layer" หรือโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ Grab พัฒนามาหลายปี จนกลายเป็นสมองของบริการในแอป ทั้งด้านความปลอดภัย การจัดคำสั่งซื้อ และการเพิ่มประสิทธิภาพรายได้ของพาร์ตเนอร์ บริษัทพัฒนา Driver AI Assistant หรือ Coach ร่วมกับ OpenAI และมีคนขับมากกว่า 500,000 คนใช้งานแล้ว พร้อมยืนยันว่า Grab แบกรับต้นทุน AI Token เองทั้งหมด เพื่อให้เครื่องมืออย่าง MAI และ Coach ไปถึงมือพาร์ตเนอร์แบบฟรีๆ อีกทั้งยังทดลองใช้หุ่นยนต์อย่าง Carri เพื่อช่วยลดเวลาสูญเสียของคนขับ ซึ่งปัจจุบันกินเวลาสร้างรายได้ไปราว 10% นอกจากนี้ Grab ยังเดินหน้าจับมือกับแล็บ AI ชั้นนำของโลก อย่าง GPT, Claude, Gemini และ Kimi เพื่อยกระดับโมเดลให้ตอบโจทย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้แม่นขึ้น พร้อมขยับจากภาพเดิมของแอปเรียกรถหรือสั่งอาหาร ไปสู่การเป็น "Intelligent Everyday Guide" มากขึ้น

ฟิลลิป แคนดัล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ Grab
จากบริการสู่โครงสร้างพื้นฐาน

ฟิลลิป แคนดัล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Grab ระบุว่า การยกระดับครั้งนี้ไม่ใช่การเติมฟีเจอร์แบบกระจัดกระจาย แต่คือการอัปเกรดซูเปอร์แอปตลอด 14 ปี ให้กลายเป็น "Everyday Guide" บนฐานข้อมูลจากการเดินทางและคำสั่งซื้อสะสมกว่า 2 หมื่นล้านครั้ง ที่ทำให้บริษัทเข้าใจพฤติกรรมผู้ใช้ สภาพจราจร สภาพอากาศ และจังหวะชีวิตของคนในภูมิภาคได้ลึกขึ้น โดยฟีเจอร์เด่นฝั่งผู้บริโภคคือ "Group Ride" บริการเรียกรถแบบกลุ่มที่ให้ผู้โดยสารแต่ละคนกำหนดจุดรับ-ส่งของตัวเองได้ พร้อมแยกค่าโดยสารอัตโนมัติตามระยะทางจริง สภาพจราจร และเวลาที่ใช้จริง

พร้อมเตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ "Waiting Room" เพื่อติดตามความพร้อมของผู้ร่วมเดินทางแบบเรียลไทม์ Grab ระบุว่า ฟีเจอร์นี้ช่วยลดค่าโดยสารได้สูงสุด 40% เมื่อเทียบกับการเดินทางคนเดียว และขณะนี้เปิดให้บริการแล้วในอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย ก่อนขยายสู่เวียดนามภายในไตรมาส 3 ของปีนี้ ที่สำคัญ ส่วนลดของผู้โดยสารไม่ได้มาจากการกดค่าตอบแทนคนขับ แต่เกิดจากการรวมเส้นทางให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่คนขับก็มีโอกาสรับงานต่อเนื่องเพิ่มขึ้นด้วย

ฟีเจอร์อย่าง Grab More, Grab AI Assistant และ Cash Loan ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยลดความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การสั่งอาหาร การจัดการธุระ ไปจนถึงค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน ขณะที่ "GrabMaps" ถูกยกระดับจากแผนที่นำทางธรรมดาให้กลายเป็นชั้นข้อมูลเชิงตัดสินใจ ผ่านภาพถนนหลายล้านภาพ ข้อมูลสภาพอากาศ การจราจร และสถานการณ์หน้างานจริง ก่อนต่อยอดไปสู่การเชื่อมปฏิทิน, Custom Voice, จุดชาร์จ EV, ขนส่งสาธารณะ และ Indoor Navigation

ส่วนการเดินทางระหว่างประเทศก็ถูกรวมไว้ใน Personalised Travel Experience ตั้งแต่พาสปอร์ต เช็กอิน ประตูขึ้นเครื่อง ไปจนถึง eSIM และ Travel Pass โดยฟิลลิปย้ำว่า การเชื่อมข้อมูลปฏิทินเป็นระบบแบบ opt-in อย่างสมบูรณ์ และในฝั่งเครื่องมือร้านค้าอย่าง Virtual Store Manager บริษัทเลือกใช้ edge AI เพื่อให้การประมวลผลเกิดขึ้นที่หน้างานเป็นหลัก พร้อมทำ de-identify ข้อมูลก่อนส่งขึ้นคลาวด์เมื่อจำเป็น

ด้านไลฟ์สไตล์และการใช้จ่าย Grab ดัน Discover by Grab ขึ้นมาเป็นฟีดคอนเทนต์อาหารที่รวมรีวิวจริงเข้ากับการคัดสรรของ AI เพื่อให้ผู้ใช้หาร้าน จองโต๊ะ สั่งเดลิเวอรี หรือเรียกรถต่อได้ในแอปเดียว โดยมี Eatfluencer เข้ามาช่วยผลักชุมชนรีวิวคุณภาพ ขณะที่ GrabPay for Travel และ GrabStays ถูกวางเป็นเครื่องมือเสริมภายใต้แนวคิด Partner Apps ส่วนร้านค้าและคนขับ Grab ขยับ AI ลงจากหน้าจอไปสู่พื้นที่ทำเงินจริง ผ่าน Virtual Store Manager, Cloud Printer, Tap to Pay และ Driver AI Assistant โดยฟิลลิประบุว่า Cloud Printer และ Virtual Store Manager ยังเปิดให้ทดลองใช้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย แต่ในระยะต่อไปมีแนวโน้มขยับไปสู่โมเดลค่าสมาชิกหรือค่าบริการรายเดือนบางรูปแบบ เพราะเกี่ยวข้องกับต้นทุนฮาร์ดแวร์และการดำเนินงานจริง

"Grab ออกแบบ AI ให้ต้นทุนต่ำพอสำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใช้งานได้จริงอย่างปลอดภัยบนมือถือทั่วไป และไม่ปล่อยให้เทคโนโลยีนี้ถูกผูกอยู่กับรายใหญ่" ฟิลลิปกล่าว
พร้อมย้ำว่า GrabX 2026 เปิดตัวนวัตกรรมใหม่รวม 13 รายการ ภายใต้ 3 แกนหลัก ขณะที่ Early Access Programme ภายใน 1 ปี มีผู้ใช้เข้าร่วมแล้ว 200,000 ราย และส่งข้อเสนอแนะกลับมากกว่า 4,000 รายการ ก่อนต่อยอดออกมาเป็นฟีเจอร์อย่าง Shake and Share ที่เปิดทางให้ผู้ใช้เพียงเขย่าโทรศัพท์ก็ส่งฟีดแบ็กถึงบริษัทได้ทันที

ภาพทั้งหมดจึงสะท้อนชัดว่า Grab ไม่ได้ต้องการเป็นแค่แอปที่ถูกเปิดใช้เป็นครั้งคราวอีกต่อไป แต่กำลังยกระดับตัวเองขึ้นเป็นโครงสร้างพื้นฐานในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ร้านค้า และคนขับในภูมิภาคอย่างจริงจัง

เวที GrabX 2026 ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย

หุ่นยนต์ Carri ช่วยลดเวลาสูญเสียของคนขับ

Grab AI Assistant ออกแบบมาเพื่อช่วยลดความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน