xs
xsm
sm
md
lg

'กสทช.' กางแผนประมูลคลื่นล่วงหน้า คาดไม่เกินไตรมาส 1 ปี 2570

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



'กสทช.' เปิดแผนประมูลคลื่นรอบใหม่ มัดรวมหลายย่านให้เลือกสรร ทั้ง 2100 MHz ใกล้หมดอายุ และ 3500 MHz ที่เอกชนรอ ลุ้นโรดแมพทีวีดิจิทัลชี้ชะตา 600 MHz

รศ.ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านกิจการโทรคมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้ กสทช.ได้เริ่มกระบวนการเตรียมการนำคลื่นความถี่ออกประมูลอีกครั้งแล้ว โดยได้ปรับปรุง Spectrum Roadmap และจัดทำหลักเกณฑ์การจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 2100 MHz และ 3500 MHz รวมถึงย่านอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตของประเทศให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และในอีกด้านหนึ่งยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพความเร็วของเทคโนโลยี 5G ให้ขยับต่อไปสู่ 5.5G ได้อย่างมีประสิทธิผลมากขึ้น

ทั้งนี้ การเร่งเตรียมจัดสรรคลื่นความถี่ดังกล่าวมีที่มาจากแนวโน้มการใช้งานดิจิทัลที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยพบว่า จำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตโดยรวมของประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 60.94 ล้านคนในปี 2567 เป็น 62.11 ล้านคนในปี 2569 หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 0.64% ต่อปี แม้จำนวนผู้ใช้งานจะไม่ได้เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงมากนัก แต่ในทางกลับกัน ปริมาณการใช้งานของผู้บริโภคยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ตประจำที่ที่เติบโตเฉลี่ย 7.29% ต่อปี และอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่ภายในประเทศที่เติบโตเฉลี่ย 11.06% ต่อปี ซึ่งสะท้อนอย่างชัดเจนว่า ความต้องการใช้โครงข่ายและบริการดิจิทัลของประเทศยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และย่อมกดดันให้ผู้ให้บริการต้องมีทรัพยากรคลื่นความถี่รองรับมากขึ้นตามไปด้วย

ด้วยเหตุนี้ กสทช.จึงได้เตรียมการสำหรับการประมูลคลื่นความถี่ที่กำลังจะสิ้นสุดการอนุญาตในปี 2570 ได้แก่ คลื่นย่าน 2100 MHz ขนาด 2x45 MHz รวมถึงคลื่นความถี่ที่เหลือจากการประมูลครั้งที่ผ่านมาในย่าน 850, 1500 และ 1800 MHz ขณะเดียวกัน ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาจำนวนแบนด์วิดท์ที่เหมาะสมในย่าน 3500 MHz ด้วย โดยเบื้องต้นมีแผนจะจัดสรรคลื่นความถี่ดังกล่าวในช่วงไตรมาส 4 ปี 2569 ถึงไตรมาส 1 ปี 2570 ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการนำเสนอต่อที่ประชุม กสทช.ไปแล้วเมื่อเร็วๆ นี้ และบอร์ด กสทช.ได้ส่งเรื่องต่อให้คณะอนุกรรมการด้านการแข่งขันและราคาพิจารณาในรายละเอียดเพิ่มเติม

รศ.ดร.สมภพ กล่าวว่า สำหรับคลื่นที่จำเป็นต้องประมูลล่วงหน้า และปัจจุบันมีผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ใช้งานอยู่ในย่าน 2100 MHz แบบ FDD ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ซึ่งจะสิ้นสุดการอนุญาตในปี 2570 นั้น ประเด็นสำคัญอยู่ที่เอกชนจะตัดสินใจเข้าร่วมหรือไม่ โดยมองว่า ต้องพิจารณาจากอุปกรณ์และโครงข่ายที่เอกชนได้ลงทุนไปแล้วว่ามีความจำเป็นต้องใช้งานต่อเนื่องหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเอกชนยังมีความต้องการคลื่นความถี่อย่างแน่นอน เพราะหากไม่เข้าร่วม จำนวนคลื่นที่ถือครองอยู่จะลดลง ขณะที่ปริมาณการใช้งานของผู้บริโภคกลับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จึงยากที่ผู้ประกอบการจะปล่อยให้ทรัพยากรคลื่นลดลงในสภาวะเช่นนี้


สำหรับคลื่นความถี่ที่พร้อมจัดสรรและเป็นคลื่นที่เหลือจากการประมูลครั้งก่อนนั้น ประกอบด้วย คลื่นย่าน 850 MHz จำนวน 2x10 MHz, ย่าน 1500 MHz จำนวน 35 MHz, ย่าน 1800 MHz จำนวน 2x35 MHz, ย่าน 2100 MHz แบบ TDD จำนวน 15 MHz รวมถึงย่าน 2600 MHz จำนวน 100 MHz โดยในจำนวนนี้ คาดว่า คลื่น 1500 MHz จะเป็นย่านที่ได้รับความสนใจค่อนข้างมาก เนื่องจากเป็นคลื่นที่สามารถนำมาใช้เพื่อเพิ่มความจุของเครือข่ายและขยายความครอบคลุมในช่วงดาวน์โหลด รองรับการใช้งานดาต้าที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งในพื้นที่หนาแน่นและพื้นที่นอกเมือง อีกทั้งยังสามารถนำไปรวมใช้งานกับคลื่นย่านอื่น เพื่อยกระดับประสบการณ์ใช้งานของผู้บริโภคให้ได้รับอินเทอร์เน็ตที่เร็วขึ้น แม้อยู่ในพื้นที่แออัดก็ยังมีสัญญาณที่เสถียรมากขึ้น และช่วยลดปัญหาอินเทอร์เน็ตช้าในช่วงเวลาที่มีการใช้งานหนาแน่นได้ด้วย

นอกจากนี้ ในส่วนของคลื่นย่าน 3300-3700 MHz หรือรวม 400 MHz นั้น มีแนวคิดจะแบ่งคลื่นออกมาประมูลสำหรับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายเดิมส่วนหนึ่ง และกันไว้อีกส่วนหนึ่งสำหรับผู้เล่นรายใหม่ เพื่อเปิดทางให้เกิดการใช้งานในภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น ซึ่งถือเป็นคลื่นอีกย่านหนึ่งที่ภาคเอกชนรอคอย และต้องการเห็นแผนการประมูลที่ชัดเจนโดยเร็ว เพราะเป็นคลื่นที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเครือข่ายและบริการดิจิทัลในระยะต่อไป

ขณะเดียวกัน ยังมีคลื่นอีกย่านที่อยู่ระหว่างการศึกษา คือ คลื่น 600 MHz ขนาด 2x40 MHz ซึ่งปัจจุบันเป็นคลื่นที่กิจการทีวีดิจิทัลใช้งานอยู่ และจะสิ้นสุดการอนุญาตในปี 2572 โดย กสทช.จำเป็นต้องติดตามโรดแมพของกิจการกระจายเสียงก่อนว่าจะสรุปทิศทางออกมาอย่างไร อย่างไรก็ดี หากในอนาคตมีการนำคลื่นย่านนี้ออกประมูล กสทช.จะนำออกมาเพียงบางส่วนเท่านั้น คือ 20 MHz เพื่อไม่ให้กระทบต่อย่านความถี่ของทีวีดิจิทัลมากเกินไป ทั้งนี้ คาดว่าเมื่อถึงช่วงสิ้นสุดการอนุญาตของทีวีดิจิทัลในปี 2572 ตลาดอาจเหลือผู้ประกอบการเพียงไม่กี่ราย จึงเป็นอีกปัจจัยที่ กสทช.ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดควบคู่ไปกับการวางแผนจัดสรรคลื่นในระยะยาว