Meta เปิดตัว Muse Spark โมเดล AI ซึ่งถือเป็นผลงานชิ้นแรกจากห้องปฏิบัติการ Meta Superintelligence Labs (MSL) โดยมุ่งเป้าพลิกโฉมประสบการณ์การใช้งาน Meta AI ให้ฉลาด รวดเร็ว และตอบโจทย์ผู้ใช้งานแบบเฉพาะบุคคล มากยิ่งขึ้น
การมาของ Muse Spark ในครั้งนี้ ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อผสานการทำงานเข้ากับอีโคซิสเต็มของ Meta โดยที่โมเดลตัวนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพียงเพื่อตอบคำถามทั่วไป แต่ยังสามารถอ้างอิงข้อมูลจากคอนเทนต์ที่ผู้คนแชร์บนแพลตฟอร์มยอดฮิตทั้ง Instagram, Facebook และ Threads เพื่อนำมาประมวลผลและมอบคำแนะนำที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของผู้ใช้ได้ ปัจจุบันเทคโนโลยีนี้ได้เริ่มนำมาขับเคลื่อนแอปและเว็บไซต์ของ Meta AI แล้ว และจะทยอยขยายการอัปเดตไปทั่วโลก
การอัปเกรดโมเดลในครั้งนี้ ช่วยปลดล็อกความสามารถใหม่ๆ ให้กับแอปในเครือ Meta ได้แก่ ยกระดับประสิทธิภาพ Meta AI รองรับตั้งแต่คำสั่งพื้นฐานไปจนถึงงานที่มีความซับซ้อนสูง ด้วยศักยภาพด้านการให้เหตุผล (Reasoning) และการทำความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทั้งในรูปแบบข้อความและรูปภาพ
พร้อมทลายข้อจำกัดเดิมๆ ด้วยความสามารถในการเข้าใจบริบทของโลกแห่งความเป็นจริงผ่านภาพถ่าย เช่น ผู้ใช้งานสามารถใช้สมาร์ทโฟนถ่ายภาพชั้นวางขนม แล้วสั่งให้ Meta AI ช่วยวิเคราะห์ สแกนสินค้า หรือจัดอันดับขนมที่มีโปรตีนสูงสุดเพื่อช่วยตัดสินใจซื้อได้ทันที
นอกจากนี้ ยังมอบคำตอบและคำแนะนำที่ตรงใจและสอดคล้องกับความสนใจของผู้ใช้แต่ละราย โดยเรียนรู้จากพฤติกรรมและคอนเทนต์บน Instagram, Facebook และ Threads รวมถึงรองรับการทำงานแบบอินเทอร์แอกทีฟ เพียงแค่พิมพ์คำสั่ง (Prompt) ผู้ใช้ก็สามารถสั่งให้ AI สร้างแดชบอร์ดส่วนตัวสำหรับจัดเตรียมงานเซอร์ไพรส์ หรือแม้กระทั่งสร้างมินิเกมสไตล์เรโทรไว้เล่นและแชร์กับเพื่อนๆ ได้
Meta ระบุเพิ่มเติมว่า โครงสร้างของ Muse Spark ถูกออกแบบมาให้รองรับการขยายตัวและพัฒนาประสิทธิภาพได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว โดยนอกจากการนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ของตนเองแล้ว บริษัทยังอยู่ระหว่างการเตรียมพร้อมเพื่อเปิดให้พาร์ทเนอร์และนักพัฒนาภายนอกเข้าถึงผ่าน API รวมถึงพิจารณาโอกาสในการเปิดเป็นโมเดลแบบโอเพนซอร์ส (Open Source) ในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ Meta ที่ต้องการผลักดันนวัตกรรมและขยายการเข้าถึงเทคโนโลยี AI ขั้นสูงในวงกว้างต่อไป


