โพสต์ข้อความ "ฉันขอประกาศว่า..ฉันไม่ได้ให้สิทธิ์การอนุญาตสำหรับ FACEBOOK หรือ META เพื่อใช้ข้อมูลส่วนตัวของฉันทั้งหมด..ใน ทุก ๆ กรณี" กำลังแพร่ระบาดอีกครั้งบนไทม์ไลน์ของผู้ใช้ Facebook และ Instagram ในปี 2026 แต่แท้ที่จริง เรื่องนี้คือข้อมูลเท็จในรูปจดหมายลูกโซ่เก่าแก่ที่กลับมาในรูปแบบใหม่ ซึ่งไม่มีผลทางกฎหมายใด ๆ เลย
ข้อความนี้เคยถูกเมต้า (Meta) ต้นสังกัดเฟซบุ๊ก (Facebook) ชี้แจงชัดเจนในปี 2019 โดยให้คำจำกัดความว่าข่าวลือดังกล่าวเป็น "มีมที่ผ่านการคัดลอกและวางข้อความเหล่านั้นที่โพสต์บนกระดานข้อความ แล้วส่งต่อในอีเมล และแชร์ผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งมีมานานพอๆ กับอินเทอร์เน็ต"
จดหมายลูกโซ่ viral hoax นี้วนเวียนกลับมาทุกครั้งที่มีการปรับนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Meta ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับโฆษณา การติดตาม หรือล่าสุดคือการใช้โพสต์สาธารณะฝึกฝนโมเดลปัญญาประดิษฐ์หรือ AI
แต่ความจริงคือ เมื่อมีการสร้างบัญชี Facebook หรือ Instagram ขึ้นมา ผู้ใช้รายนั้นได้ยอมรับเงื่อนไขหรือ Terms of Service และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Meta ไปแล้ว โพสต์สถานะส่วนตัวแบบนี้ไม่สามารถยกเลิกหรือแก้ไขสัญญาผูกพันทางกฎหมายนั้นได้ในทางใดทางหนึ่ง
ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยและกฎหมายข้อมูลหลายคนย้ำว่า การโพสต์ข้อความดังกล่าวไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลย แถมยังอาจกลายเป็นสัญญาณให้มิจฉาชีพเห็นว่า ผู้ใช้รายนี้ “กังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว” ซึ่งอาจทำให้ตกเป็นเป้าหมายของการหลอกลวงแบบ phishing หรือ “ช่วยกู้คืนบัญชี” ได้ง่ายขึ้น
***ยิ่งโพสต์ ยิ่งเสี่ยง
แม้จะไม่ได้ทำให้บัญชีใครถูกแฮกโดยตรง แต่การโพสต์ข้อความแบบนี้กลับเพิ่มความเสี่ยง เพราะการโพสต์ข้อความอาจเป็นการประกาศตัวเอง ว่าผู้ใช้รายนั้นอาจเป็นเหยื่อที่หลงเชื่ออะไรง่ายดาย ซึ่งเป็นสิ่งที่สแกมเมอร์ชอบมากที่สุด
มีความเป็นไปได้ว่า มิจฉาชีพสามารถค้นหาและรวบรวมรายชื่อผู้ที่โพสต์ข้อความนี้ได้ง่าย เพราะเป็นข้อความคัดลอก-วางแบบเดียวกัน ซึ่งผู้ที่โพสต์แบบนี้มักถูกมองว่าไม่เข้าใจวิธีป้องกันข้อมูลอย่างแท้จริง หรืออาจขาดความรู้ทันด้านดิจิทัล ทำให้มิจฉาชีพคิดว่าผู้ใช้รายนั้นอาจหลงเชื่อข้อความหลอกลวงอื่น ๆ ได้ง่าย
หลังจากโพสต์ไปไม่นาน มิจฉาชีพอาจส่งข้อความส่วนตัว (DM) มาล่อลวงว่า “บัญชีคุณเสี่ยงโดน Meta ใช้ข้อมูล เรามีวิธีแก้” โดยอาจจะหลอกให้คุณส่งรหัสยืนยัน 2 ชั้น (2FA), ลิงก์รีเซ็ตรหัสผ่าน หรือข้อมูลส่วนตัวเพิ่มเติม ซึ่งเมื่อได้ข้อมูลแล้ว ก็จะสามารถยึดบัญชีไปโพสต์หลอกลวงต่อให้เพื่อนของบัญชีนั้น
***วิธีจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของ Meta อย่างถูกต้อง
หากใครต้องการจำกัดการใช้ข้อมูลจริงจัง ต้องเข้าไปตั้งค่าผ่านเครื่องมืออย่างเป็นทางการของแพลตฟอร์มเท่านั้น
ส่วนแรกที่หลายคนตั้งค่าจำกัดการใช้ข้อมูล คือจัดการข้อมูลสำหรับโฆษณา โดยใช้เครื่องมือ Ad Preferences เพื่อปิดการใช้รายละเอียดส่วนตัว เช่น สถานะความสัมพันธ์ หรือที่ทำงาน และกิจกรรมจากเว็บไซต์อื่น ๆ ในการแสดงโฆษณาแบบเจาะจง
ส่วนที่ 2 คือปิดการติดตามนอกระบบของ Meta หรือ Off-Meta Activity สามารถไปที่ Settings & Privacy แล้วเลือก Settings จากนั้นคลิกที่ Accounts Center เลือก Your Information and Permissions และ Your Activity Off Meta Technologies เพื่อตัดการเชื่อมโยงกิจกรรมจากเว็บไซต์และแอปภายนอก
ส่วนที่ 3 คือการคัดค้านการใช้ข้อมูลฝึก AI
ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นมา Meta ใช้โพสต์สาธารณะ ภาพถ่าย ความคิดเห็น และแคปชันในการฝึกโมเดล AI สำหรับผู้ใช้ในภูมิภาคที่มีกฎหมายคุ้มครองข้อมูล เช่น สหภาพยุโรปหรือสหราชอาณาจักร สามารถใช้สิทธิ Object ได้ใน Privacy Center ภายใต้ส่วน AI at Meta
อย่างไรก็ตาม ในหลายประเทศ (รวมถึงสหรัฐฯ) ทางเลือกนี้อาจต้องยื่นแบบฟอร์มคัดค้านพร้อมข้อมูลสนับสนุน ซึ่ง Meta ไม่ได้รับประกันการอนุมัติทุกกรณี
ส่วนที่ 4 คือ Privacy Checkup หรือการใช้เครื่องมือตรวจสอบความเป็นส่วนตัวในตัวแอป เพื่อรีวิวอย่างรวดเร็วว่าใครเห็นโพสต์ ข้อมูลโปรไฟล์ และแอปอื่นๆ ที่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูล
สรุปแล้ว การคัดลอกแล้ววางข้อความปฏิเสธสิทธิ์บนไทม์ไลน์อาจทำให้รู้สึกดีขึ้นชั่วขณะ แต่ไม่ได้ช่วยปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล โดยหากกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวจริงจัง สิ่งที่ดีที่สุดคือใช้เครื่องมือตั้งค่าอย่างเป็นทางการของ Meta หรือพิจารณาลดการใช้งานและโพสต์เนื้อหาสาธารณะให้น้อยลง.


