xs
xsm
sm
md
lg

วิเคราะห์คำขู่ "อิหร่าน" เล็งทำลายศูนย์ข้อมูล AI สตาร์เกต 30,000 ล้านดอลล์ใน UAE

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



วิเคราะห์กรณีอิหร่าน ปล่อยวิดีโอขู่ทำลายล้างทำลายศูนย์ข้อมูล AI สตาร์เกต มูลค่า 30,000 ล้านดอลลาร์ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีการโชว์ภาพถ่ายดาวเทียมซูมจาก Google Maps ไปยังพื้นที่ว่างเปล่าในทะเลทรายอาบูดาบี พร้อมบอกว่าไม่มีสิ่งใดซ่อนเร้นจากสายตาของ IRGC แม้จะถูก Google ปิดบังไว้ ก่อนสลับมาแสดงภาพจำลองของศูนย์ข้อมูล Stargate แบบชัดเจนในโหมดกลางคืน

โครงการ Stargate นั้นเป็นคลัสเตอร์ AI ขนาดยักษ์มูลค่า 30,000 ล้านดอลลาร์ ที่จะมีกำลังประมวลผลสูงถึง 1 กิกะวัตต์ โดยมีบริษัทชั้นนำอย่าง OpenAI, Nvidia, Oracle, SoftBank และ G42 เข้าร่วม โดยข้อตกลงโครงการ Stargate เกิดขึ้นในช่วงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เยือนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 และถูกยกย่องว่าเป็นก้าวสำคัญในการครองความเป็นผู้นำด้าน AI ของสหรัฐฯ

โดรนอิหร่านเคยโจมตีศูนย์ข้อมูล Amazon Web Services สองแห่งในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และบาห์เรนเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2026
ที่ผ่านมา โดรนอิหร่านเคยโจมตีศูนย์ข้อมูล Amazon Web Services สองแห่งในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และบาห์เรนเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2026 ถือเป็นการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ไฮเปอร์สเกลของบริษัทอเมริกันครั้งแรกที่ได้รับการยืนยัน ท่ามกลางความขัดแย้งครั้งนี้ที่ทำให้ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้น ส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันและสินค้าทั่วโลก

ในวิดีโอ อิหร่านยังออกชื่อบริษัทเทคโนโลยีอเมริกันชั้นนำอีกมากมาย เช่น Apple, Google, Microsoft, Intel, Tesla และ Boeing ว่าเป็นเป้าหมายโจมตี โดยเรียกร้องให้พนักงานอพยพออกจากสำนักงานในภูมิภาคทันที

***ไทม์ไลน์อิหร่านขู่ทำลายศูนย์ข้อมูล AI

กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ได้เผยแพร่วิดีโอเตือนเมื่อวันที่ 3 เมษายน ที่ผ่านมา โดยระบุว่าอินฟราสตรักเจอร์ของสหรัฐฯ และอิสราเอลในตะวันออกกลางอาจเผชิญกับการทำลายล้างครั้งใหญ่ โดยเฉพาะศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์สตาร์เกต (Stargate) มูลค่า 30,000 ล้านดอลลาร์ที่กำลังจะสร้างในอาบูดาบี ซึ่งถูกระบุว่าเป็นเป้าหมายสำคัญ

Brigadier General Ebrahim Zolfaghari โฆษก IRGC กล่าวในวิดีโอว่า หากสหรัฐฯ ดำเนินการตามคำขู่ต่อโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน เราจะตอบโต้ทันที”
วิดีโอนี้ถูกส่งมาหลังจากที่ IRGC เคยออกคำขู่อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2026 ผ่านช่องทาง Telegram และสำนักข่าว Tasnim โดยประกาศว่าจะถือบริษัทเทคโนโลยีอเมริกัน 18 แห่งเป็น “เป้าหมายที่ชอบด้วยกฎหมาย” เพื่อตอบโต้การโจมตีและการลอบสังหารผู้นำอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล

บริษัทที่ถูกระบุชื่อ ได้แก่ Apple, Google, Microsoft, Nvidia, Meta, Intel, IBM, Oracle, Cisco, HP, Dell, Palantir, Tesla, Boeing และอื่น ๆ ซึ่ง IRGC กล่าวหาว่าบริษัทเหล่านี้ โดยเฉพาะผู้ให้บริการ ICT, AI และคลาวด์ ช่วยเหลือในการวางแผนและติดตามเป้าหมายทางทหารผ่านเทคโนโลยีที่มีในมือ

Brigadier General Ebrahim Zolfaghari โฆษก IRGC กล่าวในวิดีโอว่า "หากสหรัฐฯ ดำเนินการตามคำขู่ต่อโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน เราจะตอบโต้ทันที” โดยระบุว่าทุกโรงไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของ “ระบอบไซออนิสต์” รวมถึงบริษัทที่คล้ายกันในภูมิภาคที่มีผู้ถือหุ้นชาวอเมริกัน จะถูกทำลายสิ้นซาก



หลังจากคำพูดเตือนภัย วิดีโอได้ตัดภาพไปยังภาพถ่ายดาวเทียมที่เริ่มจากมุมมองโลกจากอวกาศ แล้วซูมเข้าสู่อาบูดาบีด้วย Google Maps โดยโฟกัสไปที่พื้นที่ทะเลทรายใกล้ชายฝั่งที่ดูว่างเปล่าในตอนแรก ตามด้วยข้อความบนหน้าจอว่า “ไม่มีสิ่งใดซ่อนเร้นจากสายตาของเรา แม้จะถูก Google ปิดบังไว้” จากนั้นภาพก็สลับไปเป็นโหมดมองเห็นกลางคืนจำลอง แสดงเค้าโครงเต็มรูปแบบของศูนย์ข้อมูล AI สตาร์เกตอย่างชัดเจน

โครงการสตาร์เกต เป็นคลัสเตอร์คอมพิวติ้ง AI ขนาดยักษ์ที่วางแผนจะขยายกำลังการประมวลผลถึง 1 กิกะวัตต์เมื่อก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ โดยจะพัฒนาเป็นขั้นตอน เริ่มจากเฟสแรกขนาด 200 เมกะวัตต์ในปี 2026 และขยายไปสู่ระดับเต็ม 1 กิกะวัตต์ มูลค่าการลงทุนโดยประมาณอยู่ที่ 30,000 ล้านดอลลาร์

บริษัทเทคโนโลยีและนักลงทุนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ OpenAI, Nvidia, Cisco, Oracle, SoftBank จากญี่ปุ่น และบริษัท AI ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อย่าง G42 โครงการนี้ถูกนำเสนอในฐานะส่วนหนึ่งของความพยายามขยายโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ออกไปนอกสหรัฐฯ โดยข้อตกลงโครงการได้รับการประกาศเมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 ในระหว่างการเยือนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ตามข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ถือเป็นการติดตั้งศูนย์ข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดนอกสหรัฐฯ

แฟ้มภาพรถ bulldozers จอดอยู่ด้านนอกศูนย์ข้อมูล Amazon ที่กำลังก่อสร้างในเมืองนิวคาร์ไลล์ รัฐอินเดียนา สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2026
คำขู่ระบุว่าจะเริ่มโจมตีสำนักงานและโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทเหล่านี้ในตะวันออกกลาง ตั้งแต่เวลา 20:00 น. ของวันที่ 1 เมษายน ตามเวลาเตหะราน โดย IRGC เรียกร้องให้พนักงานของบริษัทเหล่านี้อพยพออกจากสถานที่ทำงานทันทีเพื่อรักษาชีวิต และเตือนพลเรือนให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ภายในรัศมี 1 กิโลเมตรจากสถานที่เหล่านั้น อย่างไรก็ตามจนถึงวันที่ 7 เมษายน 2026 ยังไม่มีรายงานการโจมตีทางกายภาพครั้งใหญ่ที่ยืนยันได้ต่อสำนักงานหรือศูนย์ข้อมูลของบริษัทเหล่านี้โดยตรง นอกจากการโจมตีศูนย์ข้อมูลของ AWS ก่อนหน้านี้เมื่อต้นเดือนมีนาคม

***หากศูนย์ข้อมูลถูกทำลายจริงจะเกิดอะไรขึ้น?

หาก IRGC ลงมือโจมตี Stargate หรือศูนย์ข้อมูลอื่น ๆ ของบริษัทเทคโนโลยีอเมริกันในภูมิภาค อาจจะส่งผลกระทบรุนแรงหลายระดับ เช่น ผลกระทบทางเทคนิคและบริการดิจิทัล โดยศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่อย่าง Stargate อาจเก็บฮาร์ดแวร์ AI จำนวนมหาศาล การถูกทำลายย่อมจะทำให้การฝึกฝนโมเดล AI การประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ และบริการคลาวด์ของ OpenAI, Microsoft, Google, Nvidia มีโอกาสล่มหรือชะงักงันในระดับภูมิภาคและอาจลามไปทั่วโลก เนื่องจากหลายบริการใช้ระบบสำรองข้ามภูมิภาค

ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ตามมาอาจไม่ได้มีแค่ความเสียหายทางตรงตามมูลค่าศูนย์ข้อมูล แต่อาจอยู่ในรูปหุ้นบริษัทที่เกี่ยวข้องอย่าง Nvidia, Microsoft, OpenAI (ผ่าน Microsoft) และ Oracle ที่จะผันผวนหนัก ขณะเดียวกัน การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ในตะวันออกกลางซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วอาจหยุดชะงักหรือถูกยกเลิก บริษัทเทคโนโลยีอาจต้องย้ายหรือกระจายศูนย์ข้อมูลไปยังพื้นที่ปลอดภัยกว่า

แฟ้มภาพภาพถ่ายทางอากาศของศูนย์ข้อมูล Amazon Web Services หรือที่รู้จักกันในชื่อ US East 1 ในเมืองแอชเบิร์น รัฐเวอร์จิเนีย
ในส่วนผลกระทบต่อผู้ใช้และธุรกิจ ทั้งบริการธนาคารออนไลน์ การชำระเงิน ระบบธุรกิจคลาวด์ แอปพลิเคชันต่าง ๆ ในภูมิภาคอ่าวและที่เชื่อมโยงกัน มีโอกาสที่จะล่มเป็นวงกว้าง คล้ายกับที่เกิดขึ้นหลังการโจมตี AWS ก่อนหน้า ซึ่งทำให้ระบบสำรองล้มเหลวและบริการดับขัดข้อง

หากศูนย์ข้อมูลถูกทำลาย ความขัดแย้งนี้อาจจะขยายจากสงครามทางทหารสู่ “สงครามโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล” เพิ่มเติมจากช่องแคบฮอร์มุซซึ่งถูกปิดกั้นอยู่แล้ว แต่จะถึงคิวที่เส้นทางดิจิทัลโลกยิ่งตึงเครียดมากขึ้น ซึ่งอาจกระตุ้นให้สหรัฐฯ ส่งทหารเพิ่มหรือตอบโต้ด้วยการโจมตีทางไซเบอร์/ทางอากาศรุนแรงขึ้นก็ได้

ที่สุดแล้ว คำขู่ของ IRGC ถูกมองว่ายังอยู่ในขั้น “ขู่ตอบโต้” เพื่อกดดันสหรัฐฯ ไม่ให้โจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่าน แต่ด้วยประวัติการโจมตี AWS และการแสดงภาพดาวเทียม Stargate อย่างละเอียด ความเสี่ยงที่ศูนย์ข้อมูลจะถูกทำลายจึงมีอยู่จริงและอาจเกิดขึ้นได้หากความขัดแย้งบานปลาย อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงเร็วมาก แปลว่าทุกคนควรติดตามข่าวจากแหล่งที่น่าเชื่อถืออย่างใกล้ชิด ว่าจะมีการโจมตีเกิดขึ้นหรือไม่ เพราะการโจมตีเพียงครั้งเดียวอาจจุดชนวนผลกระทบลูกโซ่ที่รุนแรงต่อเศรษฐกิจดิจิทัลและสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางก็ได้.