xs
xsm
sm
md
lg

'ไชยชนก' คัมแบ็กดีอี เล็งดึง DGA ใต้กำกับกระทรวง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



'ไชยชนก' ได้ฤกษ์ไหว้ศาลพระพรหม หลังรับตำแหน่ง รมว.ดีอี อีกสมัย แย้มดึง 'DGA' ใต้กำกับกระทรวง อัปเกรดแอปทางรัฐ ดันบริการภาครัฐดิจิทัลให้เข้าถึงประชาชนมากขึ้น

เมื่อวันที่ 7 เม.ย.69 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยภายหลังเข้าสักการะศาลพระพรหม เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง ว่า กระทรวงดีอีอยู่ระหว่างจัดทำมาตรการประหยัดพลังงานสำหรับหน่วยงานภายในกระทรวง โดยจะพิจารณาให้สอดคล้องกับภารกิจของแต่ละหน่วยงาน เนื่องจากการให้บริการภาครัฐของแต่ละกระทรวงมีความแตกต่างกัน ทำให้แนวทางลดการใช้พลังงานไม่อาจใช้รูปแบบเดียวกันทั้งหมดได้ และจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในระยะต่อไป

นายไชยชนก กล่าวว่า ในช่วงเวลาที่สถานการณ์โลกยังมีความผันผวน โดยเฉพาะปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประเมินผลกระทบบนพื้นฐานข้อเท็จจริง เพราะแม้วิกฤตจะสร้างแรงกดดัน แต่ก็เป็นจังหวะสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องเร่งปรับตัว และใช้โอกาสนี้ระดมความร่วมมือเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

สำหรับกระทรวงดีอี ขณะนี้มีหลายเรื่องเร่งด่วนที่ต้องติดตามตามสถานการณ์ โดยเฉพาะประเด็นด้านพลังงานและน้ำมัน ซึ่งได้มีการสั่งการในเบื้องต้นแล้ว พร้อมเตรียมมาตรการสำรองรองรับในกรณีที่สถานการณ์บีบให้ต้องควบคุมการใช้พลังงานมากขึ้น เช่น ความเป็นไปได้ในการกำหนดเพดานการใช้น้ำมันสำหรับยานพาหนะต่อคนต่อวัน หากเกิดภาวะจำเป็นในอนาคต

ส่วนของมาตรการลดใช้พลังงานภายในกระทรวง นายไชยชนกระบุว่า ได้เริ่มดำเนินการแล้วในบางส่วน ไม่ว่าจะเป็นการปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศภายในอาคารราชการ ขณะที่ตนเองไม่มีรถประจำตำแหน่งและไม่มีรถนำขบวน หากไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนก็จะไม่ใช้ เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานเท่าที่สามารถดำเนินการได้


นอกจากนี้ กระทรวงยังอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางใช้รถยนต์ไฟฟ้า หรืออีวี แม้ที่ผ่านมาอาจมีเสียงวิจารณ์ในสังคมอยู่บ้าง แต่นายไชยชนกกล่าวว่า เห็นว่ามาตรการลักษณะนี้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการช่วยลดการใช้พลังงานของประเทศ และชื่นชมแนวทางของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี รวมถึงบุคคลอื่นๆ ที่สนับสนุนเรื่องดังกล่าว เพราะมองว่าเป็นความร่วมมือที่ทุกฝ่ายสามารถทำได้ตามศักยภาพของตนเอง

นายไชยชนกยังกล่าวถึงโครงสร้างการทำงานของกระทรวงว่า การมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอีเข้ามาร่วมงาน ถือเป็นภาพสะท้อนว่าภารกิจของกระทรวงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากกระทรวงดีอีมีบทบาทสำคัญต่อประเทศ ทั้งในมิติของกฎหมาย การติดตามความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และการขับเคลื่อนภารกิจเร่งด่วนอีกหลายด้าน จึงเห็นว่าการมีผู้มาช่วยแบ่งเบางานจะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

"กระทรวงดีอีควรเป็นหนึ่งในกลไกหลักของประเทศ และต้องเติบโตให้เข้าถึงประชาชนทุกระดับ โดยสาระสำคัญไม่ได้อยู่ที่การจัดลำดับหรือเกรดของกระทรวง แต่อยู่ที่การกำหนดทิศทางนโยบายของรัฐบาลให้ไปในแนวทางเดียวกัน และสามารถผลักดันงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรม" นายไชยชนก กล่าว

ด้านการบูรณาการงานดิจิทัลภาครัฐ นายไชยชนก กล่าวว่า กระทรวงมีแผนดึงสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) เข้ามาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมากขึ้น เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และสามารถเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยในทางปฏิบัติ DGA มีการทำงานร่วมกับกระทรวงอยู่แล้ว แต่การจัดวางให้ชัดเจนยิ่งขึ้นจะช่วยให้การขับเคลื่อนนโยบายเป็นเอกภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในภาวะที่ต้องอาศัยการตัดสินใจและการบูรณาการข้อมูลอย่างรวดเร็ว


ด้าน น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอี กล่าวว่า แนวทางดึง DGA เข้ามาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงในเบื้องต้น จะมุ่งไปที่การพัฒนาแอปพลิเคชันทางรัฐ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนมากขึ้น จากเดิมที่แอปดังกล่าวสามารถใช้ขอเอกสารหรือเข้าถึงบริการภาครัฐบางประเภทได้แล้ว โดยในระยะต่อไปจะมีการต่อยอดรายละเอียดและเพิ่มบริการต่างๆ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการของรัฐได้สะดวกยิ่งขึ้น

น.ส.แนน กล่าวว่า รูปแบบการทำงานแบบ Work from Home หรือ Work from Anywhere ยังมีความจำเป็นในหลายหน่วยงาน และควรได้รับการพัฒนาอย่างจริงจัง เพราะที่ผ่านมาหลายหน่วยงานได้นำไปใช้แล้วและเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน สอดคล้องกับพฤติกรรมของประชาชนและระบบงานในปัจจุบันที่พึ่งพาแอปพลิเคชันและบริการดิจิทัลมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ส่วนผลกระทบจากมาตรการประหยัดพลังงานที่อาจทำให้การใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มสูงขึ้น กระทรวงดีอีกำลังหารือร่วมกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นในเรื่องราคาค่าอินเทอร์เน็ตนั้นอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักงาน กสทช. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ จึงต้องพิจารณาในรายละเอียดว่ากระทรวงจะสามารถเข้าไปช่วยสนับสนุนในจุดใดได้บ้าง

อย่างไรก็ดี แนวทางที่กระทรวงเห็นว่าน่าจะดำเนินการได้เร็ว อาจไม่ใช่การเข้าไปดูแลราคาอินเทอร์เน็ตโดยตรง แต่เป็นการสนับสนุนบริการไวไฟพื้นฐานในชุมชน หรือการนำมาตรการที่ภาครัฐเคยมีอยู่แล้วกลับมาปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้สะดวกขึ้นและเห็นผลได้ในระยะใกล้ โดยเฉพาะในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ มากกว่าการรอผลในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า

ทั้งนี้ หน่วยงานภาครัฐจำเป็นต้องปรับตัวให้เร็วขึ้น เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละวัน และสามารถอำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่มาตรการและแนวนโยบายที่ชัดเจนในภาพรวม อาจต้องรอการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาโดยนายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 9-10 เม.ย.69 ซึ่งจะสะท้อนทิศทางการดำเนินงานของแต่ละกระทรวงภายใต้รัฐบาลชุดนี้