'ดีอี' เร่งปั้นเครือข่ายต้านเฟกนิวส์ สร้างภูมิคุ้มกันภัยออนไลน์คนใต้ ดึงรัฐ-เอกชน-สื่อ-อาสาดิจิทัล ผนึกกำลังสกัดข่าวลวง รู้ทันภัยไซเบอร์ รับมือภัย AI และดีปเฟก
เมื่อวันที่ 30 มี.ค.69 น.ส.ชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ปัญหาการเผยแพร่ข่าวปลอม หรือเฟกนิวส์ ซึ่งส่งผลให้สังคมเกิดความเข้าใจผิด ตื่นตระหนก และวิตกกังวลในวงกว้าง กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่มิจฉาชีพปรับเปลี่ยนรูปแบบการก่ออาชญากรรมอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญญาประดิษฐ์ (AI), Deepfake, Malware และ Ransomware ในหลากหลายรูปแบบ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่ประชาชนทุกช่วงวัยใช้งานกันอย่างแพร่หลาย ส่งผลให้ข้อมูล ข่าวสาร และเนื้อหาที่ถูกเผยแพร่ออกไปอย่างรวดเร็วและกว้างขวางจำนวนไม่น้อยไม่ตรงกับข้อเท็จจริง อีกทั้งยังก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน กระทบต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ รวมถึงเชื่อมโยงไปสู่การหลอกลวงออนไลน์ในรูปแบบอื่นเพิ่มมากขึ้นด้วย
น.ส.ชมภารี กล่าวว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย ได้เดินหน้าดำเนินงานเชิงรุกอย่างจริงจัง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนสามารถใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ได้อย่างปลอดภัย รู้เท่าทันภัยไซเบอร์ และไม่ตกเป็นเหยื่อของสแกมเมอร์ โดยล่าสุดได้จัดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างการรับรู้ให้รู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม ครั้งที่ 1 ภายใต้โครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Anti Fake News Center: AFNC) ที่จังหวัดสงขลา สำหรับบุคลากรภาครัฐ รวมถึงเครือข่ายภาคเอกชน ภาคประชาชน สื่อมวลชน และอาสาสมัครดิจิทัลในพื้นที่จังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง จำนวนประมาณ 200 คน ณ ห้องประชุม Grand Ballroom อาคาร Grand Ballroom Buri Sriphu Hotel อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อพัฒนาให้เป็นบุคลากรด่านหน้าที่จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนในการรับมือกับข่าวปลอมได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ยังทำหน้าที่เป็นช่องทางสำคัญให้ประชาชนสามารถติดตามข่าวสาร แจ้งเบาะแส และตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวลวงได้อย่างรวดเร็วและน่าเชื่อถือ โดยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ถึง 26 มี.ค.69 ศูนย์ได้คัดกรองข้อความรวมทั้งสิ้น 13,736,942 ข้อความ และพบว่าในจำนวนดังกล่าวเป็นข่าวปลอม 408 เรื่อง ข่าวจริง 532 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 142 เรื่อง และข้อมูลไม่เพียงพอ 49 เรื่อง สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาข่าวเท็จยังคงแพร่กระจายอย่างต่อเนื่อง และจำเป็นต้องได้รับการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ ในช่วงสถานการณ์อุทกภัยพื้นที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อเดือน พ.ย.68 ศูนย์ยังได้ติดตามและคัดกรองข้อความที่เป็นกระแสในโลกออนไลน์อย่างใกล้ชิด จนพบข้อมูลที่เข้าข่ายข่าวปลอมจำนวน 150 เรื่อง ซึ่งต่อมาได้มีการยืนยันและเผยแพร่ข้อมูลในหมวดภัยพิบัติเพื่อแจ้งเตือนประชาชนแล้วอย่างทันท่วงที
"การจัดกิจกรรมดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือและการเสริมภูมิคุ้มกันทางสังคม โดยมุ่งเผยแพร่องค์ความรู้ให้ประชาชน รวมถึงเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รู้เท่าทันและร่วมกันต่อต้านข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ ที่ผ่านมาศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ MOU กับหน่วยงานพันธมิตรหลายแห่ง เพื่อกระจายข้อมูลที่ผ่านการยืนยันแล้วให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างกว้างขวางและรวดเร็ว อาทิ ธนาคารกรุงไทยผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง กองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ รายการชัวร์ก่อนแชร์ ตลอดจนสื่อมวลชนในแขนงต่างๆ เพื่อร่วมกันแจ้งเตือนและรับมือกับข่าวปลอมได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพมากขึ้น" น.ส.ชมภารี กล่าว


