"เอเซอร์" (Acer) เล็งนำเข้าเครื่องปรับอากาศ เปิดตลาดไทยปี 2026 ปรับทัพก้าวข้ามขีดจำกัดฉลอง 50 ปีทรานส์ฟอร์มองค์กรครั้งใหญ่ ทะลวงตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า-การแพทย์-AI PC ประเดิมบุกตลาดอุปกรณ์ประกอบคอมพิวเตอร์ (DIY) เต็มตัว
นายเจฟ ลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวในวาระการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของแบรนด์ Acer และการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยก้าวเข้าสู่ปีที่ 33 ว่าทิศทางล่าสุดของเอเซอร์ คอมพิวเตอร์ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่แค่การเป็นแบรนด์ไอทีคอมพิวเตอร์แบบเดิมอีกต่อไป แต่กำลังทลายกรอบเดิมเพื่อขยายไลน์ธุรกิจใหม่อย่างเต็มรูปแบบ สู่การเป็นแบรนด์ที่มี 4 เสาหลักซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัลแบบครบวงจร
“เอเซอร์มุ่งขยายพอร์ตโฟลิโอไปสู่ 4 กลุ่มธุรกิจใหม่ ได้แก่ 1. Industrial PC (พีซีสำหรับอุตสาหกรรม) 2. Health Care (อุปกรณ์การแพทย์และซอฟต์แวร์) 3. Energy (พลังงานและโซลาร์เซลล์) และ 4. Home Appliances (เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน)”
การประกาศนี้น่าสนใจสำหรับ Acer ที่ตอกย้ำฐานะแชมป์ตลาดพีซีมาตลอด โดยแม้ตลาดไอทีคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันจะเข้าสู่ภาวะอิ่มตัว โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยวิ่งวนอยู่ที่ระดับบวกลบ 5% หลังจากที่เคยก้าวกระโดดทำยอดสูงสุดไปแล้วในช่วงโควิด-19 แต่เอเซอร์ยังคงสามารถรักษาตำแหน่งแชมป์ส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ในกลุ่มสินค้าคอนซูเมอร์และเกมมิ่งโน้ตบุ๊กพีซีไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง
สำหรับก้าวต่อไป เอเซอร์มองว่ายังคงอยู่ที่การรุกตลาด AI PC แบบเต็มพิกัด โดยมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ที่มาพร้อมขุมพลังซีพียู AI จากทั้งค่าย Intel และ AMD อาทิ Swift Edge และ Swift Go ที่เน้นความบางเบาพกพาง่าย รวมถึงโน้ตบุ๊กเกมมิ่งสายดุดันอย่างซีรีส์ Predator และ Nitro ที่อัปเกรดประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อรองรับฟีเจอร์ AI ใหม่ๆ ตลอดจนมินิพีซีขนาดกะทัดรัดแต่ทรงพลังที่อัดสเปกระดับท็อปอย่างซีพียู Core 7 และแรม 32GB
***Acerpure บุกสมาร์ทโฮมพรีเมียม ไม่เน้นสงครามราคา
ในส่วนของกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า เอเซอร์ได้ส่งแบรนด์ Acerpure (เอเซอร์เพียว) เข้ามาตีตลาดตั้งแต่ช่วงปี 2020-2021 โดยเริ่มต้นจากสินค้าพัดลมหมุนเวียนและเครื่องฟอกอากาศ และเตรียมที่จะขยายครอบคลุมไปถึงกลุ่มทีวีและเครื่องปรับอากาศในปี 2026
นายบุญพัทธ ชูบรรเจิด รองผู้อำนวยการ Acerpure Business Group บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ระบุชัดเจนว่าจะไม่ลงไปฟาดฟันสงครามราคากับแบรนด์จากประเทศจีน แต่จะมุ่งเน้นสร้างความแตกต่างด้วยการผสานนวัตกรรม AI ดีไซน์ที่สวยงามล้ำสมัย และการควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานระดับโลก
"ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา สินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กสามารถทำยอดขายทะลุ 100 ล้านบาทไปแล้ว และในปีนี้ได้ตั้งเป้าหมายสเกลยอดขายทะยานสู่ 200 ล้านบาท"
น่าเสียดายที่ยังไม่มีการเปิดเผยราคาจำหน่ายเครื่องปรับอากาศรุ่นแรกของเอเซอร์ ที่มีรูปทรงเล็กแต่พลังแรง 24,000 BTU แต่ความน่าตื่นเต้นของมูฟเมนต์นี้ก็ยังเต็มเปี่ยม เนื่องจากนี่คือการขยายสู่กลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่อย่างจริงจัง โดยแอร์จัดอยู่ในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านภายใต้แบรนด์ Acerpure ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจใหม่ที่เอเซอร์ตั้งใจปั้นขึ้นมา และผู้บริหารมองว่าเมื่อสินค้ากลุ่มชิ้นใหญ่จะช่วยสร้างยอดขายและขยายตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าของบริษัทให้เติบโตได้อย่างก้าวกระโดด
บุญพัทธ อธิบายว่าเอเซอร์ตั้งเป้าทำตลาดแอร์ใน 4 ประเทศหลักที่มีสภาพอากาศร้อนและมีความต้องการสูง ได้แก่ อินเดีย ซึ่งมีประชากรถึง 400 ล้านคน, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย (ประชากร 200 ล้านคน) และประเทศไทย โดยยอมรับว่าปัจจุบันมีบางแบรนด์ที่มักจะตั้งราคาขายถูกมากในแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น ราคา 6,000 - 9,000 บาทแต่มักจะไม่มีบริการติดตั้งให้ ซึ่งเอเซอร์จะเน้นการมอบคุณภาพระดับโลก ในราคาที่สอดคล้องกับตลาดท้องถิ่นมากกว่า
"ประเทศไทยยังมีข้อได้เปรียบเรื่องภาษีนำเข้าที่ต่ำ ทำให้เอเซอร์สามารถนำเข้าแอร์มาทำตลาดได้แบบยืดหยุ่น"
เพื่อสร้างความแตกต่างจากแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าดั้งเดิม เอเซอร์จะนำจุดแข็งด้านเทคโนโลยีมาใช้ โดยเตรียมนำเทคโนโลยี AI เข้ามาผสานลงในสินค้าหลายรายการ และในอนาคตจะมุ่งนำเข้าโซลูชันด้านการประหยัดพลังงาน (Energy Saving) เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานตามบ้านที่เผชิญปัญหาค่าไฟแพง
เมื่อถามถึงช่องทางการขาย บุญพัทธย้ำว่า Acerpure จะเน้นทำมุมแสดงสินค้าหรือ "Brand Corner" ตามจุดขายของพาร์ทเนอร์หรือห้างสรรพสินค้า โดยไม่เน้นร้านแอร์ทั่วไป เนื่องจากกลยุทธ์ของบริษัทคือการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์
ขณะเดียวกันก็จะใช้บริการหลังการขายเป็นจุดแข็ง โดยผลักดันให้โดดเด่นกว่าคู่แข่งรายเดิมในตลาดด้วยการดึงเอาศักยภาพของศูนย์บริการและมาตรฐานบริการหลังการขายของแบรนด์ Acer ที่มีความแข็งแกร่งมายาวนานในตลาดไอที เข้ามาซัพพอร์ตการซ่อมบำรุงและดูแลเครื่องใช้ไฟฟ้า
***Acer Medical นำทัพโซลูชันองค์กรครบวงจร
นางสาวณัฐฐนันท์ รัตนพรพิศ รองผู้อำนวยการฝ่าย Commercial Business Group บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าสำหรับตลาดฝั่งองค์กร นอกเหนือจากการขายคอมพิวเตอร์รุ่นพาณิชย์ทั่วไป เอเซอร์มุ่งยกระดับเป็นผู้ให้บริการ "Enterprise Solution" แบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นเซิร์ฟเวอร์ AI และระบบประมวลผลขั้นสูงจากแบรนด์ Altos รวมไปถึงซอฟต์แวร์ความปลอดภัยไซเบอร์ชั้นนำ (ACSI)
นอกจากนี้ ความสำเร็จระดับมาสเตอร์พีซที่หลายคนอาจยังไม่ทราบคือกลุ่มบริษัทลูกอย่าง "Acer Medical" ซึ่งเป็นการนำซอฟต์แวร์ AI มาช่วยแพทย์ตรวจวินิจฉัยโรคทางจักษุวิทยา โดยผ่านการรับรองจาก FDA ในประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว และปัจจุบันมีการนำไปใช้งานจริงเพื่อยกระดับศักยภาพทางการแพทย์ในโรงพยาบาลกว่า 50-60 แห่งทั่วประเทศ
***ตะลุยตลาด DIY
นายสุพงศ์ ตั้งตรงเบญจศีล ผู้อำนวยการฝ่าย Retail Business บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าปี 2026 จะเป็นปีที่เอเซอร์พร้อมรุกตลาดคอนซูเมอร์ด้วยการก้าวเข้าสู่สมรภูมิอุปกรณ์ประกอบคอมพิวเตอร์ (DIY Components) โดยมุ่งส่งกองทัพผลิตภัณฑ์ใหม่แบบครบเซ็ต ตั้งแต่ RAM, SSD แบรนด์เอเซอร์ ไปจนถึงอุปกรณ์ระดับไฮเอนด์ภายใต้แบรนด์ Predator เช่น DDR5 ประสิทธิภาพสูง ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ คีย์บอร์ดกลไก (Mechanical Keyboard) และเคสประกอบคอมสไตล์ "ตู้ปลา" ที่กำลังเป็นที่นิยม
นอกจากนี้ เอเซอร์ยังชูจุดแข็งเรื่อง Local Build หรือศักยภาพในการประกอบเครื่องตามสั่งจากโรงงานในประเทศไทย เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น ตอบสนองความต้องการผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด และช่วยบริหารความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมกันนี้ยังมีการจัดโปรโมชันแถมจอเกมมิ่งมูลค่าสูงสำหรับลูกค้าที่ซื้อเซ็ตคอมพิวเตอร์ประกอบตัวท็อป
ในส่วนการเจาะตลาดไลฟ์สไตล์ดิจิทัล เอเซอร์ยังคงทำแคมเปญร่วมกับคาแรกเตอร์ฮอตฮิตอย่าง "น้องเนย" (Butterbear) ต่อเนื่อง โดยต่อยอดจากการออกคอลเลกชันสินค้าทั้งโน้ตบุ๊ก แผ่นรองเมาส์ เมาส์ และสร้างปรากฏการณ์นำกล่องสุ่ม (Blind Box) มาใช้ในวงการไอที ซึ่งได้กระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่
นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด ทิ้งท้ายว่าดาวรุ่งหรือ Rising Star ของเอเซอร์ในปีนี้ยังคงเป็นกลุ่มธุรกิจหลัก ทั้งโน้ตบุ๊ก (Notebook), เดสก์ท็อป (Desktop) และเทคโนโลยี AI PC ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญระดับคอร์บิสิเนส (90% ของรายได้รวม) ที่เอเซอร์จะต้องรักษาและผลักดันต่อไปให้แข็งแกร่งที่สุด แม้ว่าภาพรวมตลาดจะยังต้องเผชิญกับปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ท้าทาย รวมถึงต้นทุนส่วนประกอบอย่างเช่นหน่วยความจำ (Memory) ที่พุ่งสูงขึ้นก็ตาม
นอกจากนั้นคือการเปิดน่านน้ำใหม่เพื่อกวาดรายได้จากตลาดที่เอเซอร์ไม่เคยทำมาก่อนอย่าง Acerpure ธุรกิจที่มีสินค้ารวมกว่า 30 SKUs บนโร้ดแม็ป 6 กลุ่มสินค้า ซึ่งเครื่องปรับอากาศจะเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ Acer เริ่มเปิดตลาดไทยอย่างเป้นทางการในปี 2026.


