xs
xsm
sm
md
lg

NetSfere เปิดตัวเทคโนโลยีสื่อสารองค์กร สัญญาณหายแต่สายไม่ตัด ต่อกลับอัตโนมัติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เน็ตสเฟียร์ (NetSfere) แพลตฟอร์มการสื่อสารและส่งข้อความที่เน้นความปลอดภัยสูงระดับองค์กร แจ้งเกิดฟีเจอร์ใหม่ตอบโจทย์องค์กรธุรกิจโทรออนไลน์ผ่าน VoIP เรื่องสำคัญได้ต่อเนื่อง การันตีสัญญาณหายแต่สายไม่ตัด พร้อมต่อกลับมาเองอัตโนมัติ

อานูรัก ลาล (Anurag Lal) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NetSfere กล่าวว่า การสื่อสารที่เชื่อถือได้เป็นพื้นฐานสำคัญของการดำเนินงานขององค์กร ด้วยเทคโนโลยี Self-Healing Voice Resiliency ของเน็ตสเฟียร์ ผู้ใช้จะมั่นใจได้ว่าการสนทนาที่สำคัญจะไม่ถูกขัดจังหวะแม้ในสภาวะเครือข่ายที่ไม่แน่นอน

"นวัตกรรมที่ได้รับการจดสิทธิบัตรนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของเราในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารที่ปลอดภัยและยืดหยุ่นสำหรับองค์กรสมัยใหม่”

NetSfere คือแพลตฟอร์มการสื่อสารและส่งข้อความที่เน้นความปลอดภัยสูงระดับองค์กร (Enterprise Secure Messaging) พัฒนาโดยบริษัท Infinite Convergence Solutions ออกแบบมาเพื่ออุตสาหกรรมที่ต้องการการปกป้องข้อมูลเข้มงวด เช่น การเงิน สุขภาพ (HIPAA) และทหาร รองรับข้อความ เสียง และวิดีโอ ที่มีการเข้ารหัสแบบ End-to-End ปัจจุบันมีฐานผู้ใช้รวมกว่า 500 ล้านราย ประมวลผลข้อความมากกว่า 1 ล้านล้านข้อความต่อปี

 NetSfere คือแพลตฟอร์มการสื่อสารและส่งข้อความที่เน้นความปลอดภัยสูงระดับองค์กร ซึ่งเป็นจุดต่างจากคู่แข่งรายอื่นอย่าง Microsoft Teams, Cisco Webex และ Zoom
สำหรับเทคโนโลยี Self-Healing Voice Resiliency Technology นั้นเป็นสิทธิบัตรสำคัญ โดย NetSfere ได้รับ U.S. Patent No. 12,549,617 จากสำนักงาน USPTO (United States Patent and Trademark Office) อย่างเป็นทางการ สิทธิบัตรนี้คือหลักฐานว่าเทคโนโลยีนี้ไม่มีใครทำมาก่อนในรูปแบบนี้

หลักการทำงานของเทคโนโลยีนี้คือการแก้ปัญหาเดิมของ VoIP หรือระบบโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ตแบบดั้งเดิม เช่น Zoom, Teams หรือแอปโทรทั่วไป โดยเมื่อสัญญาณขาดหาย สายมักจะเกิดการขัดข้อง ทำให้ผู้ใช้ต้องโทรกลับเอง เสียเวลา และเสียจังหวะการสนทนา โดยเฉพาะในกรณีที่คุยเรื่องสำคัญ อาจสร้างความเสียหายตามมา

วิธีการของ Self-Healing Technology จะใช้การตรวจจับ ซึ่งทำให้ระบบรับรู้ทันทีแบบ Real-time ว่าสัญญาณมีปัญหา จากนั้นจะแจ้งเตือน ส่งทั้งเสียงและภาพให้ผู้ร่วมสนทนาทราบล่วงหน้าว่ากำลังเชื่อมต่อใหม่ การเชื่อมต่อสายกลับจึงเกิดขึ้นโดยไม่ต้องให้ผู้ใช้กดอะไร ทำให้บทสนทนาเกิดขึ้นต่อเนื่อง ดำเนินต่อได้ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

อีกฟีเจอร์พิเศษที่น่าสนใจของ NetSfere คือการประชุมที่ปลอดภัยควบคุมได้เต็มที่สำหรับคนในและนอกองค์กร รวมถึงการส่งต่อเอกสารหลายรูปแบบได้ไร้รอยต่อ
นอกจากนี้ อีกฟีเจอร์พิเศษที่น่าสนใจคือ Multi-Device Continuity โดยหากโทรศัพท์ที่ใช้งานอยู่เกิดแบตหมด หรือเครื่องดับ ระบบจะโอนสายไปยังอุปกรณ์เครื่องอื่นที่ได้รับอนุญาตโดยอัตโนมัติ ถือเป็นก้าวกระโดดที่สำคัญมากสำหรับพนักงานภาคสนาม หรือทีมกู้วิกฤตที่ต้องการการสื่อสารที่ต่อเนื่องตลอดเวลา

ที่ผ่านมา NetSfere เป็นแพลตฟอร์มที่มีการพัฒนาต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ได้เปิดตัวความสามารถป้องกันภัยควอนตัม Quantum-Resilient Encryption โดย NetSfere ได้ฝังชุดคำสั่ง Post-Quantum Cryptography (PQC) ตามมาตรฐาน NIST ไว้ในแพลตฟอร์มแล้ว ซึ่งหมายความว่าแม้ในอนาคตเมื่อคอมพิวเตอร์ควอนตัมสามารถถอดรหัสการเข้ารหัสแบบเก่าได้ ข้อมูลขององค์กรที่ใช้ NetSfere ก็ยังปลอดภัย

ในอีกด้าน NetSfere กำลังเพิ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้าไปในแพลตฟอร์ม ทำให้ผู้ใช้สามารถสรุปบทสนทนาอัตโนมัติ, วิเคราะห์ข้อมูลการสื่อสาร, ช่วยจัดการ Workflow โดยยังคงควบคุมความเป็นส่วนตัวและการปฏิบัติตามกฏระเบียบหรือ Compliance ขององค์กรไว้อย่างเต็มที่

ลักษณะการใช้งานแอปพลิเคชัน NetSfere
ก้าวใหม่ของ NetSfere ถือว่ามีความสำคัญกับโลกธุรกิจ ที่มีสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปลี่ยนไป โดยปัจจุบัน องค์กรขนาดใหญ่มักมีพนักงานกระจายทั่วโลก รวมถึงทำงานจากที่บ้าน จากสนามบิน จากพื้นที่ที่สัญญาณไม่เสถียร ซึ่งการสื่อสารที่ "ขาดตอน" ไม่ใช่แค่ความไม่สะดวก แต่อาจเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจ

อุตสาหกรรมที่เชื่อว่าจะได้ประโยชน์สูงจากฟีเจอร์ใหม่ของ NetSfere คือวงการแพทย์ เนื่องจากแพทย์จะสามารถคุยกับทีมฉุกเฉินในพื้นที่ห่างไกล นอกจากนี้ยังมีองค์กรด้านการเงิน เช่นทีม Trader ที่ต้องตัดสินใจในทุกวินาที รวมถึงองค์กรกลุ่มภาครัฐและกลาโหม ที่ต้องสื่อสารในพื้นที่ที่สัญญาณไม่แน่นอน และกลุ่มโลจิสติกส์ ที่จำเป็นต้องประสานงานในพื้นที่ที่อาจสัญญาณอ่อน โดย NetSfere ได้ผ่านมาตรฐานระดับโลกครบครัน ทั้ง FedRAMP, GDPR, HIPAA, SOC2, ISO 27001 ซึ่งแปลว่าใช้ได้ทั้งในระดับรัฐบาลสหรัฐ, ธุรกิจในยุโรป และสถาบันการแพทย์

ปัจจุบัน NetSfere ต้องแข่งขันกับผู้เล่นในตลาด VoIP และตลาด Enterprise Communication ที่มีผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Microsoft Teams, Cisco Webex, Zoom แต่การที่ NetSfere เลือกจดสิทธิบัตร และวางจุดยืนเน้นเรื่องความปลอดภัยและความเสถียรของระบบ ถือเป็นการหาช่องว่างของตลาดที่ชัดเจน ต่างจากบริษัทอื่นที่อาจเน้นฟีเจอร์ทั่วไปมากกว่าเพิ่มความปลอดภัย.