เจมาร์ท (Jaymart) ปรับแบรนด์หวังขยายฐานลูกค้ากลุ่ม Gen Z และ Gen Alpha ควบคู่ไปกับการรักษาฐานลูกค้าเดิม พร้อมเปิดวิสัยทัศน์ “Jaymart Mobile” ปี 2026 ชูกลยุทธ์ 4 เสาหลัก ปูพรมขยายสาขา พร้อมบริการสินเชื่อมือถือออนไลน์ อนุมัติไวใน 3 นาที รับเครื่องใน 1 ชั่วโมง
เอกชัย สุขุมวิทยา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เพื่อให้สอดรับกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ บริษัทจึงตัดสินใจปรับ Brand Identity ใหม่ทั้งหมด
แม้จะมีการปรับเปลี่ยนโลโก้ให้มีความโค้งมน ทันสมัย (Modern) คล่องตัว (Agile) และเข้าถึงง่าย (Approachable) มากขึ้น แต่บริษัทยังคงรักษาเอกลักษณ์สำคัญคือ “Endless Triangle” หรือสัญลักษณ์สามเหลี่ยม Infinity Loop เอาไว้
โดยสามเหลี่ยมนี้สื่อถึงความยั่งยืน ความสมดุล และตัวแทนของ 3 เสาหลักที่ขับเคลื่อนธุรกิจ ได้แก่ 1. ลูกค้า ที่ต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง 2. พาร์ทเนอร์ พันธมิตรทางธุรกิจ และ 3. พนักงาน ซึ่งโลโก้ใหม่นี้จะถูกนำไปใช้กับทุกธุรกิจในเครือ รวมถึงหน้าร้านเจมาร์ททุกสาขา
ดุสิต สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด ให้ข้อมูลถึงทิศทางและกลยุทธ์ของ Jaymart Mobile ในปี 2026 ว่า บริษัทตั้งเป้าขยายฐานลูกค้ากลุ่ม Gen Z ให้เพิ่มขึ้นเป็น 25% ภายในสิ้นปี 2026 จากปัจจุบันที่มีฐานข้อมูลลูกค้ากว่า 3.3 ล้านราย
“ในแต่ละปีตลาดมือถือในภาพรวมมีมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท โดยทางเจมาร์ทมีส่วนแบ่งอยู่ราว 8-10% และตั้งเป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็น 15% ภายในปีนี้ ด้วยเป้าหมายรายได้รวมที่ 15,000 ล้านบาท จากการขยายทั้งสาขา และรับพาร์ทเนอร์ธุรกิจเพิ่มเติม”
สำหรับกลยุทธ์ของ เจมาร์ท โมบาย ในปีนี้ จะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลักด้วยกัน คือ Affordable Campaign:เน้นการเข้าถึงง่ายผ่านระบบ CRM, การนำเครื่องเก่ามาแลกเครื่องใหม่ผ่าน E-bidding Platform ที่ให้ราคาดีที่สุดในตลาด รวมถึงโปรโมชันพิเศษร่วมกับพาร์ทเนอร์หลักอย่าง AIS
ตามด้วย Financial Destination ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านสินเชื่อ สมาร์ทโฟนด้วยการใช้ “บัตรประชาชนเพียงใบเดียว” ผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Samsung Finance+, SG Finance (ครอบคลุมแบรนด์ชั้นนำ เช่น Oppo, Vivo, Xiaomi) และสินเชื่อสำหรับผลิตภัณฑ์ Apple เสริมด้วย Mobile Protection บริการประกันอุบัติเหตุสำหรับสมาร์ทโฟนที่ผูกไปกับตัวเครื่อง เพื่อความอุ่นใจของลูกค้าตลอดการใช้งาน 12-24 เดือน
ที่สำคัญคือ Store Expansion หรือการเดินหน้าขยายสาขาจาก 300 แห่งในปี 2025 สู่โมเดลที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ทั้งในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่, ไฮเปอร์มาร์เก็ต (Lotus’s, Big C), การยกระดับร้านตู้กว่า 4,000 ราย ให้เป็น Jaymart Partner
โดยมีไฮไลท์สำคัญคือ โมเดล Standalone ที่ร่วมมือกับ 7-Eleven เจาะลึกระดับตำบลและอำเภอ ซึ่งนำร่องไปแล้วที่แม่สอดและอุตรดิตถ์ ที่มีแผนขยายเพิ่มเป็น 40 สาขาในปีนี้ รวมแล้วจะเพิ่มสาขาทั้งหมดอีก 100 แห่งในปีนี้ เบื้องต้น เจมาร์ท โมบาย วางงบในการขยายสาขาปีนี้ไว้ที่ 60 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ เจมาร์ท โมบาย ได้เปิดบริการใหม่ "Online Seamless" ในการขอสินเชื่อสมาร์ทโฟนแบบ Fully Online ร่วมกับ SG Finance+ โดยลูกค้าสามารถทำรายการได้ทุกที่ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว รู้ผลอนุมัติภายใน 3 นาที และสามารถรับเครื่องได้ภายใน 1 ชั่วโมง


