เมื่อเทคโนโลยี AI ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงที่แนบเนียนยิ่งขึ้น ล่าสุด YouTube ได้จัดการขั้นเด็ดขาดกับโฆษณาหลอกลวงที่ใช้เทคโนโลยี Deepfake แอบอ้างผู้บริหารชักชวนลงทุนคริปโตเคอร์เรนซี พร้อมสั่งถอดโฆษณาดังกล่าวออกจากระบบทันที
แถลงการณ์จาก YouTube ระบุ และเน้นย้ำว่า “นโยบายการสื่อให้เข้าใจผิดของเรา ห้ามมิให้มีการแอบอ้างเป็นบุคคลสาธารณะที่มีจุดประสงค์เพื่อหลอกลวงผู้คน โดยการกล่าวอ้างที่เป็นเท็จว่าได้รับการรับรองจาก หรือมีความเกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะโดยเด็ดขาด
“ระบบของเรามีการตรวจสอบโฆษณาอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการละเมิดนโยบาย และเมื่อพบโฆษณาที่เป็นปัญหา เราดำเนินการตรวจสอบและนำโฆษณานั้นออกจากระบบทันที ดังเช่นที่เราได้ดำเนินการในกรณีนี้”
สำหรับต้นเหตุของสถานการณ์นี้ มาจากการที่โลกออนไลน์ได้เกิดข้อสงสัยและค้นหาชื่อของ “สมชาย แซ่ตั้ง” หลังปรากฏคลิปโฆษณาบนแพลตฟอร์ม YouTube ของชายที่อ้างตัวว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน ชักชวนให้เข้าร่วมระบบเทรดคริปโตที่อ้างว่าทำกำไรได้อย่างง่ายดาย
เพียงแต่หลังจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า “สมชาย แซ่ตั้ง” ไม่มีตัวตนอยู่จริงในวงการการลงทุน แต่เป็นเพียงตัวละครที่มิจฉาชีพสร้างขึ้น โดยนำภาพวิดีโอของ คุณเค-อรรถกฤต ชิมผลาพิบูลย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (Bitkub) มาดัดแปลงด้วยเทคโนโลยี AI และ Deepfake พร้อมเปลี่ยนชื่อและใส่เสียงพากย์ทับลงไปใหม่ทั้งหมดเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
โดยเพจเฟซบุ๊กทางการของ Bitkub ได้ออกประกาศเตือนภัยประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยย้ำเตือนห้ามหลงเชื่อหรือกดลิงก์โฆษณาที่อ้างชื่อ “สมชาย แซ่ตั้ง” บน YouTube โดยเด็ดขาด
แน่นอนว่า จุดที่ผู้ใช้งานควรตั้งข้อสังเกตหากพบเห็นโฆษณาการลงทุนที่อ้างผลตอบแทนสูง ทำกำไรได้ง่ายและรวดเร็ว มักเป็นสัญญาณอันตราย ของการหลอกลวง ผู้ใช้งานควรตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัดก่อนตัดสินใจ
ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบว่าบุคคลในคลิปมีตัวตนจริงและมีประวัติเกี่ยวข้องกับการชักชวนลักษณะนั้นหรือไม่ พร้อมสังเกตแหล่งที่มา ว่าคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่จากช่องทางทางการ (Official Channel) หรือไม่
กรณี "สมชาย แซ่ตั้ง" ถือเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่สำคัญของภัยคุกคามทางไซเบอร์รูปแบบใหม่ ผู้ใช้งานแพลตฟอร์มดิจิทัลจึงต้องรู้เท่าทันเทคโนโลยี และตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบทุกครั้งก่อนตัดสินใจคลิกลิงก์ใดๆ


