บิ๊กแพลตฟอร์ม ผนึกกำลังตั้งสมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย (TDPA) ดันเศรษฐกิจดิจิทัลไทยสู่ 30% GDP ปี 73 เปิดเวทีรัฐ-เอกชน วางกติกาใหม่เข้าใจโมเดลยุคดิจิทัล
เมื่อวันที่ 26 ก.พ.69 พันโทหญิง ดร.ธมกร ศุภธนรังสี นายกสมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย (Thai Digital Platform Trade Association: TDPA) เปิดเผยภายหลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของสมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย ซึ่งเกิดจากการผนึกกำลังของ Grab, Lazada, LINE MAN Wongnai และ Shopee ว่า การก่อตั้งสมาคมถือเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมดิจิทัลไทย เนื่องจากปัจจุบันเศรษฐกิจดิจิทัลมีสัดส่วนประมาณ 10% ของ GDP ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมดิจิทัลคิดเป็นราว 6-11% ของ GDP ไทย และมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะเพิ่มเป็น 30% ในปี 2573 สะท้อนบทบาทที่กลายเป็นโครงสร้างหลักของระบบเศรษฐกิจประเทศ
ทั้งนี้ รายงาน e-Conomy SEA Report 2025 ระบุว่า ปี 2568 เศรษฐกิจดิจิทัลไทยเติบโต 16% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.73 ล้านล้านบาท (5.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ) ครองอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีอีคอมเมิร์ซเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ควบคู่ธุรกิจขนส่งออนไลน์ บริการส่งอาหาร และสื่อดิจิทัล
◉ ตั้งโต๊ะคุยรัฐ
พันโทหญิง ดร.ธมกร กล่าวว่า ภารกิจสำคัญของสมาคมคือการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่น่าเชื่อถือ เชื่อมผู้ให้บริการ ผู้บริโภค และผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SME ไทย ให้แข่งขันได้ในระดับสากล พร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกกลางประสานความร่วมมือรัฐ-เอกชน ภายใต้หลัก 4 ประการ ได้แก่ การแข่งขันที่เป็นธรรม การกำกับดูแลตามระดับความเสี่ยง ความโปร่งใสด้านข้อมูลและการคุ้มครองผู้บริโภค และการเปิดโอกาสทางดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ตาม ระยะเริ่มต้นสมาคมต้องการหารือกับหน่วยงานรัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อสะท้อนข้อมูลจากผู้ปฏิบัติจริงและร่วมออกแบบแนวทางที่สอดรับกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนเร็ว
ปัจจุบันมีแพลตฟอร์มจดทะเบียนในประเทศไทยมากกว่า 200 ราย หากรัฐต้องรับฟังความเห็นทีละรายย่อมใช้ทรัพยากรสูง ดังนั้น การรวมตัวเป็นสมาคมจะช่วยกลั่นกรองความเห็นในภาพใหญ่ก่อนส่งต่อ ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพและชัดเจนยิ่งขึ้น
"ถึงแม้ในทางธุรกิจเราจะเป็นคู่แข่งกัน แต่เรามีวิสัยทัศน์ร่วมกันที่จะรวมพลังเป็นหนึ่งเดียว เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน" พันโทหญิง ดร.ธมกร กล่าว
◉ กติกาต้องเข้าใจโมเดล
ด้าน นายจิระวัฒน์ ภูมิศรีแก้ว เลขาธิการและที่ปรึกษาสมาคม TDPA กล่าวว่า ปีนี้ครบรอบ 30 ปีของอีคอมเมิร์ซ ขณะที่เศรษฐกิจดิจิทัลไทยมีมูลค่าประมาณ 1.7 ล้านล้านบาท และคาดว่าจะเติบโต 10-15% แม้ชะลอลงจากช่วงที่เคยขยายตัวเกือบ 20% แต่ยังสูงกว่าอัตราเติบโต GDP ประเทศที่อยู่ราว 2% อย่างมีนัยสำคัญ
"แพลตฟอร์มคือตลาดกลางยุคใหม่ ที่เชื่อมผู้ซื้อ ผู้ขาย และผู้ให้บริการจำนวนมหาศาลในสเกลที่ระบบดั้งเดิมไม่เคยมีมาก่อน เป็นพื้นที่ที่ทำให้คนจำนวนมหาศาลสามารถทำธุรกรรมได้พร้อมกัน หากกติกาไม่ชัด ระบบทั้งระบบก็สะดุด กฎหมายจำนวนมากในอดีตออกแบบภายใต้กรอบผู้ซื้อ-ผู้ขายที่ความรับผิดชอบชัดเจน แต่ธุรกิจแพลตฟอร์มมีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย จึงต้องตั้งอยู่บนหลักความรับผิดชอบร่วมกัน ระหว่างผู้ซื้อ ผู้ขาย แพลตฟอร์ม ภาครัฐ และภาคประชาสังคม เราอยากเป็นส่วนหนึ่งในการสะท้อนว่าคนทำแพลตฟอร์มทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้ และสังคมคาดหวังอะไร เพื่อไม่ให้การกำกับดูแลกลายเป็นอุปสรรคต่อนวัตกรรม" นายจิระวัฒน์ กล่าว
◉ โครงสร้าง-ความไว้วางใจ
นายจิระวัฒน์ กล่าวว่า สมาคมมีคณะกรรมการจากสมาชิกกำหนดทิศทาง และเลือกนายกสมาคมวาระ 2 ปี โดยหัวใจของการทำงานคือความไว้วางใจ แม้สมาชิกจะเป็นคู่แข่งกัน แต่เมื่อทำงานในนามสมาคมจะไม่ใช้ระบบโหวตแบบแข่งขัน หากเป็นประเด็นสำคัญจะหารือจนเกิดฉันทามติร่วมกัน หากผลประโยชน์การแข่งขันถูกนำมาปะปน ความเชื่อมั่นจะสั่นคลอนทันที ดังนั้น ทุกความเห็นในนามสมาคมต้องเป็นจุดที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องและพร้อมรับผิดชอบร่วมกัน
ในด้านสมาชิก สมาคมเปิดรับธุรกิจแพลตฟอร์มที่จดทะเบียนและประกอบธุรกิจในประเทศไทยเป็นหลัก พร้อมตรวจสอบการมีตัวตนและการดำเนินงานจริง ทั้งฐานผู้ใช้และผู้ประกอบการ เพื่อลดความเสี่ยงจากแพลตฟอร์มที่อาจสร้างความเสียหายต่อระบบ โดยไม่ได้ตั้งเป้าครอบคลุมทั้งกว่า 200 ราย แต่ต้องการความหลากหลายทั้งไทย-ต่างชาติ เล็ก-ใหญ่ และหลายเซกเตอร์ เพื่อสะท้อนภาพอุตสาหกรรมจริง
◉ กำกับสองชั้น
นายจิระวัฒน์ อธิบายว่า การกำกับดูแลควรแบ่งเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ระดับกติกาภายในของแต่ละแพลตฟอร์ม และระดับกฎหมายรัฐที่ใช้กับทุกแพลตฟอร์มในภาพรวม สมาคมจะไม่แทรกแซงการดำเนินงานภายในของสมาชิก แต่พร้อมให้ความเห็นต่อกรอบกฎหมายที่มีผลต่ออุตสาหกรรมโดยรวม
ในกรณีข้อร้องเรียน สมาคมทำหน้าที่รับทราบและส่งต่อไปยังบริษัทสมาชิกหรือหน่วยงานตามกฎหมาย โดยไม่ได้มีสถานะเป็นองค์กรกำกับหรือองค์กรลงโทษ
พันโทหญิง ดร.ธมกร กล่าวว่า แพลตฟอร์มสมาชิกได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานรัฐด้านภัยออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยบางมาตรการจัดการบัญชีต้องสงสัยสามารถดำเนินการได้ภายใน 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเชิงปฏิบัติต้องระมัดระวังการเปิดเผย เพื่อไม่ให้มิจฉาชีพปรับตัวได้เร็วกว่าระบบ
สำหรับการจัดทำกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เรื่อง แนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม และการกระทำอันเป็นการผูกขาด หรือลดการแข่งขัน หรือจำกัดการแข่งขันในการประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มหลายด้าน (Multi-sided Platform) ประเภทธุรกิจบริการดิจิทัลแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าหรือบริการ (E-Commerce) นายจิระวัฒน์ กล่าวว่า การพิจารณาอย่างรอบคอบเป็นสิ่งจำเป็น เพราะเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว การแก้ไขภายหลังทำได้ยาก และสมาคมเป็นเพียงหนึ่งในภาคส่วนที่ให้ความเห็น ไม่ได้กำหนดทิศทางแทนรัฐ


