xs
xsm
sm
md
lg

'ดีอี' เร่งทบทวนเน็ตประชารัฐ 2 หมื่นจุดใน 60 วัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



'ดีอี' ลุยรีวิวเน็ตประชารัฐ-ศูนย์ดิจิทัลชุมชน 2 หมื่นจุดทั่วประเทศ ปิดจ็อบ 60 วัน ชง ครม.ใหม่ ชี้ 3 ทางเลือก ยุบจุดร้าง ย้ายตามดีมานด์ หรือโอน อปท. ดูแลต่อ

นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงดีอีอยู่ระหว่างเร่งสำรวจโครงการเน็ตประชารัฐ ซึ่งเป็นจุดให้บริการไวไฟกว่า 24,700 จุดทั่วประเทศ ควบคู่กับโครงการศูนย์ดิจิทัลชุมชนอีกประมาณ 1,722 แห่งทั่วประเทศ เพื่อประเมินอย่างรอบด้านว่ายังมีความต้องการใช้งานอย่างเนื่องหรือไม่ และที่สำคัญคุ้มค่ากับงบประมาณที่ลงทุนไปหรือเปล่า เนื่องจากที่ผ่านมาไม่ได้มีการสำรวจประเมินผลอย่างเป็นระบบมานานกว่า 8 ปีแล้ว

ทั้งนี้ นายพชร กล่าวว่า บริบทการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชาชนในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยประชาชนในชุมชนต่างๆ สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือของตนเองได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนก็ได้ขยายโครงข่ายและบริการอินเทอร์เน็ตต่อเนื่อง ส่งผลให้ความจำเป็นในการใช้จุดไวไฟสาธารณะในบางพื้นที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น การประเมินครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อทบทวนความเหมาะสมของโครงการในภาพรวมอย่างจริงจัง

ด้าน นายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) กล่าวว่า การสำรวจดังกล่าวจะดำเนินการโดยจังหวัดต่างๆ ร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) โดยกำหนดกรอบระยะเวลาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่สะท้อนสถานการณ์ปัจจุบันอย่างแท้จริง และสามารถใช้ประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม ผลการสำรวจจะถูกนำไปพิจารณาภายใต้ 3 แนวทางหลัก ได้แก่ แนวทางแรก คือ การยุบในกรณีที่ไม่มีผู้ใช้งานหรือประเมินแล้วไม่คุ้มค่ากับงบประมาณที่ลงทุนไป แนวทางที่สอง คือ การย้ายจุดติดตั้งไปยังพื้นที่อื่นที่มีความต้องการใช้งานของประชาชนมากกว่าเดิม และแนวทางที่สาม คือ การโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบแทน เพื่อให้การบริหารจัดการสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่มากยิ่งขึ้น

นายธีรวุฒิ กล่าวว่า การสำรวจครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล โดยนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ซึ่งได้มอบนโยบายให้ทบทวนความคุ้มค่าของโครงการเดิมก่อน และให้ชะลอการจัดตั้งโครงการใหม่เพิ่มเติมไว้ก่อนชั่วคราว เพื่อให้การใช้งบประมาณของรัฐเกิดประโยชน์สูงสุด และตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง


ขณะเดียวกัน หากผลการประเมินชี้ชัดว่าควรยุบหรือปรับลดจำนวนศูนย์ลงเหลือเท่าใด กระทรวงดีอีก็จะจัดทำรายงานเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาต่อไป เนื่องจากโครงการเน็ตประชารัฐและศูนย์ดิจิทัลชุมชนเกิดขึ้นจากมติ ครม. หากจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิก ก็จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจาก ครม.เช่นเดียวกัน โดยคาดว่าจะต้องรอรัฐบาลและ ครม.ชุดใหม่เป็นผู้พิจารณาในขั้นตอนสุดท้าย

สำหรับแผนการจัดตั้งศูนย์ดิจิทัลชุมชนเพิ่มเติมอีก 500 แห่ง ตามกรอบงบประมาณเดิมที่ได้รับอนุมัติ ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สำนักงาน กสทช. คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมดภายในปี 2569 อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาได้มีเงื่อนไขกำหนดให้จัดตั้งในสถานศึกษาเท่านั้น ส่งผลให้พบข้อจำกัดด้านการเข้าใช้งานของประชาชน เนื่องจากสถานศึกษามีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของเด็ก มีช่วงเวลาเปิด-ปิดตามเวลาราชการ และมีข้อจำกัดอื่นๆ ที่กระทบต่อการเข้าถึงของชุมชนโดยรอบ

ด้วยเหตุนี้ จึงได้มีการปรับเงื่อนไขใหม่ โดยแบ่งการจัดตั้งออกเป็น 250 แห่งในสถานศึกษา และอีก 250 แห่งในพื้นที่สาธารณะของชุมชนอย่างแท้จริง เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้สะดวกและยืดหยุ่นมากขึ้น ส่งผลให้ภายในสิ้นปีนี้ ประเทศไทยจะมีศูนย์ดิจิทัลชุมชนรวมทั้งสิ้น 2,222 แห่งทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม โครงการเน็ตประชารัฐ และศูนย์ดิจิทัลชุมชน เริ่มผลักดันอย่างเป็นรูปธรรมในช่วงรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ภายหลังการจัดตั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในปี 2559 โดยโครงการเน็ตประชารัฐได้รับความเห็นชอบจาก ครม. ในปี 2560 เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไปยังพื้นที่ชนบทและชุมชนห่างไกลที่ภาคเอกชนยังไม่เข้าถึงอย่างทั่วถึง

ทั้งนี้ เน็ตประชารัฐมุ่งให้บริการไวไฟสาธารณะในหมู่บ้านทั่วประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร บริการภาครัฐออนไลน์ การศึกษา และโอกาสทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน ศูนย์ดิจิทัลชุมชนถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่เรียนรู้และพัฒนาทักษะดิจิทัลของประชาชนในระดับท้องถิ่น ยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม