หากพูดถึงผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ปี 2026 ชื่อแรกที่ทุกคนต้องนึกถึงอาจเป็น "เจนเซน หวง" (Jensen Huang) ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Nvidia บริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีมูลค่าพุ่งทะยานจนกลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่เบื้องหลังความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นี้ ใครจะรู้ว่าจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตวัยเด็กของชายผู้นี้มีความเชื่อมโยงกับเมืองไทยอยู่
ในการให้สัมภาษณ์ผ่านพอดแคสต์ชื่อดังระดับโลกอย่าง The Joe Rogan Experience เมื่อธันวาคม 2025 เจนเซน หวง เล่าย้อนรำลึกถึงจุดเริ่มต้นชีวิตการเป็นผู้อพยพของตัวเอง ซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจและสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนที่ได้ยิน
***จากไต้หวัน สู่กรุงเทพมหานคร
แม้เจนเซน หวง จะเกิดที่ประเทศไต้หวัน แต่ในช่วงวัยเด็ก ครอบครัวหวงได้ย้ายถิ่นฐานมาอาศัยอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย สาเหตุหลักมาจากการที่คุณพ่อซึ่งเป็นวิศวกรเคมีและเครื่องมือวัด ได้รับมอบหมายให้เดินทางมาทำงานเพื่อเริ่มต้นสร้างโรงกลั่นน้ำมันในไทย
หวงเล่าว่าได้ใช้ชีวิตและเติบโตในสภาพแวดล้อมของเมืองไทยในช่วงเวลาหนึ่ง แต่แล้วจุดเปลี่ยนของชีวิตก็มาถึง เพราะรัฐประหารและรถถังที่วิ่งบนท้องถนน
ชีวิตในวัยเด็กที่เมืองไทยของหวงต้องสะดุดลงจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง หวงย้อนความทรงจำว่าในช่วงปี ค.ศ. 1973 - 1974 (พ.ศ. 2516 - 2517) ถือเป็นช่วงที่มีความขัดแย้งทางการเมืองและการลุกฮือของกองทัพเกิดขึ้นในประเทศไทย
ภาพที่เด็กชายหวงจำได้ดีคือ จู่ๆ วันหนึ่งก็มีรถถังและทหารออกมาเต็มท้องถนน
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้พ่อและแม่ของหวงรู้สึกกังวลถึงความปลอดภัย และมองว่าสถานการณ์ในไทยตอนนั้นไม่ปลอดภัยสำหรับเด็กอีกต่อไป พ่อและแม่จึงตัดสินใจครั้งใหญ่ ด้วยการติดต่อไปหาลุงที่อาศัยอยู่ในเมืองทาโคมา รัฐวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา และตัดสินใจส่งตัวเจนเซนในวัยเกือบ 9 ขวบ พร้อมกับพี่ชายวัยเกือบ 11 ขวบ อพยพออกจากประเทศไทยเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่อเมริกา
***สู่ชีวิตนักเรียนประจำ ในเมืองที่ยากจนที่สุดของอเมริกา
การเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่อเมริกาไม่ใช่เรื่องง่าย ลุงของหวงได้จัดหาโรงเรียนประจำที่รับนักเรียนต่างชาติและมีราคาที่ครอบครัวพอจะจ่ายไหว ซึ่งก็คือสถาบัน Oneida Baptist Institute ในรัฐเคนทักกี
เจนเซน หวง เล่าว่าเมืองที่โรงเรียนตั้งอยู่นั้น ถือเป็นเมืองที่ยากจนที่สุดในอเมริกาในเวลานั้นเลยทีเดียว
ชีวิตในฐานะเด็กชายวัย 9 ขวบที่อเมริกาเต็มไปด้วยความยากลำบาก หวงต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมของโรงเรียนที่มีแต่เด็กเกเรและเด็กพกมีด พี่ชายของเขาต้องไปทำงานในไร่ยาสูบเพื่อหาเงินเข้าโรงเรียน ส่วนตัวเขาเองในวัย 9 ขวบ ได้รับหน้าที่ล้างห้องน้ำ ให้กับหอพักเด็กผู้ชายที่มีเด็กอาศัยอยู่ถึง 100 คน
2 ปีหลังจากที่หวงและพี่ชายย้ายมาอยู่อเมริกา พ่อแม่ของหวงก็เดินทางตามมาสมทบในวัยเกือบ 40 ปี โดยมีเพียงกระเป๋าเดินทางและเงินติดตัวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หวงกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า เรื่องราวการต่อสู้ของครอบครัวตั้งแต่ต้องอพยพหนีรถถังจากประเทศไทย มาจนถึงการสร้างตัวในสหรัฐฯ นั้น คือนิยามของ"อเมริกันดรีม" (American Dream) อย่างแท้จริง และตัวเขาเองก็คือผลผลิตรุ่นแรกของความฝันนั้น
ที่สุดแล้ว ประสบการณ์ความยากลำบากและการต้องเอาตัวรอดตั้งแต่ยังเด็ก อาจเป็นหนึ่งในเบ้าหลอมสำคัญที่ทำให้ เจนเซน หวง มีความมุ่งมั่น ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค และมีความกังวลต่อความล้มเหลวอยู่เสมอ ซึ่งกลายมาเป็นแรงผลักดันอันทรงพลังที่ทำให้เขาสามารถนำทัพ Nvidia ฝ่าฟันวิกฤติต่างๆ จนก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำแห่งยุค AI ที่เปลี่ยนโลกทั้งใบไปตลอดกาลได้ในวันนี้.


