แพลตฟอร์มออกแบบกราฟิกออนไลน์ยอดฮิต "แคนวา" (Canva) เปิดราคาแพ็กเกจขายองค์กรไทยเริ่มที่ 3,000 บาท ลุยแต่งตั้งบริษัท ไทยแวร์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (Thaiware) ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายลิขสิทธิ์ Canva สำหรับธุรกิจ (Canva for Business) และระดับองค์กร (Canva Enterprise) อย่างเป็นทางการรายแรกในประเทศ มั่นใจโอกาสสดใสหลังอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยมีมูลค่าสูง 2 แสนล้านบาทต่อปี เชื่อแก้ปมพรีเซนเทชันและงานกราฟิกในออฟฟิศหายไปพร้อมพนักงาน แถมรับประกันช่วยค่าใช้จ่ายต่อสู้คดีหากถูกฟ้องเรื่องลิขสิทธิ์
ดีล Canva x Thaiware นี้ทำให้โครงสร้างราคาของ Canva แตกเป็น 4 แพ็กเกจ คือ 1. Canva Free ที่นักเรียนนักศึกษาคุ้นเคยดี 2. Canva Pro สำหรับการใช้งานส่วนตัว มีราคาอยู่ที่ 1,850 บาท ต่อปี 3. Canva Business สำหรับองค์กรขนาดกลาง ที่ Thaiware เปิดราคามาที่ 3,000 บาท ต่อผู้ใช้งาน ต่อปี ราคาตายตัวนี้เป็นแพ็กเกจสำหรับองค์กรที่ต้องการซื้อตั้งแต่ 25 ผู้ใช้งานขึ้นไป และเป็นขั้นต่ำในการซื้อผ่าน Thaiware โดยจำกัดการซื้อสูงสุดที่ 100 ผู้ใช้งาน ซึ่งหากองค์กรต้องการมากกว่า 100 ผู้ใช้งานจะต้องอัปเกรดเป็นระดับ Enterprise
และ 4. Canva Enterprise สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ จะมีราคาสูงกว่า 3,000 บาทต่อผู้ใช้งาน เนื่องจากมีฟีเจอร์ที่เพิ่มขึ้น เช่น ระบบ Single Sign-On (SSO) และการจัดการระบบหลังบ้านที่ซับซ้อนกว่า โดยราคาของ Enterprise จะไม่ตายตัว แต่จะเป็นลักษณะการพูดคุยตามความต้องการจริงขององค์กร
***จากแอปส่งการบ้านครู สู่ตลาดซอฟต์แวร์องค์กร 2 แสนล้าน
นายธรรณพ สมประสงค์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยแวร์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด กล่าวถึงดีลระหว่าง Canva และ Thaiware ว่าบทบาทของ Thaiware Shop คือเป็นผู้ให้บริการจัดจำหน่ายซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์อย่างครบวงจร โดยเป็น Enterprise Reseller Partner รายแรกที่มุ่งผลักดันการใช้งาน Canva ในธุรกิจด้วยทีม Support ของ Thaiware เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ต้องการฟีเจอร์ที่มากขึ้น ต้องการใบกำกับภาษี และต้องการบริการหลังการขาย เรียกว่าเน้นการใช้ซอฟต์แวร์ระดับองค์กรมีความซับซ้อนกว่าการใช้ส่วนตัว ทั้งการจัดการสิทธิ์ หรือการแบ่งแผนก โดย Thaiware จะทำหน้าที่ให้คำแนะนำ Onboarding และดูแลผู้ใช้งานให้ใช้ซอฟต์แวร์ได้ตรงตามวัตถุประสงค์
"การใช้ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ ในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของไทยมีตัวเลขอยู่สูงถึงประมาณ 200,000 กว่าล้านบาทต่อปี และมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นเฉลี่ย 10% ต่อปี โดยเฉพาะซอฟต์แวร์บน Cloud (SaaS) ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของ Canva"
Canva นั้นเป็นแพลตฟอร์มออกแบบกราฟิกออนไลน์ที่ผู้ใช้ไม่ต้องมีพื้นฐานด้านศิลปะ ให้บริการทั้งบนเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน เต็มไปด้วยเทมเพลตสำเร็จรูป, รูปภาพ, วิดีโอ และแบบอักษรมากมาย สำหรับสร้างสื่อโซเชียลมีเดีย, Presentation, เรซูเม่, งานสิ่งพิมพ์ และวิดีโอ โดยมีเครื่องมือครบวงจร 9 ส่วน ซึ่งรวมทั้งส่วนตกแต่งภาพ และงานเอกสาร
ความท้าทายที่สุดของ Canva และ Thaiware คือการก้าวข้ามคำว่า "ของฟรีก็ดีอยู่แล้ว" เพราะในประเทศไทย Canva เติบโตจากการที่พนักงานนำเข้ามาใช้ในหลายองค์กรด้วยบัญชีส่วนตัว เพราะต้องการทำงานนำเสนอหรือพรีเซนเทชั่นสวยงามสำหรับส่งเจ้านาย แต่พฤติกรรมนี้ที่อาจทำให้เกิดช่องโหว่ทางธุรกิจที่องค์กรใหญ่ ๆ กลัวที่สุด
Thaiware มองว่า Pain Point สำคัญ 3 เรื่อง ที่ทำให้องค์กรต้องยอมควักกระเป๋าซื้อ Canva Business หรือ Enterprise ให้พนักงาน คือ 1. การใช้ Account ส่วนตัวทำงาน ทำให้องค์กรไม่สามารถควบคุมข้อมูลความลับได้ 2. เมื่อทุกคนใช้ฟรีสไตล์ สีแบรนด์ก็อาจเพี้ยน โลโก้อาจเบี้ยว ซึ่ง Canva Enterprise มีระบบที่เรียกว่า Brand Kit ที่ล็อกเป้าได้เลยว่า ห้ามใช้ฟอนต์อื่น ห้ามใช้สีอื่น ช่วยรักษามาตรฐานแบรนด์ได้ 100%
และ 3. หากพนักงานใช้บัญชีส่วนตัวทำกราฟิก งานทั้งหมดอาจจะติดตัวไปด้วยในวันที่ลาออกไป องค์กรไม่สามารถดึงข้อมูลคืนมาได้เลย การซื้อ License ให้พนักงานคือการดึงสิทธิ์การเป็นเจ้าของกลับมาที่บริษัท
และในเมื่อ Canva มีชุดเครื่องมือที่รวมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไว้มากมาย ทั้งวิดีโอ ภาพ และการแปลงไฟล์ การเอา AI มาเจนรูปภาพใช้ในเชิงพาณิชย์ จึงอาจมีความเสี่ยงเรื่องลิขสิทธิ์ Canva Enterprise จึงมีฟีเจอร์ที่เรียกว่า Canva Shield เป็นกรมธรรม์ประกันภัย AI โดยหากองค์กรใดใช้ AI ของ Canva สร้างงาน แล้วโดนบุคคลที่ 3 ฟ้องร้องเรื่องลิขสิทธิ์ Canva จะเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีให้ ขอเพียงตรงตามเงื่อนไขใช้งานบนแพลตฟอร์มอย่างถูกต้อง ไม่ใช่ไปดูดรูปติดลิขสิทธิ์จากข้างนอกมาอัปโหลดใส่เอง ซึ่งเงื่อนไขการรับประกันแบบนี้ กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ซอฟต์แวร์ AI ระดับ Enterprise มีไว้เพื่อซื้อความสบายใจให้องค์กร
***บุกตลาดไทย ด้วยเทมเพลตไทย
นายภัคพล ตั้งตงฉิน Country Manager, Canva ประเทศไทย กล่าวถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจของ Canva ในประเทศไทย ว่าปี 2569 จะมีความร่วมมือกับครีเอเตอร์คนไทย เพื่อจัดทำ Template ไทยสำหรับคนไทย
"KPI 3 ข้อในปีนี้ คือ 1. Hyper-localization จะไม่ใช่แค่แปลเว็บเป็นภาษาไทย แต่จะดึงเอาความเป็นไทยใส่เข้าไปเลย ล่าสุดเราไปจับมือกับศิลปินไทย 10 ท่านจากงาน Bangkok Design Week เพื่อเอาเทมเพลตของคนไทยขึ้นไปไว้บน Canva ให้ทุกคนได้ใช้ 2. ขยายกลุ่มเป้าหมาย จากที่โตในกลุ่มนักเรียนนักศึกษา ปีนี้จะเจาะเข้ากลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMB) รวมถึงระดับ Enterprise ให้หนักขึ้น และ 3. บุกหัวเมืองรอง ตอนนี้ Canva โตมากในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต เป้าหมายต่อไปคือการลงพื้นที่ไปสู่ผู้ใช้งานในหัวเมืองรองต่าง ๆ ทั่วประเทศ"
ในขณะที่ซอฟต์แวร์แบบ Subscription ส่วนใหญ่มักจะปรับราคาขึ้นทุกปีเนื่องจากต้นทุน AI ที่สูงขึ้น แต่ผู้บริหาร Canva มองว่า Canva มีทิศทางที่อยากจะกดราคาให้ต่ำลงไปอีก โดยปัจจุบันกำลังทำการศึกษาข้อมูลหลังบ้านว่า ผู้ใช้งานในแต่ละประเทศมีฟีเจอร์ใดบ้างที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน และอาจจะทำการตัดฟีเจอร์เหล่านั้นออกเพื่อออกแพ็กเกจใหม่ที่มีราคาถูกลงกว่าเดิม
"นโยบายการตั้งราคาจะถูกปรับแต่งให้เหมาะสมกับแต่ละประเทศ โดยพิจารณาจากความสามารถในการจ่ายของประเทศนั้นๆ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบราคาแพ็กเกจของไทยกับอเมริกาแล้ว ราคา Pro ในไทยถูกกว่าอเมริกาเกิน 10 เท่า"
การมาของ Canva อาจทำให้ผู้เล่นเจ้าเดิมในตลาดไทยเจ็บช้ำ เพราะหากเปรียบเทียบราคากับคู่แข่งในตลาดซอฟต์แวร์ออกแบบอย่าง Creative Cloud ของ Adobe พบว่าราคา 3,000 บาท/ผู้ใช้งาน/ปี ของ Canva นั้นทิ้งห่างแอปพลิเคชัน Photoshop ของ Adobe ที่มีราคาตัวเดียวอยู่ที่ประมาณ 16,000 - 17,000 บาท ต่อผู้ใช้งาน ต่อปี ดังนั้น Canva จึงถูกมองเป็นตัวเลือกที่อาจเข้าถึงได้ง่ายกว่ามากสำหรับการใช้งานแบบวงกว้างในองค์กร ขณะที่ Thaiware ยังคงเป็นตัวแทนจำหน่ายของทั้ง Adobe และ Canva
จุดนี้ภัคพลมองว่าทั้ง Adobe และ Canva นั้นอยู่คนละตลาดกัน โดย Adobe จะเน้นตลาด Commercial Design สำหรับนักออกแบบมืออาชีพ ในขณะที่ Canva วางตัวเองเป็นเครื่องมือสร้างภาพสำหรับสื่อสารหรือ Visual Communication Tool สำหรับคนทำงานทั่วไป (Non-designer) ให้พนักงานฝ่ายขายสามารถทำสไลด์ หรือให้ฝ่ายบุคคลทำประกาศถึงพนักงาน หรือให้ฝ่ายการตลาดสามารถทำโพสต์โซเชียลได้ง่าย
อย่างไรก็ตาม แม้ราคาจะถูกปรับให้เข้ากับคนไทยแล้ว แต่ปัญหาหลักในการขายคือ องค์กรหลายแห่งมองว่าพนักงานยังสามารถใช้เวอร์ชันฟรีทำงานได้ หรือพนักงานยอมจ่ายเงิน 1,850 บาทซื้อ Canva Pro ใช้เอง ทำให้องค์กรไม่อยากเพิ่มงบประมาณ รวมถึงเงื่อนไขการซื้อแพ็กเกจผ่านตัวแทนจำหน่ายที่ต้องซื้อขั้นต่ำ 25 ผู้ใช้งาน ก็ถือเป็นกำแพงสำหรับองค์กรหรือหน่วยงานขนาดเล็กที่อยากใช้งานแต่มีคนไม่ถึงเกณฑ์
ที่สุดแล้ว ดีลระหว่าง Thaiware และ Canva สะท้อนว่าซอฟต์แวร์ AI วันนี้ไม่ได้แข่งขันกันว่า 'AI ของใครเก่งกว่ากัน' เท่านั้น แต่ยังวัดกันที่ 'ใครทำให้คนทั่วไปใช้งานได้ง่ายที่สุด' และ 'ใครให้ความปลอดภัยเรื่องลิขสิทธิ์กับองค์กรได้มากกว่ากัน' เพราะหากองค์กรใดยังมีพนักงานใช้อีเมลส่วนตัวสมัคร Canva แล้วนั่งทำสไลด์งานความลับของบริษัทอยู่ บางทีตอนนี้อาจจะถึงเวลาที่ผู้บริหารต้องหันมามองเรื่องการลงทุนระบบ Enterprise อย่างจริงจัง.


