เป็นความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในวงการ AI ที่อาจเป็นจุดเปลี่ยนของยุค ChatGPT เมื่อ OpenAI ประกาศดึงตัวผู้สร้าง OpenClaw เข้าร่วมทีม พร้อมสัญญาว่าจะผลักดันให้เกิด “AI Agent สำหรับทุกคน” จนหลายคนมองว่ายุคที่ AI เป็นแชตบอท อาจกำลังจบลง
***OpenClaw ทำโลกเทคสั่นสะเทือน
OpenClaw คือ AI Agent หรือปัญญาประดิษฐ์ที่ตัดสินใจแทนมนุษย์ได้แบบโอเพ่นซอร์สที่สร้างโดยนักพัฒนาชื่อ Peter Steinberger เดิมที OpenClaw ใช้ชื่อว่า ClawdBot มีมาสคอตและโลโก้เป็นรูปกุ้งล็อบสเตอร์ชื่อ Clawd the space lobster แต่บริษัทจำต้องรีแบรนด์หลังจากมีปัญหาเรื่องเครื่องหมายการค้ากับ Anthropic ผู้สร้างได้เปลี่ยนชื่อเป็น Moltbot ซึ่งคำว่า Molt ที่แปลว่าลอกคราบนั้นสื่อถึงพฤติกรรมการเติบโตของกุ้งล็อบสเตอร์
Peter Steinberger is joining OpenAI to drive the next generation of personal agents. He is a genius with a lot of amazing ideas about the future of very smart agents interacting with each other to do very useful things for people. We expect this will quickly become core to our…— Sam Altman (@sama) February 15, 2026
ความพิเศษของ OpenClaw นั้นไม่ใช่แค่การตอบคำถาม แต่คือ "การลงมือทำงานแทนเรา” ทั้งเข้าเว็บไซต์, คลิกเมนู กรอกฟอร์ม, รันโค้ดใน sandbox, จำบริบทงานระยะยาว, โพสต์ข้อความเอง และยังคุยผ่าน Telegram, WhatsApp, Discord ได้ด้วย
เรียกว่าจาก AI ที่พูดเก่งตอบได้ OpenClaw จะเป็น AI ที่ทำงานให้แทนผู้ใช้
ในเวลาไม่กี่เดือน OpenClaw ได้รับความนิยมแบบร้อนแรงบน GitHub มียอดดาวทะลุแสน และมีผู้เข้าชมกว่า 2 ล้านคนในสัปดาห์เดียว
***ทำไม OpenAI ต้องซื้อ OpenClaw?
Sam Altman ยืนยันว่า Steinberger จะเข้ามาขับเคลื่อนฟีเจอร์ผู้ช่วยส่วนตัวหรือ Personal Agents รุ่นใหม่ให้กับ OpenAI
คำพูดนี้สะท้อนชัดว่า ทิศทาง AI กำลังเปลี่ยนจาก AI จะพูดตอบอะไรได้บ้าง ไปสู่ “AI จะทำอะไรแทนมนุษย์ได้บ้าง”
ก่อนหน้านี้ OpenAI เคยมีฟีเจอร์ที่โอนถ่ายข้อมูลและการสร้างฟีเจอร์ย่อยที่สามารถเพิ่มความหลากหลายให้กับการทำงาน รวมถึงแนวคิด browser agent ที่ให้ AI ช่วยเข้าเว็บไซต์แทน แต่ทั้งหมดยังไม่ปังเท่า OpenClaw ที่เกิดจากชุมชน จุดนี้นักวิเคราะห์มองว่า OpenAI กำลังเดิมพันครั้งใหญ่กับ Agent Economy หรือระบบเศรษฐกิจที่จะมีเงินสะพัดมากมายจากระบบผู้ช่วยส่วนตัว
เรื่องนี้ทำให้หลายคนย้อนมองไปที่ Anthropic เพราะ OpenClaw เดิมผูกกับโมเดล Claude และถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกับโมเดลของ Anthropic แต่แล้วความขัดแย้งก็เกิดขึ้นจน Anthropic ก็ส่งสารให้ OpenClaw เปลี่ยนชื่อและตัดความเชื่อมโยง Claude อย่างเร่งด่วน เนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัยของผู้ใช้จำนวนมากที่รัน Agent แบบลงลึกบนเครื่องที่ไม่มีการป้องกัน ซึ่งผลลัพธ์คือโปรเจกต์ Agent ที่ไวรัลที่สุดในรอบปีอย่าง OpenClaw กลับถูกผลักเข้าสู่อ้อมแขนของคู่แข่งอย่าง OpenAI
***จีนเตือน OpenClaw เสี่ยงภัยไซเบอร์
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและอุตสาหกรรม (Ministry of Industry and Information Technology) ของรัฐบาลจีน ได้ออกมาเตือนโดยระบุว่าการตั้งค่า OpenClaw แบบไม่รัดกุม อาจเปิดช่องให้เกิดการโจมตีไซเบอร์และข้อมูลรั่วไหล
แม้ไม่ได้สั่งแบน แต่รัฐบาลจีนเตือนให้องค์กรตรวจสอบเครือข่ายที่เชื่อมต่อให้ดี คู่กับการตรวจยืนยันตัวตนเข้มงวด รวมถึงจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงให้เหมาะสม
ขณะเดียวกัน คลาวด์ยักษ์ใหญ่จีนอย่าง Alibaba Cloud, Tencent Cloud และ Baidu ได้รีบเปิดบริการให้เช่าเซิร์ฟเวอร์รัน OpenClaw จากระยะไกล ทั้งหมดสะท้อนว่าแม้มีความเสี่ยง แต่ความต้องการในตลาดสูงมาก
สำหรับองค์กรไทย โดยเฉพาะกลุ่มธนาคาร ประกัน โทรคมนาคม และหน่วยงานรัฐ จะต้องตอบคำถามสำคัญเรื่องความพร้อมให้ AI ทำงานแทน รวมถึงเรื่องโครงสร้างความปลอดภัย Cybersecurity ว่ารองรับความเสี่ยงจาก AI Agent ได้หรือไม่ ที่สำคัญคือเรื่องนโยบายรักษาข้อมูลส่วนบุคคลหรือ PDPA ว่าจะรับมืออย่างไร เนื่องจากระบบ AI Agent ที่สามารถเข้าสู่ระบบจัดการทรัพยากรหรือ ERP, ระบบจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า CRM หรือระบบเอกสารได้เอง อาจเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มหาศาล แต่ก็เพิ่มพื้นที่ความเสี่ยงแบบก้าวกระโดดเช่นกัน
ที่สุดแล้ว นี่คือจุดเปลี่ยนของ ChatGPT ที่อาจจะวิวัฒนาการจาก Chat Interface หรือหน้าตาการพิมพ์ถามตอบ มาสู่ "Agent Interface" ซึ่งแทนที่จะพิมพ์คำสั่ง Prompt เราสามารถนำขั้นตอนการทำงานหรือ Workflow เข้ามาในระบบ ทำให้แทนที่จะสนทนากับ ChatGPT ระบบจะสามารถทำงานอัตโนมัติได้เลย
อีกสิ่งที่โลกต้องรอลุ้น คือ OpenClaw จะยังร้อนแรงหรือไม่ภายใต้ OpenAI หรือจะกลายเป็นเพียงอีกกรณีหนึ่งเหมือน AutoGPT ที่เคยไวรัลแล้วเงียบหายไป ซึ่งไม่ว่ารูปการณ์จะเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่ชัดเจนที่สุดวันนี้คือโลก AI กำลังเคลื่อนจากคำพูด ไปสู่การกระทำ ดังนั้นองค์กรไทยที่กำลังวางกลยุทธ์ AI ปี 2026 นี่อาจเป็นสัญญาณว่า เราต้องคิดเรื่องกลยุทธ์ AI Agent Strategy อย่างจริงจัง.


