xs
xsm
sm
md
lg

ไทย! อันดับ 9 โลก เหยื่อมิจฉาชีพ เซ่นพิษ AI Deepfake

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ภัยไซเบอร์ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป สกมช. เผยไทยติดอันดับ 9 ของโลก ประเทศที่มีความเสียหายจากการหลอกลวงออนไลน์สูงสุด ชี้เทรนด์มิจฉาชีพยุคใหม่ใช้ AI และ Deepfake สร้างตัวตนปลอมเนียนสนิท ยากต่อการจับผิด คาดปี 2026 สถานการณ์ยิ่งทวีความรุนแรง

ข้อมูลจาก Global Risks Report ของ World Economic Forum (WEF) ระบุชัดเจนว่า การโจมตีทางไซเบอร์และการใช้ข้อมูลในทางที่ผิด กำลังเป็นความเสี่ยงระดับโลกที่น่าจับตามองที่สุด เนื่องจากการก้าวกระโดดของเทคโนโลยี AI และสภาพเศรษฐกิจที่เปราะบาง เป็นปัจจัยเร่งให้มิจฉาชีพพัฒนารูปแบบการโกงที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น


สกมช. เตือนรับมือ "AI Deepfake" ภัยลวงโลกยุคใหม่


พลอากาศตรีอมร ชมเชย ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เปิดเผยว่า รูปแบบการหลอกลวงในปัจจุบันได้ก้าวข้ามวิธีการเดิมๆ อย่างลิงก์ปลอมหรืออีเมลลวง (Phishing) ไปสู่การใช้เทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง Artificial Intelligence (AI) และ Deepfake

"มิจฉาชีพใช้เทคโนโลยีปลอมแปลงทั้งใบหน้าและเสียง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ทำให้เหยื่อตายใจว่ากำลังสื่อสารกับบุคคลหรือองค์กรที่มีอยู่จริง ก่อนจะขู่บังคับเอาทรัพย์สินหรือหลอกขอข้อมูลส่วนตัว ประชาชนจึงต้องรู้เท่าทันและระวังตัวมากกว่าเดิม"

สำหรับ รายงานสรุปสถานการณ์ภัยไซเบอร์ล่าสุด ระบุตัวเลขที่น่าตกใจ โดยความเสียหายทั่วโลก (ปี 2025): สูงกว่า 55,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยอยู่อันดับที่ 9 ของโลก ในแง่มูลค่าความเสียหาย มีความเสียหายเฉลี่ยต่อบุคคลถึง 37,000 บาท

สิ่งที่น่ากังวลคือ มิจฉาชีพเริ่มใช้ Social Engineering ผสมผสานกับเทคโนโลยี ทำให้แม้แต่ผู้ที่มีความรู้ด้านดิจิทัลก็ยังตกเป็นเหยื่อได้ง่าย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าในปี 2026 การโจมตีทางไซเบอร์จะเข้าสู่ยุค อัตโนมัติ และซับซ้อนที่สุด


ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังคือสงครามไซเบอร์ จาก AI ที่ทั้งผู้โจมตีและผู้ป้องกันต่างใช้ AI ทำงานแบบอัตโนมัติ ทำให้การโจมตีรวดเร็วและรุนแรงขึ้น พร้อมกับแนวคิด "ไม่เชื่อใจใครเลย" (Zero Trust & Identity-First) จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ ต้องยืนยันตัวตนทุกขั้นตอน

ขณะเดียวกัน การปลอมแปลงตัวตนเสมือนจะแนบเนียนจนแยกด้วยตาเปล่าแทบไม่ออก (Deepfake 2.0) มัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware) จะพัฒนาเทคนิคการซ่อนตัวที่ซับซ้อน องค์กรต้องมีแผนฟื้นฟูระบบที่รัดกุม ทำให้การรักษาความปลอดภัยต้องถูกฝังอยู่ในระบบตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ และต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุอาจไม่ทันการณ์ สกมช. แนะแนวทางป้องกันที่ดีที่สุดคือการสร้าง "Digital Immunity" หรือภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล เริ่มจากการปิดกั้นช่องทางมิจฉาชีพ ลดโอกาสการเข้าถึงประชาชน และที่สำคัญคือการให้ความรู้เพื่อให้ประชาชน "เอ๊ะ" ก่อนที่จะ "คลิก" หรือ "โอน"