นับตั้งแต่การประกาศวิสัยทัศน์ของ AIS ในการเปลี่ยนผ่านจากผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ เมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา สู่การเป็น “Cognitive Tech-Co” ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในปีที่ผ่านมา ได้แสดงให้เห็นถึงการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าในการพัฒนาเน็ตเวิร์กให้รองรับกับเทรนด์ของ AI ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
ประกอบกับข้อมูลจาก PWC ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคชาวไทยมีความตื่นตัวในการใช้งานเครื่องมือ AI สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกอย่างมีนัยสำคัญเพราะจากการสำรวจข้อมูลพบว่า 72% ของคนไทยมีการนำ AI เข้ามาช่วยในการทำงาน ขณะที่ทั่วโลกเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ราว 54% เท่านั้น
นอกจากนี้ สถิติการใช้งาน AI ในชีวิตประจำวันก็เพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อนหน้าที่อยู่ราว 17% ขยับขึ้นมาเป็น 24% ในปีนี้ โดยส่วนใหญ่กว่า 90% ชี้ให้เห็นว่า AI เข้ามาช่วยให้ทำงานเสร็จได้เร็วขึ้น 58% ของผู้ที่ใช้งาน AI ระบุว่าทำให้รู้สึกว่ามีความมั่นคงในการทำงาน และ 49% มีโอกาสที่จะสร้างรายได้เพิ่มเติม
นายศรัณย์ ผโลประการ หัวหน้าหน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์โทรศัพท์เคลื่อนที่กลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลว่า นับตั้งแต่ AIS ก้าวเข้าสู่การเป็น Cognitive Tech-Co ถือเป็นการประกาศอย่างชัดเจนแล้วว่าพร้อมที่จะเป็น “AI-Powered Network Ecosystem” หรือผู้ให้บริการเน็ตเวิร์กที่ขับเคลื่อนด้วย AI
รากฐานสำคัญของการเป็น Cognitive Tech-Co ไม่ได้เริ่มที่การนำเครื่องมือ AI มาให้บริการแก่ลูกค้า แต่เริ่มต้นจากภายในองค์กร ที่มีการนำ AI เข้ามาใช้งานในทุกส่วนของบริษัทตั้งแต่พนักงานช่วยให้สามารถบริการลูกค้าได้ประสิทธิภาพมากขึ้น
ตลอดช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน AIS ได้ให้ความสำคัญกับการสร้าง Digital Talents ภายในองค์กร เพื่อให้พนักงานเข้าใจและใช้งาน AI ได้จริง ก่อนจะส่งต่อบริการสู่ลูกค้า รวมถึงการสร้างนวัตกรรมเพื่อสังคม เช่น โครงการ JUMP THAILAND Hackathon ที่ชวนคนรุ่นใหม่มาใช้ AI แก้ปัญหาสังคม หรือนวัตกรรม AiCAM และ AI Call Center ที่ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า
ต่อเนื่องไปถึงการพัฒนาเน็ตเวิร์กให้เป็น Autonomous Network หรือเครือข่ายที่ดูแลตัวเองได้แบบเรียลไทม์ ด้วยการนำ AI เข้ามาบริหารจัดการสถานีฐาน คำนวณการใช้พลังงานให้เหมาะสมกับปริมาณการใช้งานจริง ประหยัดค่าไฟได้ถึง 5% รวมถึงความสามารถในการ Self-Healing เมื่อสถานีฐานใดขัดข้อง AI จะสั่งการให้สถานีข้างเคียงขยายสัญญาณครอบคลุมพื้นที่นั้นโดยอัตโนมัติ
สิ่งต่างๆ เหล่านี้คือเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่า AIS ไม่ได้เพิ่งกระโดดลงสนาม แต่มีการนำ AI มาเสริมศักยภาพโครงข่ายให้แข็งแกร่ง เพื่อรองรับการใช้งานของลูกค้าได้อย่างไร้รอยต่อมาอย่างต่อเนื่อง
***AISpace เชื่อมเครื่องมือ AI ให้คนไทยเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
เมื่อเน็ตเวิร์กที่พัฒนามารองรับการใช้งาน AI แล้ว สิ่งที่ตามมาคือการสร้างระบบนิเวศ AI เพื่อให้เกิดการใช้งานจริงได้ในทุกมิติ ไม่ได้จำกัดอยู่ในภายในองค์กร แต่เป็นช่องทางให้ทั้งผู้บริโภค และองค์กรธุรกิจ สามารถเข้าถึงเครื่องมือ AI เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต เสริมศักยภาพธุรกิจ ทำให้เศรษฐกิจดิจิทัลไทยมีการเติบโตอย่างยั่งยืน
ในจุดนี้ ทำให้เกิดแพลตฟอร์ม AI เพื่อคนไทยอย่าง ‘AISpace’ ขึ้นมาเป็นพื้นที่รวม AI เพื่อคนไทย ที่รวบรวมเทคโนโลยี AI จากพันธมิตรชั้นนำระดับโลก อาทิ SparkChat, Alisa AI, Microsoft 365 Copilot, BigBot, Replika และ Google Gemini มาให้ฐานลูกค้ากว่า 46.8 ล้านรายของ AIS เข้าถึงได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะการส่งเสริมนวัตกรรมของคนไทย เข้ากับความง่ายของระบบชำระเงินผ่าน AIS สร้างความมั่นใจในการใช้งาน
“AIS เชื่อว่า AI ไม่ได้มาแทนที่คน แต่ช่วยยกระดับศักยภาพ เพิ่มโอกาสใหม่ๆ และเร่งให้ AI ถูกนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันและภาคธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน”
ไฮไลท์ของ AISpace คือแพลตฟอร์มอย่าง SparkChat ศูนย์รวม AI Models ชั้นนำระดับโลกไว้ในที่เดียว (ChatGPT, Gemini, Claude ฯลฯ) มาให้คนไทยสามารถเลือกใช้โมเดลที่ต้องการได้ครอบคลุมทุกโมเดล พร้อมพัฒนา AI Agent ที่ออกแบบมาเพื่อคนไทย ในราคาพิเศษเริ่มต้นเดือนละ 399 บาท เมื่อเทียบกับการแยกสมัครใช้งานแต่ละโมเดลที่ค่าใช้จ่ายรวมๆ อาจพุ่งทะลุเกินเดือนละ 3,000 บาท
หรือโมเดลอย่าง Alisa ที่สามารถสั่งงาน Generative AI ผ่าน LINE มาจับกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ทำให้สามารถเข้าถึง AI ระดับโลกในราคาเริ่มต้นเดือนละ 220 บาท ไปจนถึง Microsoft 365 Copilot ราคาพิเศษ ปีละ 2,099 บาท นับเป็นการนำเครื่องมือ AI มาให้ลูกค้าของ AIS เข้าใช้งานได้อย่างคุ้มค่า
ขณะที่ในฝั่งของ AIS Business ก่อนหน้านี้ AIS ได้ร่วมมือกับ Looloo Technology เพื่อร่วมกันร่าง AI Governance Framework สนับสนุนให้องค์กรไทยใช้ AI อย่างมีจริยธรรมและโปร่งใส ต่อเนื่องไปถึงการให้บริการ AIS Cloud Powered by Oracle ที่เน้นเรื่อง Data Sovereignty ในการเก็บข้อมูลภายในประเทศ และระบบความปลอดภัยระดับ Enterprise เพื่อรองรับการขยาย AI Ecosystem ในองค์กร
“ในกลุ่มลูกค้าองค์กรจะมีความต้องการที่แตกต่างจากลูกค้าทั่วไป อย่างเรื่องความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัว เมื่อนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการในการทำงาน หรือการใช้งาน AI ในองค์กรหลายบริษัทมีข้อกำหนดเรื่องข้อมูลต้องอยู่ในประเทศไทย ภายใต้การใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ เมื่อมีความต้องการที่แตกต่างกัน AIS เลยนำเครื่องมือสำหรับองค์กรมาให้เลือกใช้งาน”
ไม่ว่าจะเป็น Microsoft 365 Copilot Business หรือ Google Workspace with Gemini โซลูชันผู้ช่วย AI ที่ช่วยให้องค์กรธุรกิจที่ใช้งานผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์ และกูเกิล เลือกใช้งานแพ็กเกจที่เหมาะสมผ่าน AIS
จนถึงการพัฒนาโซลูชัน AIS AI Voicebot เข้าไปตอบโจทย์องค์กรธุรกิจที่ต้องดูแลและสื่อสารกับลูกค้า ลดภาระ Contact Center ให้สามารถบริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง สร้างประสบการณ์ลูกค้าที่สม่ำเสมอมาเป็นทางเลือกในการให้บริการแก่ลูกค้าธุรกิจ
จะเห็นได้ว่า ในภาพรวมแล้ว AISpace ที่เชื่อมกับโครงข่ายอัจฉริยะของ AIS ได้เปิดทางให้ลูกค้าทั่วไป เข้าถึงและเริ่มใช้งาน AI ได้ง่าย คุ้มค่า และปลอดภัย ส่วนลูกค้าองค์กร ก็สามารถนำโซลูชันไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และเสริมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างมั่นคง ภายใต้แนวคิดหลักคือ AIS พร้อมขับเคลื่อน AI Ecosystem ของไทย ให้เติบโตอย่างยั่งยืน


