xs
xsm
sm
md
lg

พลิกโฉมการศึกษาด้วย AI ภารกิจ ‘ไมโครซอฟท์’ ปั้นทักษะดิจิทัลครูไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ภาคการศึกษาในประเทศไทย กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ ในยุคที่ AI เข้ามามีส่วนร่วมกับทั้งครู อาจารย์ และนักเรียน ทำให้รูปแบบการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลเปลี่ยนแปลงไป ท่ามกลางความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ต้นแบบความร่วมมือระหว่างโรงเรียนธรรมจารินีวิทยา และ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ได้กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการนำนวัตกรรม AI และ Microsoft Copilot เข้ามาบูรณาการการเรียนการสอนอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อมุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี และยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กหญิงด้อยโอกาสกว่า 1,000 คน พร้อมปั้นบุคลากรหญิงสู่ตลาดแรงงานสาย STEM และ Tech Industry ผ่านโครงการอย่าง Microsoft Envision และ Elevate for Educators


แม่ชี อรรณอัมไพ ภาสศักดิ์ชัย ผู้อำนวยการและผู้รับใบอนุญาต โรงเรียนธรรมจารินีวิทยา ให้ข้อมูลถึงโรงเรียนนี้ว่า ก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือเด็กผู้หญิงที่ขาดโอกาสทางการศึกษา โดยปัจจุบันมีนักเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนปลายรวมกว่า 1,000 คน

“นักเรียนส่วนใหญ่มาจากครอบครัวยากจนและกลุ่มเสี่ยง การที่มีโรงเรียนจัดการเรียนการสอน กินอยู่ ฟรี 100% โดยแบ่งหลักสูตรตามความถนัดทั้งสายวิทย์-คณิต ศิลป์-ภาษา และทักษะอาชีพ ซึ่งปัจจุบันได้เร่งนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กๆ เท่าทันโลก”

แม้การศึกษาจะก้าวหน้าไปไกล แต่โรงเรียนยังเผชิญความท้าทายด้านงบประมาณ แม่ชี อรรณอัมไพ ระบุว่า ที่ผ่านมารัฐบาลอุดหนุนงบประมาณเพียง 20-30% ส่วนอีกกว่า 70% หรือราว 50-60 ล้านบาทต่อปี เป็นภาระที่โรงเรียนต้องระดมทุนจากการบริจาคเพื่อดูแลปัจจัย 4 ของเด็กๆ ให้ครบถ้วน

“เราอยากให้เขาเติบโตเป็นบุคลากรที่ดีของประเทศชาติ หากเด็กคนไหนมีศักยภาพ เราพร้อมส่งเสียให้เรียนต่อจนจบปริญญาตรี เพื่อให้เขากลับมาเป็นกำลังสำคัญของสังคม”

“AI for All” สร้างคน-ลดภาระครู-ปูพรมทักษะระดับชาติ

สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นโมเดลสำคัญภายใต้โครงการ Microsoft Envision ที่มุ่งเสริมพลังให้ชุมชนเติบโตในเศรษฐกิจดิจิทัล ควบคู่ไปกับโครงการ Elevate for Educators ที่เข้าไปสร้างทักษะการใช้งาน AI พร้อมช่วยให้ครู และผู้บริหารโรงเรียนสามารถส่งต่อไปยังนักเรียนได้ในวงกว้าง


นางสุภารัตน์ จูระมงคล ผู้อำนวยการด้านทักษะ AI ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย กล่าวว่า การร่วมมือกับโรงเรียนธรรมจารินีวิทยา ดำเนินมาต่อเนื่องกว่า 3 ปี โดยมีเป้าหมายหลักคือการสร้าง ความเท่าเทียมทางดิจิทัล

โดยที่ผ่านมา ได้เข้าไปสนับสนุนใน 3 มิติหลัก ประกอบด้วย 1.ด้านอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐาน จากอุปกรณ์ Microsoft Surface และสิทธิการใช้งาน Microsoft 365 for Non-profits เพื่อให้เด็กทุกคนเข้าถึงเทคโนโลยีคุณภาพสูง

ตามด้วย 2.การพัฒนาทักษะ ในการจัดตั้งห้องปฏิบัติการ “MakeHerspace” พื้นที่สร้างสรรค์สำหรับงานออกแบบ 2D/3D, แอนิเมชัน, และการเขียนโค้ด พร้อมนำเครื่องมืออย่าง Clipchamp มาใช้สอนตัดต่อวิดีโอ เพื่อเปิดเส้นทางอาชีพใหม่ๆ เช่น วิศวกรรมชีวการแพทย์ หรือ ครีเอทีฟ

ปิดท้ายที่ 3.เสริมทักษะ AI บุคลากรครู เพราะไมโครซอฟท์เน้นย้ำเรื่องการ “คืนเวลาให้ครู” โดยการอบรมให้ครูใช้ AI และ Copilot ช่วยลดภาระงานเอกสาร และงานวิทยฐานะ เพื่อให้ครูมีเวลาโฟกัสกับการสอนและดูแลเด็กได้อย่างเต็มที่

“สิ่งที่เราทำไม่ใช่แค่การให้เครื่องมือ แต่คือการสร้าง Digital Foundation ให้กับประเทศ ในปีที่ผ่านมาเราทำงานร่วมกับภาครัฐเพื่อสร้างทักษะดิจิทัลให้คนกว่า 1.6 ล้านคน และอบรมครูไปแล้วกว่าแสนคน การที่ครูหนึ่งคนมีทักษะ AI จะสามารถส่งต่อความรู้ให้นักเรียนได้อีกนับร้อยนับพันคน”

ห้องเรียน AI เปลี่ยนการศึกษาสู่ Active Learning


จุดที่น่าสนใจของการนำ AI เข้ามาใช้ในการเรียน การสอน คือการเปลี่ยน ระบบนิเวศการเรียนรู้ ให้นักเรียน สามารถใช้ AI และเครื่องมือดิจิทัลในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยน “ผู้ฟัง” เป็น “ผู้ค้นคว้า” จากการที่ครูป้อนข้อมูล เป็นการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยการโยนโจทย์ให้นักเรียน และใช้ AI อย่าง Microsoft Copilot ในการสืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ และนำเสนอหน้าชั้นเรียน

ตัวแทนนักเรียนสะท้อนถึงบทบาทของ AI ว่าเปรียบเสมือนติวเตอร์ส่วนตัว โดยเฉพาะเนื้อหาที่ครูสอนแล้วยังไม่เข้าใจ จะใช้ AI สืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้เข้าใจมากขึ้น แต่ทุกครั้งจะได้รับการฝึกให้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลกับเนื้อหาในหนังสือก่อนนำมาใช้งานจริงเสมอ

ขณะเดียวกัน ยังช่วยเปลี่ยนวิชาคณิตศาสตร์ ให้สนุกด้วย AI จากเดิมที่เด็กๆ ต้องท่องจำทฤษฎีบทคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน เช่น เรื่องเส้นขนาน มุมแย้ง หรือมุมตรงข้าม ที่สามารถใช้ AI เข้ามาช่วยแต่งเพลงเกี่ยวกับสูตรคณิตศาสตร์ หรือเขียนบทละครสั้นๆ เกี่ยวกับทฤษฎีได้อย่างลึกซึ้งและสนุกสนานมากขึ้น


ในส่วนของกิจกรรมอย่าง Cover Dance ครูและนักเรียน ยังสามารถใช้ AI ช่วยในการออกแบบท่าเต้นและฉากหลัง หรือในวิชาศิลปะ เด็กๆ ใช้ AI ช่วยในการออกแบบตัวละครและเขียนการ์ตูน ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กสายศิลป์ได้สัมผัสและคุ้นเคยกับเทคโนโลยี

ที่สำคัญคือ การที่โรงเรียนมีการปรับตัวอย่างสม่ำเสมอ เช่น การบรรจุวิชา Cyber Security ให้เป็นวิชาบังคับที่ทุกชั้นเรียนต้องเรียน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล ในขณะที่วิชา Coding ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย ตั้งแต่ประถมศึกษา ที่เข้าไปเรียนรู้พื้นฐานการคิดเชิงตรรกะผ่านโปรแกรม Scratch ก่อนต่อยอดสู่การเขียนโปรแกรม Python และเชื่อมโยงกับการบังคับหุ่นยนต์ ในระดับมัธยม

ผลจากความร่วมมือสะท้อนผ่านความสำเร็จของนักเรียนโรงเรียนธรรมจารินีวิทยา ที่สามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศการแข่งขันหุ่นยนต์ และมีความสามารถในการเขียนโปรแกรมภาษา Python ได้ตั้งแต่มัธยมปลาย พิสูจน์ให้เห็นว่าเด็กผู้หญิงสามารถเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีได้ และนับเป็นต้นแบบ AI for Social Impact ที่เปลี่ยนเทคโนโลยีให้เข้าถึงทุกคนอย่างเท่าเทียม


กำลังโหลดความคิดเห็น