MediaTek เปิดตัว 2 ชิปเซ็ต Dimensity 9500s และ Dimensity 8500 เน้นการอัปเกรดประสิทธิภาพรอบด้าน ทั้งความเร็ว การประหยัดพลังงาน และขีดความสามารถด้าน AI เพื่อขับเคลื่อนสมาร์ทโฟนกลุ่มแฟลกชิป และพรีเมียมให้ทรงพลังยิ่งขึ้น
JC Hsu รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปกลุ่มธุรกิจ Wireless Communications ของ MediaTek กล่าวว่า บริษัทมุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีระดับแนวหน้าเข้าสู่มือผู้ใช้งานมากขึ้น โดยชิปเซ็ตทั้งสองรุ่นนี้สะท้อนถึงความตั้งใจในการมอบประสบการณ์ระดับเรือธง ควบคู่ไปกับการจัดการพลังงานที่ยอดเยี่ยม
โดยในชิป Dimensity 9500s ถูกออกแบบมาด้วยกระบวนการผลิตระดับ 3nm ผสานสถาปัตยกรรมแบบ All Big Core ช่วยดึงประสิทธิภาพสูงสุดพร้อมประหยัดพลังงาน ใช้โครงสร้าง Octa-core นำโดย Cortex-X925 Ultra Core ความเร็ว 3.73GHz ผสานกับ Cortex-X4 จำนวน 3 คอร์ และ Cortex-A720 อีก 4 คอร์
ตามด้วยกราฟิกสม จีพียู Immortalis-G925 รองรับ Ray Tracing และเทคโนโลยีจัดการพลังงาน MAGT 3.0 ทำให้เล่นเกมกราฟิกหนักได้เต็มเฟรมเรท แบตเตอรี่อยู่ได้นานขึ้นมาพร้อม NPU รองรับ Generative AI แบบ Multi-modal สามารถใช้งานฟีเจอร์ล้ำสมัยได้จริง เช่น การขยายภาพ, ลบวัตถุในภาพ (AI Eraser), และการสรุปเนื้อหาจากการประชุม
ในส่วนของการถ่ายภาพและวิดีโอ มีชิปประมวลผลภาพ MediaTek Imagiq รองรับวิดีโอ 8K และ Dolby Vision HDR พร้อมระบบโฟกัสและลด Noise ขั้นสูง และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth ที่เชื่อมต่อได้ไกลสุด 5 กิโลเมตร (Direct connection) และ Wi-Fi Xtra Range 3.0 เพิ่มระยะครอบคลุมในอาคาร
ขณะที่ Dimensity 8500 ชิปพรีเมียม สายเกมมิ่งและประหยัดพลังงาน ผลิตบนสถาปัตยกรรม 4nm เน้นความสมดุลระหว่างความแรงและการใช้พลังงาน เหมาะสำหรับเกมเมอร์และผู้ใช้งานระดับพรีเมียม ด้วย CPU Cortex-A725 ทั้ง 8 คอร์ ความเร็วสูงสุด 3.4GHz รองรับแรม LPDDR5X ความเร็วสูง 9,600Mbps
ส่วนจีพียู Mali-G720 ให้ประสิทธิภาพดีขึ้น 25% และประหยัดไฟลง 20% รองรับ Ray Tracing สำหรับเกมมือถือกระแสหลัก มอบภาพสวยสมจริงและเฟรมเรตที่นิ่งเสถียร พร้อม AI Generation 8: MediaTek NPU รุ่นที่ 8 รองรับโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) และฟีเจอร์ AI Zoom (Telephoto) ที่ช่วยปรับความคมชัดของภาพถ่าย


