'TikTok' คุมเข้มเลือกตั้ง 2569 วางตัวเป็นกลาง งดโฆษณาการเมือง ยกระดับกำกับแพลตฟอร์ม รับมือข้อมูลบิดเบือน-AI-IO ปกป้องความน่าเชื่อถือประชาธิปไตยยุคดิจิทัล
ชนิดา คล้ายพันธ์ Director of Public Policy - SEA, TikTok เปิดเผยว่า TikTok เตรียมยกระดับมาตรการกำกับดูแลแพลตฟอร์มในช่วงการเลือกตั้งปี 2569 อย่างเข้มข้นมากขึ้น เพื่อปกป้องความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้ง และลดความเสี่ยงที่แพลตฟอร์มดิจิทัลจะถูกใช้เป็นเครื่องมือชี้นำทางการเมือง ท่ามกลางบริบทที่เทคโนโลยีและข้อมูลข่าวสารมีอิทธิพลต่อการรับรู้และการตัดสินใจของประชาชนอย่างกว้างขวาง
ทั้งนี้ ช่วงการเลือกตั้งถือเป็นช่วงเวลาที่แพลตฟอร์มออนไลน์ถูกจับตามองในฐานะโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลข่าวสารของสังคม หากขาดการกำกับดูแลที่เหมาะสม ข้อมูลบิดเบือน ข่าวปลอม หรือเนื้อหาชี้นำอาจแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วและยากต่อการควบคุม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความชอบธรรมของกระบวนการประชาธิปไตยในภาพรวม ดังนั้น TikTok จึงกำหนดกรอบนโยบายการดูแลแพลตฟอร์มในช่วงเลือกตั้งอย่างชัดเจน โดยมุ่งรักษาสมดุลระหว่างเสรีภาพในการแสดงออกกับความปลอดภัยของสาธารณะ เพื่อไม่ให้แพลตฟอร์มกลายเป็นพื้นที่ที่ถูกใช้บิดเบือนข้อมูลหรือชี้นำความคิดเห็นของประชาชนผ่านกลไกดิจิทัล
"เป้าหมายสำคัญของ TikTok คือการรักษาความเป็นกลางของแพลตฟอร์มในช่วงการเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนสามารถรับข้อมูล แสดงความคิดเห็น และมีส่วนร่วมทางการเมืองได้อย่างรับผิดชอบ ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้" ชนิดากล่าว
◉ นโยบายเลือกตั้งกับความเป็นกลาง
ชนิดากล่าวว่า ในเชิงนโยบาย TikTok วางกรอบการดำเนินงานช่วงการเลือกตั้งไว้ 3 แนวทางหลัก ได้แก่ Protect, Empower และ Partner โดยในด้านการปกป้องแพลตฟอร์ม จะมีการจัดการข้อมูลบิดเบือนที่อาจกระทบต่อกระบวนการเลือกตั้งอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การลบเนื้อหาที่เข้าข่ายอันตราย การติดป้ายกำกับคอนเทนต์ที่ยังไม่สามารถยืนยันความถูกต้องได้ ไปจนถึงการจำกัดการกระจายของเนื้อหาดังกล่าว เพื่อลดผลกระทบในวงกว้าง
ขณะเดียวกัน TikTok ยังคงยึดนโยบายไม่อนุญาตโฆษณาทางการเมืองแบบชำระเงินอย่างเด็ดขาด โดยบัญชีที่เข้าข่ายเป็นนักการเมือง พรรคการเมือง หรือผู้สมัครรับเลือกตั้ง จะไม่สามารถเข้าถึงเครื่องมือโฆษณาและฟีเจอร์สร้างรายได้ได้ ระบบจะปิดสิทธิ์ดังกล่าวโดยอัตโนมัติ เพื่อตัดแรงจูงใจในการใช้เงินเป็นเครื่องมือชี้นำความคิดเห็นของสาธารณชน นอกจากนี้ TikTok ไม่ปิดกั้นคอนเทนต์การเมืองที่เผยแพร่ในลักษณะออร์แกนิก ตราบใดที่ไม่ละเมิดนโยบายและไม่ได้ใช้การโปรโมตแบบเสียเงิน โดยการแสดงผลเนื้อหาขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการรับชมของผู้ใช้และระบบแมชชีนเลิร์นนิง ไม่ได้มีการตั้งใจผลักดันเนื้อหาของผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใดเป็นพิเศษ
"แนวทางดังกล่าวเป็นจุดยืนเชิงนโยบายที่ TikTok ยึดถือมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่มาตรการเฉพาะกิจในช่วงการเลือกตั้ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของหลักการกำกับดูแลแพลตฟอร์มในระยะยาว" ชนิดากล่าว
◉ AI และ IO ความเสี่ยงเชิงระบบ
ในส่วนของกลไกการบังคับใช้นโยบายและระบบหลังบ้าน สิริประภา วีระไชยสิงห์ Outreach and Partnerships Lead, Trust and Safety, TikTok ระบุว่า ความท้าทายสำคัญของการเลือกตั้งยุคดิจิทัล ไม่ได้อยู่เพียงการลบคอนเทนต์รายชิ้น แต่คือการรับมือกับการใช้เทคโนโลยี AI และปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ IO ที่มีลักษณะเป็นเครือข่ายและดำเนินการอย่างเป็นระบบ
ทั้งนี้ TikTok ได้นำระบบ Content Credentials มาใช้เพื่อตรวจจับและติดป้ายกำกับเนื้อหาที่สร้างหรือดัดแปลงด้วย AI แบบอัตโนมัติ เนื่องจากคอนเทนต์ที่ทำให้ดูเหมือนบุคคลสาธารณะหรือผู้มีอำนาจออกมาแสดงจุดยืนทางการเมือง ทั้งที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง อาจบ่อนทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบข้อมูลข่าวสารโดยรวม หากปล่อยให้แพร่กระจายโดยไร้การควบคุม
สิริประภากล่าวว่า นอกจาก AI แล้ว แพลตฟอร์มยังเฝ้าระวังปฏิบัติการ IO ซึ่งมักแฝงตัวมาในรูปแบบคอนเทนต์ปกติ แต่มีการประสานงานเชิงเครือข่าย หากตรวจพบความเชื่อมโยงในลักษณะดังกล่าว จะมีการดำเนินการทั้งในระดับคอนเทนต์และระดับบัญชี เพื่อยับยั้งการชี้นำความคิดเห็นของสาธารณชนในวงกว้าง
◉ ตัวเลขสะท้อนการคุมเข้ม
สิริประภาเปิดเผยว่า ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน ปี 2568 TikTok ได้ลบวิดีโอที่ละเมิดหลักเกณฑ์ชุมชนในประเทศไทยมากกว่า 4.4 ล้านรายการ โดย 99.5% เป็นการดำเนินการเชิงรุกก่อนที่ผู้ใช้งานจะรายงาน และสามารถลบเนื้อหาที่เข้าข่ายละเมิดได้ภายใน 24 ชั่วโมงสูงถึง 95.1% ซึ่งสะท้อนประสิทธิภาพของระบบคัดกรองในช่วงเวลาที่ข้อมูลข่าวสารมีความอ่อนไหวทางการเมือง
พร้อมกันนี้ TikTok ยังทำงานร่วมกับองค์กรตรวจสอบข้อเท็จจริงกว่า 20 แห่งทั่วโลก รวมถึงพันธมิตรในประเทศไทย เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลไก Trust and Safety และลดความเสี่ยงจากการบิดเบือนข้อมูลในระดับโครงสร้าง
"ตัวเลขและมาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของรายงานความโปร่งใสที่แพลตฟอร์มเผยแพร่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อสะท้อนความพยายามในการกำกับดูแลแพลตฟอร์มอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่บทบาทของแพลตฟอร์มดิจิทัลมีผลต่อสาธารณะโดยตรง" สิริประภากล่าว


