'TikTok' แจงปม 'Flash Express' มาเลเซียปิดกิจการ ยังไม่ชัดโยงผูกขาดขนส่ง ฟาก 'ETDA' ชี้ปัญหาเชิงโครงสร้างการแข่งขันในไทย กขค.จ่อออกกติกาใหม่ ก.พ.69
จากกรณีกระแสข่าวในมาเลเซียที่ระบุว่า Flash Express มาเลเซียต้องยุติกิจการ เนื่องจากแพลตฟอร์ม TikTok เลือกใช้ผู้ให้บริการขนส่งเพียงรายเดียว จนทำให้ผู้ประกอบการรายอื่นสูญเสียรายได้อย่างรุนแรงนั้น ชนิดา คล้ายพันธ์ Director of Public Policy - SEA, TikTok ให้สัมภาษณ์ชี้แจงว่า ขณะนี้บริษัทยังไม่สามารถให้ความเห็นเชิงยืนยันต่อกรณีดังกล่าวได้ เนื่องจากยังไม่ได้รับข้อมูลรายละเอียดที่ชัดเจน หรือข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ
"ข่าวดังกล่าวเท่าที่รับทราบในเบื้องต้น น่าจะเป็นการแถลงเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจในประเทศมาเลเซียเป็นหลัก อย่างไรก็ดี บริษัทจำเป็นต้องพิจารณาที่มาของข้อมูล ตัวเลขอ้างอิง และกระบวนการตรวจสอบความถูกต้องก่อน จึงจะสามารถให้ข้อเท็จจริงหรือท่าทีอย่างเป็นทางการได้ เนื่องจากยังไม่ได้เห็นเอกสารหรือรายงานที่ยืนยันว่า การยุติกิจการดังกล่าวมีสาเหตุจากนโยบายของแพลตฟอร์มโดยตรง" ชนิดากล่าว
ขณะเดียวกัน เพื่อคลี่คลายข้อกังวลเรื่องการผูกขาดด้านโลจิสติกส์ ชนิดาระบุว่า ในเชิงหลักการ TikTok ไม่มีนโยบายผูกขาดด้านการขนส่ง และไม่ได้เป็นเจ้าของระบบโลจิสติกส์ของตนเอง โดยการจัดสรรบริการขนส่งบนแพลตฟอร์มจะพิจารณาจากประสิทธิภาพการให้บริการและความสามารถในการจัดส่งสินค้าได้ตรงเวลาเป็นสำคัญ เนื่องจากหากการจัดส่งล่าช้าหรือเกิดปัญหา ย่อมส่งผลกระทบต่อคะแนนรีวิวและความน่าเชื่อถือของร้านค้า
ชนิดากล่าวว่า ในบริบทของประเทศไทย แพลตฟอร์มยังคงเปิดให้ใช้บริการขนส่งหลายราย ไม่ว่าจะเป็น ไปรษณีย์ไทย, KEX, Flash Express และผู้ให้บริการรายอื่น โดยไม่ได้จำกัดหรือบังคับให้ผู้ค้าเลือกใช้รายใดรายหนึ่ง ทั้งนี้ การกระจายการใช้งานไปยังผู้ให้บริการหลายราย ถือเป็นกลไกสำคัญในการลดความเสี่ยงและเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ใช้
ส่วนข้อกังวลเรื่องการผูกขาด ชนิดาระบุว่า ไม่สามารถพิจารณาได้จากการเลือกใช้ผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด ทั้งการเป็นเจ้าของระบบโลจิสติกส์ การควบคุมต้นทุน การกำหนดเงื่อนไขทางการค้า และการปิดกั้นทางเลือกของผู้ใช้ ซึ่งในกรณีของ TikTok บริษัทไม่มีโครงสร้างโลจิสติกส์เป็นของตนเอง และยังดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบการแข่งขันทั่วไป
"หากในอนาคตมีการออกกฎหมายหรือแนวทางกำกับดูแลใหม่เกี่ยวกับโลจิสติกส์บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ บริษัทก็พร้อมปฏิบัติตาม โดยมองว่าการเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกผู้ให้บริการขนส่งได้เอง เป็นหัวใจสำคัญของระบบการแข่งขันที่เป็นธรรม" ชนิดากล่าว
ในมุมของหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐ ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA เปิดเผยว่า กรณีปัญหาการจัดสรรบริการขนส่งบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ แก่นของปัญหาเป็นประเด็นเชิงโครงสร้างในมิติการแข่งขันทางการค้าอย่างชัดเจน จึงเห็นสมควรให้คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เป็นหน่วยงานหลักในการกำกับดูแล ขณะที่ ETDA จะติดตามผลกระทบต่อผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ETDA ได้รับข้อสะท้อนจากทั้งผู้ให้บริการขนส่งและผู้ขายบนแพลตฟอร์มเกี่ยวกับข้อจำกัดในการจัดสรรงานและการเปลี่ยนผู้ให้บริการ แม้ในหลักการจะสามารถเปลี่ยนได้ก็ตาม จึงได้ศึกษาหาแนวทางกำกับดูแลภายใต้กรอบพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) การให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล (DPS) โดยเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียครบทุกฝ่าย
จากการรับฟังความคิดเห็นดังกล่าว ETDA ได้ปรับปรุงร่างประกาศ โดยตัดเงื่อนไขบังคับเรื่องจำนวนผู้ให้บริการขนส่งออก แต่ยังคงหลักการสำคัญ ได้แก่ แพลตฟอร์มต้องไม่กีดกันหรือเอื้อประโยชน์ให้ผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่งอย่างไม่เป็นธรรม ต้องไม่จำกัดทางเลือกของผู้ขาย และต้องเปิดเผยข้อมูลที่จำเป็นอย่างโปร่งใส ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่า กขค. จะออกกฎหมายหรือแนวทางกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องภายในเดือน ก.พ.69
"กรณี Flash Express มาเลเซียที่ต้องยุติกิจการ ถือเป็นตัวอย่างที่สะท้อนความเปราะบางของตลาด หากเกิดการพึ่งพาผู้ให้บริการขนส่งเพียงรายเดียวในระบบแพลตฟอร์ม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการแข่งขันในระยะยาว และหากเกิดขึ้นในประเทศไทย ก็ย่อมกระทบต่อทั้งผู้ให้บริการ ผู้ขาย และผู้บริโภคโดยรวม" ดร.ชัยชนะ กล่าว


