'ETDA' เปิดเกมคุมโลจิสติกส์แพลตฟอร์ม ชี้ชัดปมจำกัดขนส่งคือปัญหาแข่งขันทางการค้า ส่งต่อ กขค. กำกับหลัก คาด 1-2 เดือนเห็นความชัด เร่งเดินกฎหมาย DPS ดันแพลตฟอร์มโปร่งใส คุ้มครองผู้บริโภครอบด้าน
เมื่อวันที่ 14 ม.ค.69 ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA เปิดเผยว่า ความคืบหน้าในการกำกับดูแลประเด็นโลจิสติกส์และการจำกัดผู้ให้บริการขนส่งบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ล่าสุดจากการหารือร่วมกันพบว่าแก่นของปัญหา อยู่ในมิติการแข่งขันทางการค้า คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์จึงมีมติเห็นสมควรให้คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เป็นหน่วยงานหลักในการกำกับดูแลเรื่องนี้ต่อไป โดย ETDA จะทำหน้าที่ติดตามผลกระทบต่อผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด และหากพบข้อร้องเรียนหรือพฤติการณ์ที่กระทบสิทธิผู้บริโภค จะพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทันที
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ETDA ได้รับข้อสะท้อนจากผู้ให้บริการขนส่งบางส่วนเกี่ยวกับการเข้าถึงงานผ่านแพลตฟอร์ม รวมถึงเงื่อนไขการจัดสรรงานที่ไม่เป็นธรรม ขณะเดียวกัน ผู้ขายหรือร้านค้าบนแพลตฟอร์มบางรายสะท้อนถึงคุณภาพการให้บริการขนส่ง และข้อจำกัดในการเปลี่ยนผู้ให้บริการขนส่งที่แพลตฟอร์มจัดหาให้ ส่งผลให้บริษัทขนส่งที่ไม่ได้เป็นพาร์ทเนอร์กับแพลตฟอร์มไม่สามารถเข้าถึงบริการได้ และเกิดความเสียเปรียบในการแข่งขันอย่างมีนัยสำคัญ
ด้วยเหตุนี้ ETDA จึงได้ศึกษาหาแนวทางแก้ไขภายใต้กลไกพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ) การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ หรือ กฎหมาย DPS พร้อมทั้งจัดทำร่างหลักการกำกับดูแล รับฟังข้อเท็จจริงและความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียครบทุกฝ่าย ทั้งผู้ให้บริการขนส่ง แพลตฟอร์มตลาดสินค้า และผู้ขายบนแพลตฟอร์ม โดยหลักการสำคัญประกอบด้วย การไม่กีดกันหรือเอื้อประโยชน์ให้ผู้ให้บริการขนส่งรายใดรายหนึ่งอย่างไม่เป็นธรรม การไม่จำกัดทางเลือกของผู้ขาย และการเปิดโอกาสให้สามารถขอเปลี่ยนผู้ให้บริการได้ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม รวมถึงการแจ้งข้อมูลที่จำเป็นอย่างโปร่งใส เช่น ราคาค่าขนส่งที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม ล่าสุดคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มีมติให้ประเด็นดังกล่าวอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กขค. โดยคาดว่าภายใน 1-2 เดือนนี้จะมีความชัดเจนออกมา
ดร.ชัยชนะ กล่าวว่า ภาพรวม ETDA ยังคงเดินหน้ากำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ภายใต้กฎหมาย DPS โดย ณ วันที่ 13 ม.ค.69 มีแพลตฟอร์มดิจิทัลแจ้งข้อมูลการประกอบธุรกิจผ่านระบบของ ETDA แล้วจำนวน 2,056 แพลตฟอร์ม ซึ่งสะท้อนถึงการเข้าสู่ระบบกำกับดูแลอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น พร้อมกันนี้ ETDA ได้วางกรอบการกำกับไว้ใน 3 มิติหลัก ได้แก่ การปฏิบัติตามกฎหมายของสินค้าหรือบริการบนแพลตฟอร์ม ความเป็นธรรมด้านค่าธรรมเนียมและการแข่งขัน และการป้องกันการฉ้อโกงทางออนไลน์ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายสามารถคุ้มครองผู้บริโภคได้จริงในทางปฏิบัติ
ในมิติการกำกับสินค้าหรือบริการบนแพลตฟอร์ม ETDA ให้ความสำคัญกับแพลตฟอร์มตลาดสินค้าออนไลน์เป็นพิเศษ โดยได้ประกาศรายชื่อแพลตฟอร์ม 21 ราย ที่เข้าข่ายเป็นแพลตฟอร์มลักษณะเฉพาะตามมาตรา 18(2) และต้องปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ว่าด้วยการดำเนินการอื่นสำหรับแพลตฟอร์มตลาดสินค้าที่มีลักษณะเฉพาะ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค.68 มุ่งกำกับการขายและการโฆษณาสินค้าที่ต้องมีมาตรฐานตามกฎหมาย โดยเฉพาะสินค้าที่อยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมและสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
อย่างไรก็ตาม แพลตฟอร์มต้องมีมาตรการตรวจสอบและกำกับดูแลรายการสินค้าอย่างชัดเจน แสดงข้อมูลและเอกสารมาตรฐานอย่างละเอียด พร้อมทั้งจัดให้มีระบบแจ้งเตือนและนำออก หรือ Notice and Take Down ที่สามารถใช้งานได้จริง และต้องลบ ระงับ หรือปิดกั้นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานอย่างทันท่วงที โดยก่อนประกาศมีผลบังคับใช้ ETDA ได้ทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับปรุงเงื่อนไขการให้บริการให้สอดคล้องกับกฎหมาย ขณะที่หลังมีผลบังคับใช้ บทบาทของ ETDA ได้ขยับเข้าสู่การติดตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น พร้อมประสานหน่วยงานกำกับสินค้า และเตรียมออกประกาศเพิ่มเติมเพื่อกำกับการขายหรือโฆษณาสินค้าที่ต้องมีมาตรฐานบนแพลตฟอร์มโซเชียลคอมเมิร์ซในระยะถัดไป
ขณะเดียวกัน ในกลุ่มบริการ Ride Sharing ETDA ได้ขับเคลื่อนการบังคับใช้ประกาศตามมาตรา 18(3) เพื่อให้การกำกับดูแลเชื่อมโยงกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้จริง ส่งผลให้มีผู้ขับขี่ลงทะเบียนผ่านระบบ Driver Verify แล้วเกือบ 28,000 ราย พร้อมทั้งประสานกรมการขนส่งทางบกในการผ่อนปรนเอกสารและลดภาระค่าใช้จ่าย รวมถึงขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศออกไปถึงวันที่ 31 มี.ค.69 และประสานสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เพื่อพัฒนารูปแบบประกันภัยที่เหมาะสมกับรถที่ให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม
นอกจากนี้ ETDA ยังผลักดันแนวทางกำกับดูแลผ่านกลไก Self-regulation เพื่อยกระดับมาตรฐานตลาดสินค้าออนไลน์ในกลุ่มสินค้าความเสี่ยง อาทิ ปืน ซิมบ็อกซ์ และบุหรี่ไฟฟ้า โดยอาศัยความร่วมมือจากแพลตฟอร์ม หน่วยงานกำกับ และภาคผู้บริโภค เพื่อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำร่วมกัน ลดความเสียหายจากสินค้าผิดกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม
ในมิติสุดท้าย ETDA ยังคงเดินหน้ามาตรการป้องกันการฉ้อโกงทางออนไลน์ โดยอยู่ระหว่างผลักดันร่างประกาศว่าด้วยมาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสำหรับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ ภายใต้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) บัญชีม้า ซึ่งขณะนี้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นแล้ว และอยู่ระหว่างเสนอให้คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์พิจารณา พร้อมกันนี้ ยังเตรียมขยายกลไกร่วมกำกับผ่านโครงการ DPS Trust Every Click ปีที่ 2 เพื่อให้กฎหมาย DPS สามารถนำไปใช้ได้จริง และลดความเสี่ยงต่อผู้บริโภคในโลกดิจิทัลอย่างยั่งยืน


