เปิดขั้นตอนตรวจดูด้วยตาตัวเองว่าพรรคไหนยิงโฆษณาบนเฟซบุ๊กมากที่สุด ทุกขั้นตอนตรวจสอบเม็ดเงินโฆษณาทางการเมืองสามารถทำได้ง่ายด้วยตัวเองบนหน้าจอที่บ้าน เพราะเมต้า (Meta) ต้นสังกัดของทั้งเฟซบุ๊ก (Facebook) และอินสตาแกรม (Instagram) เปิดทางให้มีการตรวจสอบอย่างละเอียดผ่านเครื่องมือสาธารณะที่สร้างขึ้นมาโดยเฉพาะ
ข้อมูลการยิงแอดหรือการลงโฆษณาบน Facebook มีความสำคัญในสายตานักสังเกตการณ์หลายคน เพราะการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรไทยครั้งถัดไป ที่มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งหลังจากการยุบสภาฯ ในช่วงปลายปี 2568 นั้นถือเป็นการเลือกตั้งในยุคดิจิทัล ที่โฆษณาออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Meta (รวม Facebook และ Instagram) ได้กลายเป็นช่องทางหลักในการหาเสียง เนื่องจากสามารถเข้าถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมหาศาลได้อย่างรวดเร็ว มีต้นทุนต่ำ และสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ
การตรวจสอบเม็ดเงินโฆษณาทางการเมือง จึงส่งเสริมความโปร่งใสในกระบวนการเลือกตั้ง ส่วนนี้ Meta เชื่อว่าการเปิดเผยข้อมูลการใช้จ่ายช่วยป้องกันการใช้เงินอย่างไม่ชอบธรรม การทุจริต หรือการแทรกแซงจากแหล่งเงินทุนที่ไม่โปร่งใส ขณะเดียวกัน การเปิดให้ตรวจสอบยังสนับสนุนการกำกับดูแลของหน่วยงานรัฐ ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีอำนาจกำกับดูแลเพดานการใช้จ่ายหาเสียง การตรวจสอบข้อมูลจาก Meta จึงช่วยเสริมการบังคับใช้กฎหมายและตรวจจับความผิดปกติได้ทันท่วงที
สำหรับ Meta เองนั้นมีประวัติการเผชิญกับปัญหาข้อมูลบิดเบือนหรือ misinformation ในช่วงเลือกตั้ง ดังนั้นการตรวจสอบเม็ดเงินจะช่วยระบุแคมเปญที่อาจมีเจตนาชักจูงหรือ manipulate ความคิดเห็นสาธารณะ ในส่วนองค์กรและพรรคการเมือง ข้อมูลการยิงโฆษณาจะช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมคู่แข่ง เปรียบเทียบประสิทธิภาพการใช้จ่าย และวางแผนแคมเปญของพรรคให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้ Meta มีนโยบายบังคับให้มีการเปิดเผยความโปร่งใสสำหรับโฆษณาเกี่ยวกับประเด็นสังคม การเลือกตั้ง และการเมืองในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงเลือกตั้ง เพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันจากสังคมและหน่วยงานกำกับดูแล
*** 2 วิธีตรวจสอบเม็ดเงินโฆษณาพรรคการเมือง
Meta จัดเตรียมเครื่องมือสาธารณะ 2 ตัวหลักสำหรับการตรวจสอบโฆษณาทางการเมือง ได้แก่ Meta Ad Library และ Meta Ad Library Report ซึ่งเปิดให้ทุกคนเข้าถึงได้ฟรี โดยไม่ต้องมีบัญชีผู้ใช้ โดยโฆษณาทางการเมืองจะต้องผ่านการอนุมัติจาก Meta ก่อนเผยแพร่ และจะแสดงข้อมูลการใช้จ่ายอย่างโปร่งใส
ในส่วนการใช้ Meta Ad Library ผู้สนใจสามารถค้นหาโฆษณาแต่ละรายการและเพจได้ที่เว็บไซต์ https://www.facebook.com/ads/library/ ขั้นตอนการตรวจสอบเริ่มที่ 1. เข้าเว็บไซต์ Meta Ad Library 2. ในช่องค้นหา (Search) ให้พิมพ์ keywords ที่เกี่ยวข้อง เช่น ชื่อพรรคการเมือง (เช่น “เพื่อไทย” “ภูมิใจไทย” “ก้าวไกล”), ชื่อผู้สมัครหรือนักการเมือง, คำทั่วไป เช่น “เลือกตั้ง 2569” “หาเสียง” “นโยบายรัฐบาล” “โหวต”
3. ตั้งค่า Filter เพื่อกรองพื้นที่และหมวดที่ต้องการ เช่น ประเทศหรือ Country/Region ให้เลือก Thailand (TH) Ad, ประเภท Category ให้เลือก Ads about social issues, elections or politics เพื่อกรองเฉพาะโฆษณาทางการเมือง, สถานะโฆษณา Active Status ให้เลือก All ads หรือ Active ads, ช่วงวันที่ Date Range ให้เลือกช่วงเวลาที่ต้องการ เช่น 1 มกราคม 2568 – ปัจจุบัน และรูปแบบสื่อ Media Type เป็น All ซึ่งรวมภาพ วิดีโอ ข้อความ
4. ผลลัพธ์จะแสดงรายการโฆษณา พร้อม platform (Facebook/Instagram) วันที่เริ่มลง และผู้ลงโฆษณา (Page name) สำหรับแต่ละโฆษณา ระบบจะแสดงมูลค่า Amount Spent หรือช่วงมูลค่าเงินที่ใช้ยิงโฆษณา เช่น < 100 USD, 100-499 USD) และ Impressions หรือช่วงจำนวนการแสดงผล ผู้สนใจสามารถคลิกเข้าเพจผู้ลงโฆษณา (Page) จะเห็นสรุปรวมยอดใช้จ่ายรวมสำหรับโฆษณาทางการเมือง ในช่วง 7 วัน 30 วัน หรือทั้งหมด โดยจะมีข้อมูลผู้จ่ายเงิน และคำประกาศแสดงไว้ด้วย
ในส่วนการใช้ Meta Ad Library Report เพื่อดูข้อมูลรวมและอันดับผู้ใช้จ่ายสูงสุด สามารถชมได้ผ่านเว็บไซต์ https://www.facebook.com/ads/library/report/ ขั้นตอนการตรวจสอบเริ่มที่เปิดเว็บไซต์ Meta Ad Library Report แล้วเลือกพื้นที่ Region เป็นประเทศไทย จากนั้นเลือกกำหนดช่วงเวลา จากนั้นระบบจะแสดงข้อมูลรวมทันที
ข้อมูลที่ปรากฏประกอบด้วยยอดใช้จ่ายรวมทั้งประเทศสำหรับโฆษณาทางการเมือง, รายชื่อผู้ลงโฆษณาที่ใช้เงินมากที่สุด (เรียงอันดับ) พร้อมยอดใช้จ่าย, รายละเอียดการใช้จ่ายแยกตามเพจ/ผู้ลงโฆษณา โดยสามารถกรองข้อมูลเพิ่มเติมและดาวน์โหลดเป็นไฟล์ CSV เพื่อนำไปวิเคราะห์ใน Excel สำหรับสร้างกราฟแนวโน้มการใช้จ่ายรายสัปดาห์ได้.


