"ยอด ชินสุภัคกุล" ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ LINE MAN Wongnai โพสต์เฟซบุ๊กเห็นใจ "น็อคน็อค" (NocNoc) ประกาศยุติการให้บริการแพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา โดยยอมรับว่าใจหายในฐานะที่เป็นแพลตฟอร์มเหมือนกัน ซึ่งต้องเผชิญกับความท้าทายด้านเงินทุนของธุรกิจแพลตฟอร์มในประเทศไทย ชี้หมดยุคสมัยของการสร้างแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไทยไปนานแล้ว สะท้อนการแข่งขันสุดโหดจากผู้เล่นต่างชาติที่มีเงินทุนมหาศาล
*** NocNoc ตัวอย่างชัด แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไทยสุดท้าทาย
จากกรณี NocNoc แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทยที่เน้นสินค้าและบริการเรื่องบ้าน ได้ประกาศยุติการให้บริการแพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการ มีผลตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป โดยอ้างเหตุผลจากสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายและการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดอีคอมเมิร์ซ
นายยอด ชินสุภัคกุล ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ LINE MAN Wongnai แสดงความเห็นว่า NocNoc อยู่ในตลาดอีคอมเมิร์ซไทยที่มีขนาดใหญ่กว่า Food Delivery ประมาณ 7–8 เท่า โดยประเมินว่าตลาด Food Delivery ปัจจุบันมีมูลค่าเกิน 150,000 ล้านบาท จึงต้องใช้เงินทุนอย่างน้อย 70,000–80,000 ล้านบาท เพื่อเจาะตลาดและขึ้นเป็นผู้เล่น 3 อันดับต้นของตลาด ดังนั้น NocNoc ถือเป็นตัวอย่างชัดเจนของความท้าทายเชิงโครงสร้างในธุรกิจแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไทย
"การสร้างแพลตฟอร์ม Food Delivery ที่เริ่มมีกำไรต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 10,000 ล้านบาทใน 5 ปี ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยมีขนาดใหญ่กว่า Food Delivery ประมาณ 7–8 เท่า (ตลาด Food Delivery ปัจจุบันเกิน 150,000 ล้านบาท) จึงต้องใช้เงินทุนอย่างน้อย 70,000–80,000 ล้านบาท เพื่อเจาะตลาดและขึ้นเป็น Top 3 Player เงินลงทุน 1,800 ล้านบาทในปีที่แล้วของ NocNoc ยังไม่เพียงพอ"
ยอดเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง LINE MAN Wongnai ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีด้านอาหารและไลฟ์สไตล์ของไทย จุดเริ่มต้นจากธุรกิจรีวิวร้านอาหาร Wongnai ในปี 2010 บริษัทได้เติบโตและควบรวมกับ LINE MAN จนกลายเป็นบริษัทเทคฯ ยูนิคอร์น มูลค่าเกิน 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ที่ให้บริการหลากหลาย ตั้งแต่อาหาร,เดลิเวอรี่,ความงาม,ท่องเที่ยว และมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย
สำหรับความเห็นล่าสุดจากยอด นอกจากการสร้างแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในไทยต้องใช้เงินทุนมหาศาล ที่คาดการณ์อย่างน้อย 70,000–80,000 ล้านบาท เพื่อเข้าสู่กลุ่ม Top 3 ยอดยังมองว่าความสามารถในการระดมทุนจากนักลงทุนต่างชาติเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด แต่ด้วยความที่ตลาดไทยมีข้อจำกัดด้านขนาดเมื่อเทียบกับอินโดนีเซียหรืออินเดีย ทำให้โอกาสสร้างแพลตฟอร์มใหม่ในไทยจึงให้ความรู้สึกเหมือนว่าได้ปิดลงมานานแล้ว
"ปัจจัยสำคัญที่สุดของสตาร์ทอัพแพลตฟอร์มคือ ความสามารถในการระดมทุน ซึ่งขึ้นอยู่กับทีมผู้ก่อตั้งและขนาดตลาด นักลงทุนต่างชาติขนาดใหญ่ส่วนมากมุ่งเน้นตลาดที่ใหญ่กว่าอย่างอินโดนีเซีย (ระดมทุนได้มากกว่าตลาดไทย 10 เท่า) หรืออินเดีย (เกือบ 100 เท่า) สรุปว่า ยุคสมัยของการสร้างแพลตฟอร์มใหม่ ๆ หรือแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไทย มันจบนานแล้ว โดยโอกาสสุดท้ายน่าจะอยู่ก่อนที่ Lazada จะถูกขายให้ Alibaba"
อาลีบาบา (Alibaba) นั้นได้เข้าซื้อกิจการของลาซาด้า (Lazada) เมื่อพ.ศ. 2559 ด้วยมูลค่ากว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อขยายฐานลูกค้าอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ครั้งใหญ่ที่เชื่อมโยง Lazada กับเครือข่ายทั่วโลกของ Alibaba ทำให้ Lazada เติบโตและมีบทบาทสำคัญในตลาดอีคอมเมิร์ซภูมิภาคอาเซียน
ความเห็นเหล่านี้มาจากกรณีที่ NocNoc ประกาศอย่างเป็นทางการว่าบริษัทได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนและตัดสินใจยุติการให้บริการเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันและการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดอีคอมเมิร์ซ โดยจะหยุดรับคำสั่งซื้อใหม่ ตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 00:00 น. เป็นต้นไป (รับคำสั่งซื้อสุดท้ายถึง 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 23:59 น. ที่ผ่านมา)
ในส่วนการจัดส่งสินค้า NocNoc ย้ำว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 8 มีนาคม 2569 แต่ไม่เกิน 8 เมษายน 2569 และบริการหลังการขายจะให้บริการต่อจนถึง 8 เมษายน 2569 เวลา 18:00 น. ซึ่งการยุติแพลตฟอร์มทั้งหมดจะเกิดขึ้นในวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 เวลา 23:59 น. โดยการชำระเงินให้ร้านค้าพาร์ทเนอร์จะดำเนินการตามเงื่อนไขเดิมจนครบถ้วน เช่นกันกับบริการ Home Solution และการรับประกัน ที่ยังคงรับผิดชอบตามสัญญาที่มีผลผูกพัน.


