บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ชำระค่าใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ย่าน 700 MHz งวดที่ 6 จำนวน 1,881,488,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ให้แก่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พร้อมวางหนังสือค้ำประกันจากสถาบันการเงินสำหรับค่าคลื่นความถี่ส่วนที่เหลือตามเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศอย่างต่อเนื่อง
การชำระเงินค่าคลื่นความถี่ในครั้งนี้ คือการจ่ายค่าใบอนุญาตคลื่นความถี่ย่าน 700 MHz ช่วงความถี่ 703–713 MHz (Uplink) และ 758–768 MHz (Downlink) ที่ทรู มูฟ เอช ได้รับอนุญาตเพื่อใช้ในการให้บริการโทรคมนาคม
นายนฤพนธ์ รัตนสมาหาร (ที่ 3 จากซ้าย) หัวหน้าสายงานรัฐกิจสัมพันธ์และกำกับดูแล และ นางสาววีณา จ่างเจริญ (ขวาสุด) ผู้เชี่ยวชาญสายงานกลยุทธ์กฎระเบียบการกำกับดูแลกิจการบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนส่งมอบเงินและหนังสือค้ำประกันต่อสำนักงาน กสทช. โดยมีนายสุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน (ที่ 2 จากซ้าย) รองเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการโทรคมนาคม และ นายภูมิภัส พลการ (ซ้ายสุด) ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร สำนักงาน กสทช. เป็นผู้รับมอบอย่างเป็นทางการ
คลื่นความถี่ย่าน 700 MHz ถือเป็นคลื่นย่านความถี่ต่ำที่สำคัญในการยกระดับคุณภาพเครือข่ายโทรคมนาคม ได้แก่
- สามารถนำมาใช้งานได้ทั้ง 5G และ 4G
- กระจายสัญญาณได้ไกล ครอบคลุมพื้นที่กว้าง
- ทะลุทะลวงอาคารและสิ่งกีดขวางได้ดี
- เสริมความเสถียรของสัญญาณได้ทั้งในเขตเมือง อาคารสูง พื้นที่ชนบท และพื้นที่ห่างไกล
ปัจจุบัน บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ถือครองคลื่น 700 MHz รวมทั้งสิ้น 20 MHz ประกอบด้วยสองช่วงความถี่:
1.ช่วง 703–713 MHz (Uplink) และ 758–768 MHz (Downlink) ที่เป็นของ ทรูมูฟ เอช
2. ช่วง 713–723 MHz (Uplink) และ 768–778 MHz (Downlink) ที่เป็นของดีแทค เดิม
คลื่นความถี่ 700 MHz ทั้งหมดนี้ถูกนำมาใช้รองรับบริการทั้งระบบ 5G และ 4G เพื่อลูกค้าทรูและดีแทคพร้อมกัน ด้วยการเพิ่มความครอบคลุมของเครือข่ายและยกระดับประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าทั้งสองแบรนด์ทั่วประเทศ การลงทุนอย่างต่อเนื่องในคลื่น 700 MHz ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้อย่างราบรื่นและเสถียรยิ่งขึ้น รองรับการใช้งานดิจิทัลในชีวิตประจำวันได้หลากหลาย ตั้งแต่การสตรีมวิดีโอและการถ่ายทอดสด (LIVE) การซื้อขายสินค้าออนไลน์ การประชุมทางไกล ไปจนถึงการเรียนการสอนออนไลน์ พร้อมทั้งเสริมความพร้อมของโครงข่ายสำหรับการขยายบริการดิจิทัลและเทคโนโลยีในอนาคต


