ข่าวลวงแพร่กระจายทั่วโลกโซเชียลหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในพม่าและประเทศไทยเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา พบชาวออนไลน์แชร์ภาพความเสียหายและผู้ประสบภัยที่เป็นข้อมูลเท็จหลายรูปแบบ ทั้งภาพและวิดีโอที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงรูปภาพเก่าที่นำมาใช้ผิดบริบท และทฤษฎีแปลกแหวกแนวเกี่ยวกับสาเหตุของแผ่นดินไหว
สำนักข่าว DW Fact check และ BBC รายงานการตรวจสอบข้อมูลเท็จที่แพร่หลายในโซเชียลมีเดีย ถึงกรณีแผ่นดินไหวขนาด 7.7 ริกเตอร์ที่สร้างความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะในพม่า มีผู้เสียชีวิตกว่า 2,700 คน บาดเจ็บอีก 4,500 คน และยังมีผู้สูญหายอีกกว่า 440 คน คาดว่าตัวเลขผู้เสียหายจะเพิ่มขึ้นอีก
แม้ศูนย์กลางแผ่นดินไหวจะอยู่ในพม่าตอนกลาง แต่แรงสั่นสะเทือนก็ส่งผลกระทบถึงประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ทำให้มีภาพความเสียหายถูกส่งต่อกันทั่วโลกโซเชียล หนึ่งในนั้นคือวิดีโอใน TikTok ที่มียอดผู้ชมกว่า 780,000 ครั้ง ซึ่งอ้างว่าเป็นภาพตึกสูงในประเทศไทยที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแผ่นดินไหว แต่จากการตรวจสอบพบว่าเป็นภาพที่สร้างขึ้นโดย AI
ข้อสังเกตสำคัญคือบางภาพที่ถูกแชร์สะท้อนความเสียหายที่ดูสะอาดเกินจริง ไม่มีเศษซากตึกบนพื้น แม้ภายนอกอาคารจะเสียหายรุนแรง แต่ภายในอาคารที่มองเห็นผ่านรูโหว่กลับดูปกติผิดธรรมชาติ
นอกจากนี้ การเคลื่อนไหวในวิดีโอยังดูไม่เป็นธรรมชาติ รถยนต์เคลื่อนที่ราบเรียบเกินจริง และดูเหมือนจะขับผ่านคนเดินเท้าบนถนนได้ โดยระหว่างที่วิดีโอเล่นไป เส้นขาวบนถนนยังเคลื่อนที่อย่างผิดปกติ
การสำรวจยังพบว่ามีภาพและวิดีโอจริงถูกนำไปใช้ผิดบริบท เช่น โพสต์ใน X (ชื่อเดิมคือ Twitter) ที่อ้างว่าเป็นภาพผู้คนถูกน้ำท่วมพัดพาในกรุงเทพฯ แต่ความจริงแล้ว ภาพนี้เกิดขึ้นในมณฑลยูนนาน ประเทศจีน
ในอีกด้าน การสำรวจพบว่ามีการเผยแพร่ทฤษฎีสมคบคิดว่าโครงการ HAARP (High-frequency Active Auroral Research Program) ของมหาวิทยาลัยอลาสก้า แฟร์แบงก์ส เป็นผู้อยู่เบื้องหลังแผ่นดินไหวในพม่าและไทย ซึ่งเป็นข้อมูลเท็จอย่างชัดเจน
ผู้เชี่ยวชาญด้านดาราศาสตร์ระบุว่าเป็นไปไม่ได้ที่ระบบเช่น HAARP จะสร้างผลกระทบเช่นนี้ได้ โดย HAARP เป็นเพียงเครื่องส่งสัญญาณความถี่สูงที่ออกแบบมาเพื่อศึกษาชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม แผ่นดินไหวนั้นเกิดจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก เมื่อแผ่นเปลือกโลกเหล่านี้เคลื่อนที่ชนกัน เลื่อนผ่านกัน หรือแยกออกจากกัน สร้างแรงกดดันบนเปลือกโลก ซึ่งเป็นกระบวนการธรรมชาติที่เกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน
สรุปแล้ว ภาวะวิดีโอปลอมระบาดในยุคที่ข้อมูลแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว แปลว่าเราทุกคนต้องเพิ่มความระมัดระวังในการบริโภคและแชร์ข้อมูล โดยเฉพาะในช่วงเกิดภัยพิบัติที่มักมีข้อมูลเท็จและภาพที่สร้างโดย AI แพร่หลาย และสำคัญที่สุด คือทุกครั้งที่เห็นภาพหรือข้อมูลที่น่าตกใจ ให้ตรวจสอบแหล่งที่มา และสังเกตความผิดปกติต่างๆ ก่อนแชร์ต่อ เพื่อไม่ให้เป็นส่วนหนึ่งในการแพร่กระจายข้อมูลเท็จ.