xs
xsm
sm
md
lg

โอกาสธุรกิจ ‘พรินเตอร์’ สร้างรายได้ยุคดิจิทัล (Cyber Weekend)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



จากเทรนด์การใช้งานเครื่องพิมพ์ทั้งในกลุ่มของผู้บริโภคทั่วไป และภาคธุรกิจที่มีแนวโน้มการใช้งานเอกสารลดลง และกลายเป็นปัญหาที่ทำให้บรรดาผู้ผลิตเครื่องพรินเตอร์ต่างมองหาธุรกิจใหม่ที่จะมาสร้าง New S-Curved หรือแหล่งรายได้ใหม่ที่จะทำให้เติบโตอย่างยั่งยืน

เอปสัน (Epson) เป็นหนึ่งในผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ที่ครองอันดับ 1 ในตลาดเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทมาอย่างยาวนาน ทั้งในตลาดเครื่องพิมพ์อิงค์แทงก์ ด้วยส่วนแบ่งกว่า 43% เครื่องพิมพ์ Dot Matrix ที่ครองตลาด 99% ขณะที่เครื่องพิมพ์หน้ากว้างทั้งเครื่องพิมพ์ภาพ และเครื่องพิมพ์ลายผ้าต่างๆ มีส่วนแบ่งเฉลี่ยราว 30-32% ในแต่ละกลุ่มสินค้า

ยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย)​ จำกัด ให้ข้อมูลว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การเติบโตของตลาดพรินเตอร์จะเกิดขึ้นในฝั่งของคอนซูเมอร์ ที่หาซื้อเครื่องพิมพ์ไปใช้งานในบ้าน เพื่อตอบรับงานพิมพ์เล็กๆ น้อยๆ แต่ในปัจจุบันนี้ตลาดเริ่มเปลี่ยนแปลงไป

“ในโลกของพรินเตอร์กลายเป็นว่าคอนซูเมอร์มีปริมาณการพิมพ์เอกสารที่น้อยลง ขณะเดียวกันด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาทำให้อายุการใช้งานของเครื่องยาวนานมากขึ้น ค่าหมึกพิมพ์ที่ถูกลง ทำให้กลายเป็นว่ารายได้จากฝั่งของคอนซูเมอร์จะมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง”

***ดันเครื่องพิมพ์ ‘อีโคแทงก์’ แทน ‘เลเซอร์’


กลับกันกลายเป็นว่าในกลุ่มของธุรกิจองค์กร ยังมีความต้องการในการใช้งานพิมพ์ แม้ว่าปริมาณจะไม่ได้เพิ่มสูงขึ้น แต่ใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทำให้เริ่มเกิดการมองหาเทคโนโลยีงานพิมพ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ในจุดนี้ เอปสัน เริ่มมีการนำเสนอเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทสำหรับองค์กรธุรกิจเข้าสู่ตลาดมาอย่างต่อเนื่อง และปัจจุบันสินค้าในกลุ่มนี้สามารถเข้าไปทดแทนเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์เดิมได้แล้ว ทำให้ยังมีโอกาสที่ในธุรกิจนี้จะยังสามารถเติบโตได้ ด้วยการเข้าไปชิงส่วนแบ่งของเครื่องถ่ายเอกสาร และเครื่องพิมพ์เลเซอร์เดิม

โดยล่าสุดข้อมูลจากทางไอดีซี แสดงให้เห็นสัดส่วนการใช้งานเครื่องพิมพ์ที่เป็นอิงค์แทงก์ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 57% ขณะเดียวกันสัดส่วนการใช้งานเครื่องพิมพ์แบบอิงค์เจ็ททั้งแบบตลับหมึก และแทงก์ มีสัดส่วนในการใช้งานกว่า 80% ของตลาดแล้ว ส่วนเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์เหลืออยู่ราว 20%

นอกจากนี้ เอปสัน ยังมองถึงการทำตลาดรูปแบบใหม่ที่เป็นการนำเสนอโซลูชันครบวงจร (Epson as a Service) ที่จะเข้าไปตอบโจทย์การใช้งานของภาคธุรกิจตามความต้องการ พร้อมบริการหลังการขาย ซึ่งสุดท้ายแล้วจะเป็นการสร้างรายได้ระยะยาว และทำให้ธุรกิจเกิดความยั่งยืนมากกว่า

***4 กลยุทธ์ ขับเคลื่อนเอปสัน


สำหรับในปีนี้ เอปสัน มีแผนที่จะใช้ 4 กลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย 1.การนำเสนอนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า 2.การเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการช่องทางการจัดจำหน่าย 3.ยกระดับประสบการณ์และความพึงพอใจของลูกค้า และ 4. การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์และบริการ

เริ่มต้นจากแนวทางในการดำเนินงาน 4 ด้าน (SEED) ไม่ว่าจะเป็น การรักษาคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และคุณค่าของผลิตภัณฑ์ (Secure) รักษาระดับราคาทั้งของตัวผลิตภัณฑ์และหมึกพิมพ์ให้สามารถทำตลาดได้ในราคาที่ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในตลาดที่มีความอ่อนไหวต่อราคา (Ensure)

ตามด้วย การขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ โอกาสทางธุรกิจ และโซลูชันใหม่ (Expand) และ การปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาด รับมือกับการแข่งขัน (Defend)

ส่วนในแง่ของช่องทางการจัดจำหน่าย มีแผนที่จะขยายทั้งตลาด B2C และ B2B ไม่ว่าจะเป็นการทำงานร่วมกับตัวแทนจำหน่าย เจาะตลาดเมืองรอง พร้อมขยายช่องทางอีคอมเมิร์ซ ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ส่วนตลาด B2B เน้นการเพิ่มโซลูชันด้าน MPS หรือโซลูชั่นในการจัดการดูแลเครื่องพิมพ์และเครื่องถ่ายเอกสารอย่างครบวงจร

นอกจากนี้ ยังเสริมด้วยเครือข่ายศูนย์บริการแบบ On-site Service ครอบคลุมทั่วประเทศ จากศูนย์บริการกว่า 174 แห่ง เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่ลูกค้า รวมทั้งยังจะขยายระยะเวลาการจัดหาอะไหล่ให้กับลูกค้า B2B จากเดิม 5 ปี เป็น 7 ปี

***เครื่องพิมพ์หน้ากว้าง เพิ่มมูลค่าสินค้า

อีกแนวโน้มของธุรกิจในยุคดิจิทัลที่เกิดขึ้น มาจากในกลุ่มของเครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์ที่ปัจจุบัน มีเครื่องพิมพ์ยูวี ที่สามารถพิมพ์ลวดลายต่างๆ ลงบนผ้า หรือสิ่งของได้ ซึ่งในกลุ่มนี้เริ่มมีผู้ประกอบการที่มีไอเดีย ให้ความสนใจเครื่องพิมพ์รุ่นใหม่นี้ และกลายเป็นเทรนด์การสร้างรายได้จากเครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์ที่กำลังเติบโตขึ้น

ในจุดนี้ เอปสัน มีแผนที่จะต่อยอดการนำเครื่องพิมพ์ยูวี ขยายเป็นบริการงานพิมพ์เฉพาะบุคคล เปิดให้ผู้ประกอบการธุรกิจที่สนใจ สามารถลงทุนซื้อเครื่อง พร้อมตกแต่งหน้าร้านเพื่อให้บริการงานพิมพ์สิ่งของต่างๆ ที่ใช้ไอเดียเพิ่มเติมมาช่วยสร้างรายได้ให้แก่ SMEs

“ในยุคก่อนเรามี Digital Lab ที่เข้ามาตอบโจทย์การพิมพ์ภาพถ่ายสำหรับร้านรับอัดล้างรูป แต่ในปัจจุบันเทรนด์ของงานพิมพ์เริ่มเข้าสู่การเป็น Personalization มากขึ้น อย่างการพิมพ์รูปลงบนสิ่งของเฉพาะ ที่สามารถประยุกต์นำสินค้ามาเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจได้ด้วย”

ขณะเดียวกัน การเข้ามาของช่องทางออนไลน์ ยิ่งเปิดกว้างให้ร้านค้าสามารถสร้างรายได้จากงานพิมพ์ ไม่ใช่เฉพาะการสั่งพิมพ์ที่หน้าร้านอีกต่อไป แต่สามารถรับออเดอร์จากช่องทางออนไลน์ และผลิตสินค้าส่งผ่านอีคอมเมิร์ซต่างๆ ได้ด้วย ช่วยลดค่าใช้จ่าย และต้นทุนหน้าร้านด้วย

ท้ายนี้ เอปสัน ยังได้เตรียมบุกตลาดโปรเจกเตอร์ขนาดเล็กเพิ่มเติม หลังจากที่ปัจจุบันโปรเจกเตอร์จิ๋วจากจีนเข้ามาทำตลาด และได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในไทย ซึ่งต้องรอติดตามถึงการสร้างจุดต่างเรื่องคุณภาพ และบริการของเอปสันด้วย


กำลังโหลดความคิดเห็น