xs
xsm
sm
md
lg

ปีหน้าเตรียมพร้อมท์! ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปั้นฐานข้อมูล AI หุ้นไทย รับทั้ง DeepSeek และ Gemini

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ขยับใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เต็มรูปแบบ จับมือยักษ์ใหญ่ "กูเกิลคลาวด์" (Google Cloud) ปั้นแพลตฟอร์มฐานข้อมูล AI อัจฉริยะ "ATLAS" เผยปีนี้เตรียมใช้ภายในองค์กรก่อนเปิดภายนอกปี 69 รับผู้ใช้เลือกแหล่งข้อมูลอ้างอิงได้ รวมถึงโมเดลที่ต้องการทั้ง Gemini, Claude หรือ DeepSeek แต่ระบบที่ตั้งไว้เป็นค่าเริ่มต้นคือ Gemini เพราะมองว่าคุ้มค่าคุ้มราคาที่สุด แย้ม

ถามคำถามเชิงลึกได้ว่า "ถ้าพี่สะไภ้ ไปซื้อขายหุ้นบริษัท ต้องรายงานตามลักษณะผู้เกี่ยวข้องหรือเปล่า?"

นายถิรพันธุ์ สรรพกิจ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ATLAS เกิดจากความต้องการทำให้ข้อมูลหุ้นไทยสร้างประโยชน์ได้สูงสุด โดยจะเป็นฐานข้อมูลที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานกับ AI โดยเฉพาะ รองรับการพร้อมท์ (prompt) หรือคำสั่งและคำถามที่ซับซ้อน ซึ่งจะมีนโยบายกำกับดูแลเข้มข้นเพื่อให้มั่นใจถึงความถูกต้องของคำตอบ

"ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่ใช้ AI นี้ยังไม่ไลฟ์ ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะเอาข้อมูลจากเอกสารทั้งหมด หรือเลือกเฉพาะกฏระเบียบที่ต้องการได้ เลือกใช้โมเดลที่ต้องการได้ อาจจะใช้ Gemini, Claude หรือ DeepSeek ก็ได้ แต่ระบบที่ตั้งไว้เป็นค่าเริ่มต้นคือ Gemini เพราะมองว่าคุ้มค่าคุ้มราคาที่สุด"

***ประเทศแรกของ Google

วันนี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยถือเป็นหน่วยงานแรกของโลกที่อนุญาตให้ประกาศการพัฒนาร่วมกับยักษ์ใหญ่อย่าง Google Cloud ซึ่งแม้จะมีการพัฒนาในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศอื่น แต่ยังไม่มีการประกาศชื่ออย่างเป็นทางการในลักษณะนี้ สำหรับแพลตฟอร์มอัจฉริยะ ATLAS นั้นย่อมาจาก Automated Thai Listed Company AI-Info System ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นกลไกที่ช่วยยกระดับตลาดทุนไทยไปอีกขั้น

 นายถิรพันธุ์ สรรพกิจ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ATLAS ถูกคาดหวังว่าจะเปลี่ยนโฉมตลาดทุนไทยได้เพราะระบบ AI อัจฉริยะที่พัฒนาขึ้นเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก คัดกรอง และประมวลผลข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้เข้าใจง่ายและแม่นยำมากขึ้น โดยใช้พลังของ Generative AI ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับที่อยู่เบื้องหลังแชตบอทและระบบ AI อัจฉริยะต่าง ๆ ที่โลกเริ่มคุ้นเคย

ในปีนี้ ATLAS ถูกออกแบบเพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำงานง่ายขึ้น แต่ในปีหน้า 2569 ตลาดหลักทรัพย์ไทยมีแผนพัฒนาเพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถใช้งานได้ในอนาคต ซึ่งหากนักลงทุนอยากรู้ข้อมูลบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็เพียงแค่พิมพ์คำถาม ระบบ ATLAS ก็สามารถดึงข้อมูล วิเคราะห์ และสรุปให้เข้าใจง่ายได้ในพริบตา



ทั้งหมดนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ เชื่อว่าการใช้เทคโนโลยี AI จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ทั้งการกำกับดูแล การให้ข้อมูลบริษัทจดทะเบียน และการช่วยเหลือนักลงทุนให้เข้าถึงข้อมูลได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น โดยเทคโนโลยีที่ถูกตั้งเป็นค่าหลักของ ATLAS คือ Google Gemini 2.0 Flash ผ่านแพลตฟอร์ม Vertex AI ซึ่งเป็น AI ระดับองค์กรที่ Google Cloud พัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะ

***เรียลไทม์

ที่เด็ดคือ ATLAS รองรับการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ผ่าน BigQuery ทำให้สามารถให้ข้อมูลสำคัญแก่ผู้ใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง สะท้อนพลังของ AI ที่จะเปลี่ยนวิธีการทำงานของตลาดทุนไทยให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น

สำหรับช่วงแรกที่ทดลองใช้ ตลาดหลักทรัพย์ฯต้องการสร้างความแน่ใจว่าคำตอบจากระบบจะคงเส้นคงวา โดยยอมรับว่าความท้าทายคือคำถามที่ซับซ้อน และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่พัฒนาเร็วมากและอาจเปลี่ยนแปลงไปอีกในระยะสั้น

  นายอรรณพ ศิริติกุล จาก Google Cloud ประเทศไทย
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ใช้ AI ก่อนหน้านี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้นำ AI มาช่วยแปลรายงานทางการเงินจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ โดยใช้เทคโนโลยีของ Google Gemini 2.0 Flash ช่วยให้ข้อมูลมีความถูกต้องและแม่นยำขึ้น และยังใช้ AI แปลงเสียงจากวิดีโอเป็นข้อความ ทำให้ข้อมูลทางการเงินของบริษัทจดทะเบียนเข้าถึงได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

***อวสานปั่นหุ้น?


นายอรรณพ ศิริติกุล จาก Google Cloud ประเทศไทย กล่าวแสดงความมั่นใจว่า AI จะช่วยให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ของไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางข้อมูลการลงทุนที่เข้าถึงง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดย Google Cloud พร้อมสนับสนุนตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการนำ AI มาช่วยเสริมศักยภาพบุคลากร และสร้างระบบค้นหาข้อมูลที่ชาญฉลาดขึ้น แต่สำหรับการป้องกันการปั่นหุ้น นั้นยังขึ้นอยู่กับการวางแผนใช้งาน AI ขององค์กร

"ที่ผมเข้าใจคือการตรวจสอบการซื้อขายหุ้น หรือการตรวจสอบการปั่นหุ้นนั้นมีรูปแบบสำหรับการตรวจสอบติดตามมาก่อนอยู่แล้ว แต่สิ่งที่จะเกิดต่อจากนี้ คือ AI หรือ Gemini จะทำให้การเข้าถึงข้อมูลกลุ่มนี้ได้เร็วขึ้นและง่ายขึ้น ถามว่าเรามีสิทธิ์หยุดไหม ก็ขึ้นอยู่กับว่าตลาดหลักทรัพย์ฯจะใช้มันอย่างไร เพราะ Agentic AI สามารถให้ AI ช่วยคิด วิเคราะห์ และลงมือดำเนินการได้ ดังนั้น ตราบใดที่เรารู้ว่า ถ้าเราเป็นคนเราจะดำเนินการในลักษณะไหน ก็สามารถฝึกสอน AI และสร้าง AI ขึ้นมาได้ทำงานในส่วนนี้ได้"


ที่สุดแล้ว อรรณพมั่นใจว่าการประยุกต์ใช้ AI ของตลาดหลักทรัพย์ฯ นั้นสอดคล้องกับแนวโน้มการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลด้านการเงินของประเทศไทย ซึ่งพบว่าประเทศไทยมีการขยายตัวของมูลค่าตลาดสูงถึง 17,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2567 และอาจจะก้าวกระโดดเป็น 110,000 ล้านเหรียญในปี 2573.


กำลังโหลดความคิดเห็น