กสทช. ฟันฉับ!ยึดใบอนุญาตซิม 'K4' ปมฉ้อโกง แชร์ลูกโซ่สูบเงินประชาชน สูญกว่า 29 ล้านบาท 'NT' รับไม้ต่อดูแลลูกค้ากว่า 4 หมื่นเบอร์ เตือนประชาชนระวังตู้เติมเงินผี
เมื่อวันที่ 26 มี.ค.68 นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทน เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กสทช. มีมติให้ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ประเภท MVNO ของบริษัท เคโฟร์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด เจ้าของซิมการ์ด "K4" สิ้นสุดลงทันที หลังถูกตำรวจเศรษฐกิจออกหมายจับบริษัทและกรรมการผู้มีอำนาจ ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน จากกรณีประชาชนร้องทุกข์ถูกหลอกลงทุนธุรกิจลักษณะแชร์ลูกโซ่ ตั้งแต่เดือน ธ.ค.67 ที่ผ่านมา
นายไตรรัตน์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 5 มี.ค.68 ที่ผ่านมา ได้รับข้อมูลจาก กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ว่ามีการจับกุมกรรมการบริษัท เคโฟร์ฯ และยึดอายัดทรัพย์สินกว่า 400 รายการ มูลค่ารวมกว่า 50 ล้านบาท โดยมีผู้เสียหายจำนวน 74 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 29.77 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัท เคโฟร์ฯ ขาดคุณสมบัติในการถือใบอนุญาตตามประกาศ กสทช.
ก่อนหน้านี้บริษัท เคโฟร์ฯ ยังประกอบธุรกิจตู้เติมเงิน "เคธี่ปันสุข" ซึ่งมีการชักชวนประชาชนลงทุนตู้ละ 50,000 บาท โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูง ทั้งนี้ธุรกิจตู้เติมเงินดังกล่าวไม่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กสทช. แต่มีประชาชนเข้าใจผิดและโทรศัพท์สอบถามสำนักงาน กสทช. เกี่ยวกับใบอนุญาต โดย กสทช. ได้ออกประกาศเตือนประชาชนตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค.67 แต่ปัญหากลับบานปลายจนมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความปลายปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ หลังจาก กสทช. ยุติใบอนุญาตของบริษัท เคโฟร์ฯ แล้ว ได้มอบหมายให้บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด หรือ NT ในฐานะผู้ให้บริการเครือข่าย ให้บริการแก่ผู้ใช้บริการซิมการ์ด K4 ต่อไป ซึ่งจากข้อมูลของ NT ณ สิ้นปี 2567 พบว่า มีผู้ใช้งานซิม K4 จำนวนประมาณ 46,000 เลขหมาย มียอดเติมเงินล่าสุดประมาณ 1.7 ล้านบาท หรือเฉลี่ยเลขหมายละ 37 บาท นอกจากนี้ เตือนประชาชนว่า กสทช. ไม่ได้มีการอนุญาตการจำหน่ายหรือดำเนินธุรกิจตู้เติมเงิน และหากประชาชนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับธุรกิจโทรคมนาคมสามารถสอบถามได้ที่ Call Center หมายเลข 1200 ของสำนักงาน กสทช.