เช็ค พอยท์ ซอฟต์แวร์ (Check Point) เผยองค์กรไทยถูกโจมตีทางไซเบอร์มากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก 70% ระบุประเทศไทยกำลังเผชิญกับภัยคุกคามทางไซเบอร์เพิ่มมากขึ้นจากการโจมตีในรูปแบบฟิชชิ่งและการหลอกลวงทางธนาคารที่ทวีจำนวนมากกว่าเดิม เตือนอาชญากรไซเบอร์อาจใช้ประโยชน์จากโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างดีปซีค (DeepSeek) เพื่อขยายขอบเขตปฏิบัติการทุจริต ทั้งปลอมแปลงตัวตน โจรกรรมทางการเงิน และหลบเลี่ยงการรักษาความปลอดภัยของธนาคาร
การประกาศผลสำรวจนี้เกิดขึ้นหลังจาก Check Point Software รายงานผลประกอบการแข็งแกร่งทั่วโลกในปี 2567 โดยบริษัทมีรายได้รวม 959 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และรายได้จากการสมัครสมาชิกเพิ่มขึ้น 9% ส่งให้กำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 7% ซึ่งล่าสุด บริษัทมีการเปลี่ยนตัวผู้นำ โดย กิล ชเวด (Gil Shwed) ผู้ก่อตั้งได้เปลี่ยนบทบาทเป็นประธานกรรมการบริหาร ขณะที่ Nadav Zafrir ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่
สำหรับตลาดไทย Check Point Software สามารถสร้างการเติบโตได้บนหลายปัจจัย หนึ่งในปัจจัยหลักคือรัฐบาลไทยกำลังเดินหน้าส่งเสริมนโยบายคลาวด์ เฟิร์ส โดยหน่วยงานภาครัฐทั้งหมดกำลังเตรียมเปลี่ยนระบบไปสู่แพลตฟอร์มคลาวด์ภายในปีนี้ ตลาดการรักษาความปลอดภัยบนคลาวด์ในประเทศไทยจึงคาดว่าจะเติบโตในอัตรา 25% ต่อปี และมีมูลค่าถึง 17.37 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2572
***บริษัทที่ปรึกษาไทยถูกเจาะพรุน
นายชาญวิทย์ อิทธิวัฒนะ ผู้จัดการสาขาประจำประเทศไทย บริษัท เช็ค พอยท์ ซอฟต์แวร์ เทคโนโลยีส์ กล่าวในงาน CPX APAC 2025 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 18-19 กุมภาพันธ์ 2568 ท่ามกลางพันธมิตรและทีมงาน Check Point รวมกว่า 1,000 คน ว่าองค์กรไทยกำลังเผชิญวิกฤตความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เบ็ดเสร็จแล้วองค์กรไทยเผชิญการโจมตี 3,180 ครั้งต่อสัปดาห์ในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา (สิงหาคม 2567-มกราคม 2568) ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 1,843 ครั้งต่อสัปดาห์อย่างมีนัยสำคัญ สถิตินี้สะท้อนให้เห็นถึงความเร่งด่วนในการยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์ของประเทศไทย
“ตัวเลขประเทศไทยค่อนข้างสูง แสดงว่าองค์กรไทยเป็นกลุ่มที่ถูกจับตาหรือมอนิเตอร์อยู่ กลุ่มเป้าหมายที่หลักถูกโจมตีคือองค์กร CII เช่น หน่วยงานสาธารณูปโภค เช่น การไฟฟ้า การประปา โทรคมนาคม แต่ที่น่าประหลาดใจคือกลุ่มบริษัทที่ปรึกษายังไม่ชัดเจนว่าทำไมจึงมีตัวเลขการโจมตีมากขึ้นก้าวกระโดด”
สถิติจาก Check Point Software ชี้ว่าหากแยกตามองค์กร หน่วยงานสาธารณูปโภคไทยถูกโจมตีมากกว่า 3,028 ครั้งต่อสัปดาห์ รองลงมาเป็นหน่วยงานภาครัฐและการทหาร 2,877 ครั้งต่อสัปดาห์ กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา 1,893 ครั้งต่อสัปดาห์ และกลุ่มสถาบันการเงิน 1,843 ครั้งต่อสัปดาห์
แต่หากมองในภาพรวม ประเทศไทยเผชิญกับภัยคุกคามจากมัลแวร์ทางธนาคารในสัดส่วนที่สูงถึง 9.5% เทียบกับค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่เพียง 2.8% ขณะที่การโจมตีแรนซัมแวร์คิดเป็น 6% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 4% สะท้อนให้เห็นว่าอาชญากรไซเบอร์กำลังมุ่งเป้าโจมตีภาคการเงินของไทยอย่างมีนัยสำคัญ
***AI กระตุ้นตลาดไซเบอร์ซิเคียวริตีไทย
นายชาญวิทย์เชื่อว่านอกจากนโยบายคลาวด์ เฟิร์ส ที่รัฐบาลไทยกำลังเดินหน้าส่งเสริมจนทำให้ตลาดการรักษาความปลอดภัยบนคลาวด์ในประเทศไทยเติบโต แต่ยังมีภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งเพิ่มความรุนแรงขึ้น เช่น อาชญากรไซเบอร์อาจใช้ประโยชน์จากโมเดล AI ในการก่อกวนหรือสร้างความเสียหาย ดังนั้น Check Point จึงประกาศนวัตกรรมใหม่เพื่อป้องกันภัยจาก AI รวมถึงใช้ AI เป็นตัวเพิ่มความสามารถใหม่ในการกันภัยไซเบอร์
ส่วนหนึ่งของความสามารถใหม่ที่ Check Point ใช้ AI เป็นตัวเพิ่มความสามารถใหม่ในการกันภัยไซเบอร์ คือการปรับปรุงนโยบายด้านความปลอดภัยด้วยการให้ AI แนะนำการบังคับใช้ ยังมีการใช้ AI ตรวจสอบความสอดคล้องตามกฎระเบียบอย่างรวดเร็ว การรวมศูนย์การจัดการข้อมูลบนแพลตฟอร์มที่หลากหลาย การใช้ AI เสริมสร้างการตอบสนองด้านความปลอดภัยโดยอัตโนมัติ รวมถึงใช้ AI เพื่อตรวจสอบเกตเวย์และคาดการณ์ความล้มเหลว และการให้ข้อมูลเชิงลึกด้านความปลอดภัยผ่านการแชต
ความสามารถเหล่านี้คือกลไกที่ทำให้ Check Point Software ทำรายได้มากขึ้นทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยผลประกอบการไตรมาสที่ 4 และตลอดปี 2024 ของ Check Point Software ชี้ว่าบริษัทมีรายรับรวม 959 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยจุดที่น่าสนใจคือการเติบโต 8% ในธุรกิจหลัก Quantum Force appliance และความสำเร็จของโซลูชัน Harmony E-mail รวมถึงการขยายตัวของการใช้งานแพลตฟอร์ม Infinity
ที่สุดแล้ว Check Point มั่นใจว่ามีความพร้อมเป็นพิเศษในการตอบสนองความต้องการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของธุรกิจทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่บริษัทกำลังมุ่งขยายจากฐานลูกค้าสถาบันการเงินที่คิดเป็นสัดส่วน 90% มาสู่ตลาดองค์กรภาครัฐ และบริษัทค้าปลีก ที่จะต้องป้องกันตัวเองจากภัยคุกคามที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกให้ได้