ทรูดิจิทัลฟ้อง กสทช. ปมแทรกโฆษณาบนทรูไอดี ฝ่ายผู้บริโภคลุกฮือ #saveพิรงรอง ล่าหมื่นชื่อหนุนสู้คดี ศาลตัดสิน 6 ก.พ.68 หากผิดพ้นตำแหน่งทันที
สภาองค์กรของผู้บริโภค เปิดเผยว่า ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นัดฟังคำพิพากษา ในวันที่ 6 ก.พ.68 กรณี บริษัท ทรูดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด ฟ้องศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช. ด้านกิจการโทรทัศน์ ซึ่งกลุ่มนักวิชาการและภาคประชาชนมองว่า เป็นคดีตัวอย่างที่สะท้อนว่า กสทช. ทำหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคแต่กลับถูกผู้ประกอบการฟ้องร้อง
◉ ต้นเหตุคดี: แทรกโฆษณาบนทรูไอดี กระทบหลักมัสต์แครี่
คดีนี้เริ่มจากการที่มีผู้บริโภคร้องเรียนต่อสำนักงาน กสทช. ในปี 66 หลังพบว่า แพลตฟอร์มทรูไอดี มีการแทรกโฆษณาในช่องทีวีดิจิทัล ซึ่งเป็นช่องที่ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. โดยทรูดิจิทัลในฐานะผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน ได้ดึงสัญญาณของช่องเหล่านี้มาออกอากาศบนแพลตฟอร์มของตน
หลังได้รับการร้องเรียน คณะอนุกรรมการพิจารณาอนุญาตด้านกิจการโทรทัศน์ของ กสทช. ได้ตรวจสอบและเสนอความเห็นในเรื่องดังกล่าว ทำให้สำนักงาน กสทช. ออกหนังสือแจ้งไปยังผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ให้ตรวจสอบการเผยแพร่ช่องรายการของตนผ่านโครงข่ายและแพลตฟอร์มต่างๆ และให้ปฏิบัติตามประกาศมัสต์แครี่ (Must Carry) ซึ่งกำหนดว่า ช่องทีวีดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตต้องออกอากาศโดยไม่มีการแทรกโฆษณาเพิ่มเติม
แม้หนังสือดังกล่าวไม่ได้ส่งตรงถึงทรูดิจิทัล เนื่องจากบริษัทไม่ได้เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการโทรทัศน์โดยตรงและไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กสทช. แต่ทรูดิจิทัลมองว่า คำสั่งนี้กระทบต่อธุรกิจ เพราะอาจทำให้ผู้รับใบอนุญาตทีวีดิจิทัลระงับการเผยแพร่ช่องรายการผ่านแพลตฟอร์มทรูไอดี ส่งผลให้บริษัทได้รับความเสียหาย
◉ ทรูดิจิทัลโต้ กสทช. ยังไม่มีระเบียบกำกับ OTT
ทรูดิจิทัล อ้างว่า สำนักงาน กสทช. ยังไม่มีระเบียบเฉพาะสำหรับการกำกับดูแลแพลตฟอร์ม OTT (Over-The-Top) ซึ่งเป็นบริการสตรีมมิ่งผ่านอินเทอร์เน็ตโดยตรง ดังนั้น การที่ กสทช. ออกหนังสือแจ้งไปยังช่องทีวีดิจิทัล ส่งผลให้ทรูดิจิทัลได้รับความเสียหายโดยตรง
◉ 'พิรงรอง' ยันทำเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค
ด้านศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง ยืนยันว่า การออกหนังสือของ กสทช. เป็นไปตามหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจากการแทรกโฆษณาบนแพลตฟอร์มทรูไอดี ตามหลัก Must Carry และดูแลลิขสิทธิ์ของผู้ให้บริการทีวีดิจิทัล เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรม
พร้อมระบุว่า การตรวจสอบเรื่องนี้เป็นผลมาจากการร้องเรียนของผู้บริโภคโดยตรง และไม่มีการเลือกปฏิบัติต่อผู้ประกอบการรายใด ยืนยันว่ามาตรการที่ออกมา ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อแทรกแซงธุรกิจ OTT แต่เป็นไปเพื่อให้ช่องทีวีดิจิทัลปฏิบัติตามเงื่อนไขใบอนุญาต
◉ #saveพิรงรอง เดือด! ล่าชื่อหมื่นคน หนุนสู้คดี
เครือข่ายนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและกลุ่มผู้บริโภคทั่วประเทศ ผนึกกำลังติดแฮชแท็ก #saveพิรงรอง พร้อมเปิดแคมเปญล่ารายชื่อ 10,000 คน เพื่อส่งกำลังใจและเรียกร้องความเป็นธรรมให้ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง ในการต่อสู้คดี
ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรรางศุ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีนี้ว่า "ถ้าการปฏิบัติหน้าที่ตามตำแหน่งที่รับผิดชอบด้วยความสุจริตจะกลายเป็นความผิดทางอาญาแล้วไซร้ ในระยะยาว จะเหลือใครทำงานให้ส่วนรวม"
ด้าน นายธนา เธียรอัจฉริยะ ผู้นำทางความคิดวงในการธุรกิจ อดีตผู้บริหารระดับสูงของดีแทค ที่ปัจจุบันควบรวมโดยทรู โพสต์ว่า "สะเทือนความรู้สึกมากและน่าจะมีผลกระทบในวงกว้างแน่"
◉ อดีต กสทช.-สื่อมวลชน ส่งกำลังใจ สู้ เพื่อ กสทช.
ขณะที่ น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ อดีต กรรมการ กสทช. โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ส่งกำลังใจให้ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง ยืนหยัดต่อสู้ เพื่อ กสทช.
ด้าน นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรและผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ชื่อดัง นำเสนอข่าวผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ กรรมกรข่าว ชวนจับตาดูการพิจารณาคดีดังกล่าว หลัง ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง ทำหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภค
◉ ศาลชี้ขาดพรุ่งนี้ 'พิรงรอง' ผิดหลุดเก้าอี้ทันที
ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 หาก ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง ถูกตัดสินว่ามีความผิด และไม่ได้รับสิทธิประกันตัวระหว่างรออุทธรณ์ จะสิ้นสภาพการเป็นกรรมการ กสทช. ทันที ตามเงื่อนไขที่กำหนดใน พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ
คดีนี้เกี่ยวข้องกับมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งกำหนดโทษสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยระบุโทษจำคุก ตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับ 2,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ขณะที่ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ มาตรา 7 (6) และ (7) ระบุว่า กรรมการ กสทช. ที่ถูกศาลพิพากษาให้จำคุก และถูกคุมขังตามหมายศาล ถือว่าขาดคุณสมบัติโดยอัตโนมัติ เว้นแต่เป็นคดีที่เกิดจากการกระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
◉ เคยขอศาลสั่งยุติหน้าที่ แต่ถูกปัดตก
ย้อนกลับไปในเดือน เม.ย.67 บริษัท ทรูดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งให้ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งในตำแหน่งกรรมการ กสทช. และประธานอนุกรรมการพิจารณาอนุญาตด้านกิจการโทรทัศน์ ไว้ชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาในคดีนี้
อย่างไรก็ตาม ในเดือน พ.ค.67 ศาลมีคำสั่งยกคำร้อง โดยให้เหตุผลว่า จำเลยไม่มีพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นว่า เป็นปฏิปักษ์ ขัดขวาง หรือกลั่นแกล้งการประกอบธุรกิจของโจทก์ ตามที่บริษัททรูดิจิทัลกล่าวอ้าง
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำตัดสินของศาลในวันพรุ่งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หากศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง ถูกตัดสินว่ามีความผิดและไม่ได้รับสิทธิประกันตัว จะต้องพ้นจากตำแหน่งกรรมการ กสทช. ทันที และอาจส่งผลต่อโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมและสื่อของประเทศ
ในทางกลับกัน หากศาลยกฟ้อง หรือให้สิทธิประกันตัว คดีนี้อาจกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของการตีความอำนาจหน้าที่ของ กสทช. และแนวทางการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมและสื่อในอนาคต