xs
xsm
sm
md
lg

SIS ชี้คลาวด์ไทยรุ่งต่อแม้ไร้โปรเจ็กต์ R&D ด้าน AI จากบิ๊กเทคโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (SiS) มั่นใจธุรกิจคลาวด์ในประเทศไทยจะไม่ได้รับผลกระทบกรณีบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ระดับโลกเลือกประเทศเพื่อนบ้านเป็นฐานการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ล่าสุดจับมือจับมือ ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ (HPE) พัฒนาบริการคลาวด์โครงสร้างพื้นฐานรองรับการเติบโตของตลาดที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นกว่า 40% ต่อปีในช่วง 3 ปีข้างหน้า แจ้งเกิดบริการ "เฟล็กซ์ คลาวด์" (Flex Cloud) มุ่งเป้ากลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ตั้งเป้ารายได้ 230 ล้านบาทในปี 2568

นายสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยระหว่างการเปิดตัวความร่วมมือกับ HPE ครั้งล่าสุดว่าสถานการณ์ที่เม็ดเงินลงทุนไอทีระดับโลกไหลไปที่เพื่อนบ้านอย่างเวียดนามนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก โดยเฉพาะกรณีที่บริษัทชิปรายใหญ่ประกาศลงทุนตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาด้านปัญญาประดิษฐ์ที่เวียดนาม เนื่องจากโครงการดังกล่าวมุ่งรวบรวมบุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านการพัฒนา ดังนั้นเวียดนามจึงเหมาะสมกว่าไทยเพราะเป็นพื้นที่ที่มีโปรแกรมเมอร์ที่เชี่ยวชาญมากกว่า อย่างไรก็ตาม ไทยยังคงเป็นตลาดที่มีการลงทุนด้านดาต้าเซ็นเตอร์มากกว่า และความต้องการใช้เทคโนโลยีคลาวด์ในประเทศไทยได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งจากภาครัฐและเอกชน โดยคาดว่าการใช้จ่ายด้านคลาวด์ในปี 2567 จะเทียบเท่าการใช้งานแบบดั้งเดิม (Traditional On-Premise) และมีแนวโน้มแซงหน้าในปี 2568

“ประเทศไทยส่งงานโปรแกรมเมอร์ออกไปพัฒนาที่เวียดนามจำนวนมาก และปัจจุบันก็มีบริษัทด้านโปรแกรมมิ่งเวียดนามมากมายก็เข้ามาตั้งสาขาในประเทศไทย ถ้าผมเป็นคนต้องลงทุนอะไรที่ต้องการโปรแกรมเมอร์จำนวนมาก ผมก็ไม่มาประเทศไทยเพราะเราไม่มีคน อันนี้ต้องยอมรับว่าเราสู้เขาไม่ได้จริงๆเรื่องแรงงาน แต่ส่วนของตลาดสำหรับผู้ใช้ ไทยเราดีกว่าเวียดนาม เพราะธุรกิจไทยที่มีพื้นฐานที่ดีแล้วจำนวนมากกว่าเวียดนาม ผู้ใช้คลาวด์ก็เยอะกว่า ดูจาก AWS ที่เปิดดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยแต่ไม่เปิดที่เวียดนาม ไม่ว่าจะเป็น AWS, Microsoft หรือ Google ทั้งสามแบรนด์นี้ลงทุนที่เมืองไทย แต่ไม่ไปลงที่เวียดนาม”

เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น นั้นเป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าไอทีที่เคลมตัวเองว่าเป็นรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ล่าสุด SIS ยกตัวเลขในรายงานของบริษัทวิจัยการ์ทเนอร์ ว่าการใช้จ่ายบริการคลาวด์ขององค์กรในประเทศไทยจะสูงถึง 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 เติบโต 30.1% จากปีก่อน โดยเฉพาะบริการคลาวด์แบบโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure-as-a-Service หรือ IaaS) ซึ่งจะเติบโตในอัตราสูงถึง 39.6% และจะขยายตัวต่อเนื่องกว่า 40% ต่อปีในอีก 3 ปีข้างหน้า

นายสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (กลาง) นายพลาศิลป์ วิชิวานิเวศน์ กรรมการผู้จัดการ ประจำประเทศไทยและเวียดนาม บริษัท ฮิวเลตต์     แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ เอชพีอี (ซ้าย) และ นายนพคุณ วิศิษฏ์รัฐกุล ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจคลาวด์ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น      (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
เพื่อรุกตลาดคลาวด์ในไทย เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น จึงจับมือ ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ (เอชพีอี) เปิดตัวเฟล็กซ์ คลาวด์สำหรับจับกลุ่มเอสเอ็มอี โดยปัจจุบัน เอสไอเอส คลาวด์ มีตัวแทนจำหน่ายกว่า 300 ราย และมีผู้ใช้บริการแล้วกว่า 1,000 ราย ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งประกันภัย น้ำมันและก๊าซ การขนส่ง สุขภาพ การศึกษา และหน่วยงานรัฐ

นายพลาศิลป์ วิชิวานิเวศน์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทยและเวียดนาม เอชพีอี กล่าวว่า บริษัทได้สนับสนุนเทคโนโลยี เอชพีอี กรีนเลค และเทคโนโลยี AIOps ให้กับเอสไอเอส คลาวด์ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการระบบ โดยเอสไอเอส คลาวด์ จะให้บริการผ่านศูนย์ข้อมูล 2 แห่ง ได้แก่ อินเตอร์ลิงก์ ไอดีซี และ ETIX Bangkok #1 Data Center ซึ่งผ่านมาตรฐาน Tier 3 ทั้งด้านการออกแบบและสิ่งอำนวยความสะดวก พร้อมมาตรฐาน ISO/IEC 27001, ISO/IEC 20000-1 และ CSA-STAR รับประกันคุณภาพการให้บริการที่ 99.90% พร้อมบริการหลังการขายตลอด 24 ชั่วโมง

***AI ยังไม่ถึงคิวดัน

แม้จะยอมรับว่า AI คือหนึ่งในปัจจัยที่ผลักดันขยายการเติบโตของตลาดคลาวด์ในอนาคตซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อความร่วมมือที่เกิดขึ้น เนื่องจาก AI สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้กว้างขวาง แต่สมชัยมองว่าในระยะแรก การเติบโตของ AI จะไม่ได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยการใช้งาน AI อาจมีการเติบโตแบบแยกกันในด้านที่ต่างไป ทำให้ปัจจุบันยังเร็วเกินกว่าที่จะประเมินการเติบโตของคลาวด์ที่จะได้รับอานิสงส์จาก ​AI

พลาศิลป์ วิชิวานิเวศน์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทยและเวียดนาม เอชพีอี
“แม้ผมจะติดตามความคืบหน้า AI อย่างดีแล้ว ก็ยังมองไม่ออกว่าตกลง AI จะเอามาใช้ทำอะไรในธุรกิจ ตอนนี้ ในภาพการใช้งานส่วนตัวนั้นเริ่มเห็นแล้ว อย่างโมเดลภาษาขนาดใหญ่หรือ LLM ที่ออกมาทำให้ อำนวยความสะดวกในหลายด้าน แต่การใช้ในองค์กรนั้นเรายังอยู่ในช่วงอนุบาล ยังไม่รู้จะเอามาทำอะไร องค์กรทดลองกันใหญ่ และเมื่อตรวจสอบกับหลายบริษัทก็พบว่าหลายบริษัทล้มเหลวกับการทดลองใช้ เมื่อองค์กรไทยในปัจจุบันยังไม่สามารถพบยูสเคสการใช้งานที่เป็นประโยชน์ของ AI เวลานี้จึงเร็วเกินไปที่จะตอบว่า AI จะช่วยให้เกิดเงินสะพัดในตลาดคลาวด์ไทยอย่างไรในช่วงปี 2568”

เบื้องต้น สมชัยชี้ว่าธุรกิจไอทีไทยส่งสัญญาณตื่นตัวมากกับ AI โดยทุกเวนเดอร์มีการพูดถึง AI และมีความมุ่งมั่นในการนำปัญญาประดิษฐ์มาช่วยให้สินค้าและบริการของตัวเองมีประสิทธิภาพและน่าดึงดูดมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคคอนซูมเมอร์ ที่จะมีการนำระบบ AI มาติดตั้งในโทรศัพท์ เป็นการโหลดโมเดลลงที่เครื่องทำให้สามารถใช้ AI ได้โดยไม่ต้องเชื่อมกับอินเตอร์เน็ต คาดว่าในอนาคต บริษัทผู้พัฒนาอุปกรณ์ทั้งหมดจะนำ AI เข้ามาทำให้สินค้าดีขึ้น

“ถ้าเค้าประสบความสำเร็จตามที่การ์ทเนอร์คาด ว่าตลาดพีซีจะเติบโตจากที่หดตัวมาตลอด ผมมองว่าปี 68 นี้จะเป็นปีที่ AI ช่วยให้ตลาดเติบโตราว 4-5% รวมถึงตลาดเซิร์ฟเวอร์ที่มีสินค้าประเภทใหม่ออกมาอีกจำนวนมาก เชื่อว่าจาก AI ที่เข้าใจภาพ เข้าใจเสียง และเข้าใจภาษามนุษย์ จะทำให้เกิดสินค้าประเภทใหม่ที่ SIS กำลังพิจารณานำเข้ามาทำตลาด เช่น แว่นที่มีกล้องฝังอยู่”

สมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
ที่สุดแล้ว สมชัยเชื่อว่าปัจจัยบวกที่จะผลักดันการเติบโตของตลาดคลาวด์ รวมถึง Flex Cloud คือการรองรับงานดั้งเดิมในองค์กร โดย Flex Cloud จะช่วยให้องค์กรธุรกิจขนาดเล็กและกลางสามารถใช้เทคโนโลยีใหม่ในการพัฒนาแอปพลิเคชันให้ทำงานบนได้คลาวด์มากขึ้น ซึ่ง Flex Cloud จะได้รับการสนับสนุนฮาร์ดแวร์ประสิทธิภาพสูงจากเอชพีอี และซอฟต์แวร์เวอร์ช่วลไลเซชั่น (Software Virtualization) และการจัดการคลาวด์จาก เวอร์ชูซโซ่ (Virtuozzo) เพื่อให้บริการคลาวด์แบบโครงสร้างพื้นฐาน หรือ Infrastructure as a Service (IaaS) ประสิทธิภาพสูง มีความปลอดภัย ในราคาที่ย่อมเยาสบายกระเป๋าเอสเอ็มอี