xs
xsm
sm
md
lg

เริ่มแล้วเฟส 2 'ดีอี' จับมือตำรวจและพันธมิตร เดินหน้า 7 มาตรการ กวาดล้างโจรออนไลน์ตามข้อสั่งการนายกฯ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กระทรวงดีอี จับมือตำรวจ พันธมิตร แถลงมาตรการป้องกันและปราบปราบอาชกรรมทางเทคโนโลยี ตามข้อสั่งการนายกฯ ประกาศเดินหน้า 7 มาตรการกวาดล้าง 'โจรออนไลน์' ต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 9 พ.ค.67 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และผู้บริหารหลายหน่วยงาน แถลงข่าวการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์เป็นระยะที่ 2 ตามข้อสั่งการของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี หลังจากเสร็จสิ้นระยะแรกในเดือน เม.ย.67 โดยผลการดำเนินงานระยะแรก 30 วันที่ผ่านมา ใน 10 เรื่องที่สำคัญมีดังนี้

การปราบปรามจับกุมอาชญากรรมออนไลน์ ในเดือน เม.ย.67 สามารถจับกุมอาชญากรรมออนไลน์ในไทยเพิ่มขึ้น รวมผู้ถูกจับกุมทุกประเภท 6,624 คน ซึ่งเพิ่มขึ้น 2.7 เท่าจากการจับกุมเฉลี่ยที่ 2,430 คนต่อเดือนในช่วงต้นปี การจับกุมคดีเว็บพนันออนไลน์โดยเฉพาะมีจำนวน 3,667 คน เพิ่มขึ้น 3.1 เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับเดือน ม.ค.-มี.ค.67 ที่มีการจับกุมเฉลี่ย 1,174 คน นอกจากนี้ ยังมีการจับกุมคดีบัญชีม้าและซิมม้าที่ 361 คน ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.9 เท่าจากการจับกุมเฉลี่ย 187 คนต่อเดือนในช่วงเดียวกัน

ทั้งนี้ มีการปิดกั้นโซเชียลมีเดียและเว็บไซต์ผิดกฎหมายทั้งหมด 16,158 รายการ ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 18 เท่าเมื่อเทียบกับเดือน เม.ย.66 ที่ผ่านมา อีกทั้งมีการปิดกั้นเว็บพนันออนไลน์อีกจำนวน 6,515 รายการในเดือนเดียวกัน โดยปริมาณการปิดกั้นเว็บพนันนี้เพิ่มขึ้นถึง 38.8 เท่าจากปีก่อน


ขณะเดียวกัน ตั้งแต่วันที่ 1-30 เม.ย.67 ได้มีการระงับบัญชีม้าจำนวนกว่า 700,000 บัญชี โดยธนาคารระงับเอง 300,000 บัญชี สำนักงานปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ปิด 325,586 บัญชี และหน่วยงาน AOC ระงับ 101,375 บัญชี นอกจากนี้ ยังได้กำหนดมาตรการเข้มงวดในการเปิดบัญชีใหม่ เพิ่มกระบวนการตรวจสอบลูกค้าอย่างละเอียด (CDD) โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ธนาคารจะต้องตรวจสอบข้อมูลอย่างเข้มข้นก่อนอนุมัติการเปิดบัญชี และมีการปรับปรุงระบบให้มีประสิทธิภาพในการระงับบัญชีต้องสงสัยทันทีที่มีการแจ้งเตือนจากศูนย์ AOC 1441 และระบบอัตโนมัติที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อช่วยลดเวลาและเพิ่มความแม่นยำในการติดตามเส้นทางการเงินของบัญชีม้าและบัญชีต้องสงสัย

ส่วนการกวาดล้างซิมม้าและซิมต้องสงสัยถึงวันที่ 30 เม.ย.67 ประสบความสำเร็จ โดยตำรวจ และกระทรวงดีอีได้ระงับหมายเลข 800,000 ราย พร้อมระงับหมายเลขโทร.ออกเกิน 100 ครั้ง/วัน 36,641 หมายเลข กสทช. กำหนดให้ผู้ถือครองซิมมากกว่า 100 ซิมต้องยืนยันตัวตนภายในวันที่ 14 ก.พ.67 ผลคือมีผู้ยืนยัน 2.58 ล้านหมายเลข และระงับไม่ยืนยัน 1.46 ล้านหมายเลข ขณะที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการระงับอีก 1.04 ล้านหมายเลข การเปิดใช้ซิมใหม่ต้องผ่านการลงทะเบียนและยืนยันตัวตนเข้มงวดตามหลักเกณฑ์ของ กสทช. เพื่อป้องกันการนำไปใช้กระทำผิดกฎหมาย

นอกจากนี้ สำนักงาน กสทช. ร่วมมือกับกระทรวงกลาโหมและตำรวจเร่งดำเนินการกวาดล้างและจับกุมผู้ใช้เสาและสายสัญญาณสื่อสารที่ผิดกฎหมายตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน โดยได้มีการอบรมกำลังพลกองทัพให้สามารถตรวจสอบเสาและสายสัญญาณที่ผิดกฎหมายตามแนวชายแดนได้ นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินการปฏิบัติการตัดวงจรซิม-สาย-เสาเพื่อสกัดกั้นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยมีการจับกุมครั้งสำคัญเมื่อวันที่ 2 เม.ย.67 ซึ่งทำการจับกุมการลักลอบเดินสายอินเทอร์เน็ตผ่านชายแดนไปประเทศกัมพูชา ใน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว


ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทย ร่วมมือกับตำรวจ และกระทรวงดีอี เพื่อเฝ้าระวังและจับกุมชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายผิดกฎหมายในประเทศไทย โดยเน้นที่การหลอกลวงคนไทยให้ไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน กระทรวงการต่างประเทศสนับสนุนการประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้านในการจัดการปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมออนไลน์ ก.ล.ต. ดำเนินการปิดกั้นผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาต ศูนย์ AOC 1441 เป็นฐานข้อมูลหลักในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อบูรณาการการจัดการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เร่งดำเนินการกำหนดมาตรการใหม่เพื่อควบคุมการซื้อขายออนไลน์และป้องกันการหลอกลวง

สำหรับ 7 มาตรการหลักเพื่อต่อสู้กับอาชญากรรมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การปราบปรามจับกุมอาชญากรรมออนไลน์ทั้งในและต่างประเทศ การป้องกันและจับกุมบัญชีม้าและซิมม้า พร้อมเป้าหมายปิดบัญชีม้าไม่ต่ำกว่า 100,000 บัญชีต่อเดือน และการแก้ไขปัญหาหลอกลวงซื้อขายสินค้าออนไลน์โดยเฉพาะบริการเก็บเงินปลายทาง นอกจากนี้ ยังรวมถึงการเร่งคืนเงินและเยียวยาผู้เสียหายโดยใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูล การเพิ่มความรับผิดชอบของผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์และผู้ให้บริการทางการเงิน การรณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันอาชญากรรมออนไลน์ และการเร่งรัดปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มโทษและป้องกันการหลอกลวงลงทุน

"นายกรัฐมนตรีเรียกร้องให้เร่งการปราบปรามและจับกุมคนร้ายต่อเนื่อง เพื่อกวาดล้างบัญชีม้าและซิมม้า ตัดเส้นทางการเงิน ปิดกั้นโซเชียลมีเดียและเว็บพนันออนไลน์ที่หลอกลวง โดยเน้นย้ำถึงการลดจำนวนผู้เสียหายและมูลค่าความเสียหายจากคดีออนไลน์ให้เร็วที่สุด สถิติล่าสุดในเดือน เม.ย.67 แสดงให้เห็นว่ามีการรับแจ้งความเฉลี่ย 992 คดีต่อวัน และมูลค่าความเสียหายเฉลี่ย 110 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งน้อยกว่าเดือน มี.ค.67 ที่มีมูลค่าเสียหาย 149 ล้านบาทต่อวัน การกระทำเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายในการประสบความสำเร็จในการจัดการกับปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ในประเทศ" นายประเสริฐ กล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น