อินเทล (Intel) และบรอดคอม (Broadcom) ประกาศความสำเร็จในการพัฒนามาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายยุคใหม่ Wi-Fi 7 ที่ได้ผ่านการทดลองจากแล็ปท็อปที่ใช้หน่วยประมวลผลของ Intel เชื่อมต่อกับจุดกระจายสัญญาณ Wi-Fi 7 ของ Broadcom ให้ความเร็วในการเชื่อมต่อไร้สายสูงถึง 5 Gbps
สำหรับมาตรฐานใหม่ของ Wi-Fi 7 จะทำงานบนคลื่นความถี่ 6 GHz เช่นเดียวกับมาตรฐาน Wi-Fi 6E ที่เปิดตัวมาก่อนหน้านี้ ซึ่งที่ผ่านมาคลื่นความถี่ดังกล่าวเป็นช่วงคลื่นที่เปิดให้ใช้งานแบบไม่ต้องมีใบอนุญาต (ในประเทศไทย กสทช. ยังไม่อนุมัติให้นำมาใช้)
โดยแต่เดิมใน Wi-Fi 6E จะสามารถส่งต่อข้อมูลแบบไร้สายได้ที่ความเร็วประมาณ 3.6 Gpbs แต่พอเป็นมาตรฐาน Wi-Fi 7 จะขยับไปอยู่ที่ 5 Gbps นอกจากนี้ ยังได้ความหน่วง หรือระยะเวลาการเชื่อมต่อที่ต่ำลง ทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สามารถเชื่อมต่อ และตอบสนองได้รวดเร็วกว่าเดิม
จุดที่ทำให้ Wi-Fi 7 สามารถส่งสัญญาณได้เร็วขึ้นคือการใช้ช่องสัญญาณบนคลื่น 6 GHz ที่กว้างขึ้นเป็น 320 Hz พร้อมใช้โมดูลในการเชื่อมต่อที่ดีขึ้นเป็น 4K QAM ให้สามารถเชื่อมต่อทำงานได้พร้อมกันในหลายย่านความถี่ ส่งผลให้สามารถเชื่อมต่อได้รวดเร็วขึ้น และในขณะเดียวกันใช้พลังงานน้อยลงด้วย
เบื้องต้น Intel และ Broadcom มองว่ากลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่จะได้รับประโยชน์จากการใช้งาน Wi-Fi 7 จะอยู่ในฝั่งที่พัฒนาเทคโนโลยี AR ที่ต้องการส่งภาพความละเอียดสูงระดับ 16K (มาตรฐานปัจจุบันอยู่ที่ 4K - 8K) รวมถึงการตอบสนองที่รวดเร็วขึ้นในอุตสาหกรรมเกมต่างๆ
รวมถึงการใช้งานอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ภายในบ้านที่ปัจจุบัน แม้แต่ในประเทศไทยก็ขยับเข้าสู่การให้บริการระดับ 2 Gbps เรียบร้อยแล้ว การที่มี Wi-Fi 7 จะช่วยให้ผู้ใช้งานได้ความเร็วในการเชื่อมต่อที่ดีขึ้น และมีความเสถียรมากขึ้น
ทั้งนี้ ปัจจุบัน Wi-Fi 7 กำลังอยู่ในสถานะของการพัฒนาขีดความสามารถเพื่อให้รับกับความต้องการใช้งานในอนาคต โดยเฉพาะการนำไปใช้งานในภาคอุตสาหกรรม โดยจะเริ่มมีผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ที่รองรับออกมาทำตลาดในช่วงปี 2023-2024
โดยการประกาศความสำเร็จในการพัฒนา Wi-Fi 7 ของทั้ง Intel และ Broadcom ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงก้าวที่สำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีเชื่อมต่อไร้สายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งจะเข้ามาช่วยให้การเข้าถึงดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว และตอบสนองได้ดีมากขึ้นด้วย


