xs
xsm
sm
md
lg

True รุกตลาดวิเคราะห์ข้อมูล ดัน EGG Digital พัฒนาโมเดลเข้าใจพฤติกรรมลูกค้า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ทรู (True) เสริมแกร่ง EGG Digital ร่วมพัฒนาการขายเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าให้ตรงใจ ย้ำวิสัยทัศน์พัฒนาสู่การเป็น Tech Company เพื่อเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ลุยสร้างโอกาสในการเข้าถึงคุณค่าเพื่อสิ่งที่ดีสำหรับทุกคน

ดร.ธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) สายงาน AI, Analytics & Communication บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ้ก ดิจิทัล จำกัด กล่าวถึงการที่ True จับมือกับ EGG Digital จัดงาน “Lotus’s X hatch by EGG Digital Summit 2022 : The Co-Creation Power” เพื่อเสริมสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืนร่วมกับคู่ค้าผ่านพลังแห่งการร่วมสร้างสรรค์ว่า เพื่อให้ทรูมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านการใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะร่วมกับความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูล (AI & Data Analytic Capability) รวมถึงสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืนร่วมกับคู่ค้า จึงได้ร่วมกับบริษัท เอ้ก ดิจิทัล จำกัด (EGG Digital) บริษัทสัญชาติไทยรายแรกที่ทำธุรกิจด้าน Customer Data และ Media Company ที่มีประสบการณ์เรื่องการทำข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมลูกค้ามาใช้พัฒนาธุรกิจค้าปลีกร่วมกันระหว่างห้างและคู่ค้า โดยมี AI & Data เป็นจุดเชื่อมเพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์จากข้อมูลที่เกิดจากการจับจ่ายใช้สอยจริงๆ เพื่อเข้าถึงลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น พร้อมกับยกระดับความสามารถของคนไทย โดยทรูจะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาโมเดลเพื่อให้เข้าใจพฤติกรรมลูกค้า

“เรามีฐานข้อมูลใหญ่มากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีโลตัสมาเป็นพาร์ตเนอร์ ทำให้มีข้อมูลลูกค้าจากการใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ทำให้รู้อุปนิสัยการจับจ่ายว่าลูกค้าชอบสินค้าอะไร โปรโมชันแบบไหน ซึ่งข้อมูลที่มีอยู่นั้นจะเป็นส่วนสำคัญที่สามารถนำมาใช้ในการพัฒนาการขายให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า โดยทั้งหมดเป็นไปตามข้อบังคับใน พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ความร่วมมือที่เกิดขึ้นจะร่วมกันใช้ AI & Data เป็นจุดกลางในการพูดคุยและวางกลยุทธ์ระยะยาวร่วมกัน ทั้งช่องทางการขายแบบออฟไลน์และออนไลน์ การคัดเลือกสินค้ามาขายให้ตรงกับพฤติกรรมจริงของผู้บริโภค และสื่อตามจุดต่างๆ ในห้างที่สามารถใช้ AI & Data ช่วยหาจังหวะที่เหมาะสมในการสื่อสารตามจุดประสงค์ของแบรนด์ เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสร้างแบรนด์อย่างยั่งยืน”

ดร.ธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ้ก ดิจิทัล จำกัด กล่าวต่อว่า ได้นำประสบการณ์ด้าน Analytics ในระดับโลกมาปรับใช้ เพราะอุปนิสัยของลูกค้าชาวไทยจะต่างจากชาวต่างชาติ ระบบการจับความคล้ายคลึงของกลุ่มลูกค้าจึงต้องปรับให้เข้ากับคนไทยด้วย โดยเน้นที่ 4 เรื่องหลัก ได้แก่ Analytics-as-a-Service (AaaS) การพัฒนาการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งสามารถนำไป Plug and Play กับทุกบริษัทที่ต้องการใช้งาน ขณะที่ Hyper-Personalization จะเป็นส่วนที่เข้าถึงลูกค้าได้มากกว่าโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ซึ่งจะนำไปสู่ Customer Centricity สร้างประสบการณ์ที่ดีเพื่อรักษาลูกค้า และ AI Embedded Everywhere

“ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาพบว่ารีเทลเลอร์มีการปรับตัวมากขึ้น พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของการขาย ทั้งส่วนออฟไลน์และออนไลน์ ในส่วนลูกค้าเองก็เปลี่ยนพฤติกรรมไปตั้งแต่เกิดสถานการณ์โควิด-19 กลัวการอยู่กับคนจำนวนมาก หันมาใช้ฟาสต์เดลิเวอรีแทน และนี่คือโอกาสที่เอ้กฯ จะร่วมกับสินค้าต่างๆ เพื่อพัฒนาให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างตรงใจมากขึ้น ปัจจุบันลูกค้าคนไทยทั้งในส่วนออฟไลน์และออนไลน์มีกว่า 45.6 ล้านราย โดยพบว่า มีการใช้จ่ายมากกว่าปกติ 2 เท่าโดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z โดยรับรู้ข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดีย ถัดมาคือกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ Gen X และมิเลเนียม ซึ่งลูกค้ากว่า 70% กังวลเรื่องการอยู่ในพื้นที่แออัด พยายามหาวิธีที่จะทำให้ใช้เวลาในการอยู่ในสถานที่สาธารณะน้อยลง เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้การขายตรงผ่านออนไลน์ประสบความสำเร็จมาก แต่หลังจากโควิดผ่านไปแล้วค่าส่งจะแพงขึ้น ค่าใช้จ่ายของคนขายก็จะเพิ่มตาม ขณะที่แบรนด์ก็มีเพิ่มมากขึ้นด้วย”

ผู้บริหารระบุว่า ทรูจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่จะยกระดับประเทศไทยไปสู่ดิจิทัลทรานส์ฟอร์ม โดยนำความรู้ด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลเข้าไปมีส่วนร่วมในหลายกลุ่มธุรกิจ อย่างที่ทำไปแล้วในภาคของการเกษตร มีการนำ IoT (Internet of Things) เข้ามาช่วยทั้งเรื่องโดรน การพัฒนาการเลี้ยงกุ้ง หมู ไก่ เพื่อพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์และลดการสูญเสียไปพร้อมกัน นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจและช่วยยกระดับชีวิตให้ผู้ใช้งานอย่างสมาร์ทโฮม ซึ่งสามารถเชื่อมต่อแอปพลิเคชันเข้ากับอุปกรณ์ที่ใช้และเครือข่ายที่มี อย่างที่ทำกับพาร์ตเนอร์ซึ่งเป็นบริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์ ปัจจุบันการส่งมอบบ้านสามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่สแกนคิวอาร์โค้ด เป็นอีกหนึ่งฟังก์ชันที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับเทเลเมดิคอลที่หลายคนมีโอกาสได้ใช้งานแล้วช่วงโควิดที่ผ่านมา ทำให้รู้สึกอยู่ใกล้หมอมากขึ้น และมีการใช้งานอย่างต่อเนื่องมากขึ้น






ทั้งนี้ จากข้อมูลที่เอ้กฯ มีอยู่ คาดการณ์ว่า หลังจากเปิดประเทศอย่างเต็มที่แล้ว คนส่วนใหญ่ยังติดกับการอยู่บ้านเหมือนช่วงที่ผ่านมา สิ่งที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องคือสินค้าในกลุ่ม Health and Beauty, Home Care โดยมาจากการแชร์ไลฟ์สไตล์ที่เน้นการใช้งานจริงมากขึ้น อีกกลุ่มที่น่าสนใจคือ เครื่องปรุงอาหาร กลุ่มลูกค้ายินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่มมากขึ้น โดย Omni Channel ที่ผสมผสานช่องทางการสื่อสารกับลูกค้าทั้งออฟไลน์และออนไลน์ จะเติบโตมากขึ้นกว่า 8 เท่า แต่จะต้องตอบโจทย์ลูกค้าในทุกช่องทางการสื่อสารควรเป็นแบบ Multiple Devices คือ ใช้ได้ทั้งในคอมพิวเตอร์ มือถือ และแท็บเล็ต ถัดมาคือ Personalization ซึ่งเป็นสิ่งที่ทรูได้เปรียบสามารถสร้างการเติบโตผ่าน Omni Channel เพิ่มได้มากกว่า 3 เท่า ทำให้สร้างยอดขายเพิ่มได้มากขึ้น โดยเชื่อมั่นว่าบริการและโซลูชันของเอ้กฯ จะช่วยยกระดับกิจกรรมทางการตลาด การสื่อสารและเข้าถึงลูกค้ายุคใหม่ ที่ตอบโจทย์ลูกค้ามากยิ่งขึ้น

“ความร่วมมือที่เกิดขึ้นครั้งนี้จะเริ่มพัฒนากับโลตัสผ่านการจับจ่ายของลูกค้าทั่วไปและแอปพลิเคชันของลูกค้าที่เป็นสมาชิก ก่อนจะขยายไปสู่ธุรกิจส่วนอื่นๆ ในเครือ รวมถึงความร่วมมือกับองค์กรอื่นๆ ที่สามารถ Plug and Play ได้ทันที โดยเอ้กฯ เป็นบริษัทของคนไทยที่ดำเนินงานโดยคนไทยอย่างแท้จริง” ดร.ธีรเดช ทิ้งท้าย

สำหรับงาน Lotus’s X hatch by EGG Digital Summit 2022 : The Co-Creation Power เป็นการผนึกกำลังครั้งยิ่งใหญ่เป็นครั้งแรก ที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ในธุรกิจค้าปลีก ทั้งการใช้สื่อ Media ต่างๆ ภายในห้างค้าปลีก ร่วมกับเทคโนโลยีอัจฉริยะ เพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ดียิ่งกว่าเพื่อคู่ค้าและลูกค้า นอกจากนี้ ยังมีส่วนของสื่อที่เป็น Transit moment หรือ out of home moment ผ่านสื่อประเภท Digital Pylon sign (Digital Billboard) เป็นครั้งแรกในโลตัส โดยเริ่มที่โลตัสสุขุมวิท 50 เป็นสาขาแรก และวางแผนขยายจนครบทั้งหมด 26 สาขาภายในครึ่งปีแรกของปี 2023 ซึ่ง เอ้กฯ ได้นำมาจัดแสดงในงาน

ในส่วน EGG DIGITAL นั้นเป็นดิจิตัลแพลตฟอร์มหนึ่งที่จะนำคู่ค้าเข้าสู่โลกของ Customer Data โดยเป็นบริษัทสัญชาติไทยบริษัทแรกที่ทำธุรกิจด้าน Customer Data และ Media Company ที่ใช้ Artificial Intelligence (AI), Machine Learning (ML) กับข้อมูลลูกค้าในห้างค้าปลีกซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับใน พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) นำมาใช้วิเคราะห์ข้อมูลในการทำ Category Management, Price, Promotions, Media Planning & Media Effective






กำลังโหลดความคิดเห็น