xs
xsm
sm
md
lg

iPhone 11 ชี้ชัดอนาคต Apple (Cyber Weekend)

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

 Apple TV+ ถูกประกาศว่ามีภาพยนตร์ที่ Apple สร้างเองมากกว่า 8 เรื่องแล้ว

ไอโฟน 3 รุ่นล่าสุดในตระกูล iPhone 11 ที่ถูกเปิดตัววันที่ 10 กันยายน 2019 คือสิ่งที่สามารถบอกใบ้ได้ว่าปัจจุบันและอนาคตของ Apple จะก้าวเดินไปในทิศทางใหม่ ซึ่งเป็นทิศทางชัดเจนที่ทำให้งานเปิดตัวฮาร์ดแวร์ทั้งสมาร์ทโฟน นาฬิกา และแท็บเล็ต ไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะฮาร์ดแวร์อย่างที่เคยเป็นมา


หนึ่งในสิ่งที่ชัดเจนคือ Apple วันนี้กำลังพยายามขยายแหล่งรายได้ออกนอกธุรกิจจำหน่ายฮาร์ดแวร์ ด้วยการปักหลักทำศึกระดับโลกเพื่อแข่งกับบริการสตรีมมิ่งทีวีทั้ง Disney และ Netflix ซึ่งหลังการประกาศดัมป์ราคาค่าสมาชิกบริการ Apple TV+ เหลือ 5 เหรียญสหรัฐต่อเดือน ตั้งแต่ 1 พ.ย. นี้ หุ้นทั้ง 2 ยักษ์ใหญ่ร่วงลงทันที

ภาวะหุ้นร่วงเป็นสัญญาณบอกได้อีกว่า โลกกำลังรอดูว่า Apple จะสามารถเขย่าตลาดสตรีมมิ่งทีวีได้เหมือนที่เคยเขย่าตลาดเพลง ตลาดโมบาย และตลาดคอมพิวเตอร์พีซีหรือไม่ มีความเป็นไปได้สูง ว่า Apple จะใช้ความได้เปรียบจากการจูงใจสาวก iPhone และ iPad มาต่อกรกับผู้ให้บริการทุกรายในตลาด

***มาไทย 99 บาทต่อเดือน

ในงานเปิดตัว iPhone 11 บริการใหม่อย่าง Apple TV+ ก็ถูกเปิดตัวด้วยในฐานะบริการล่าสุดจาก Apple ที่จะสตรีมภาพยนตร์, สารคดี และรายการต่างตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ สนนราคา 99 บาทต่อเดือนให้ผู้ชมได้สัมผัสเนื้อหาที่สร้างขึ้นมาใหม่ ทั้งหมดรับชมได้ผ่านแอปพลิเคชัน Apple TV+ ซึ่งจะติดตั้งมาพร้อมบน iPhone, iPad, Apple TV และ iPod touch โดยจะเปิดให้บริการบนคอมพิวเตอร์ Mac ที่มาพร้อม macOS Catalina ในเดือนตุลาคมนี้

ราคา 99 บาทต่อเดือนที่ผู้ใช้ไทยจะได้สัมผัสถือว่าราคาลดลงจาก 4.99 เหรียญหรือประมาณ 150 บาทที่เป็นค่าบริการในประเทศอื่น ประเด็นนี้ Apple ย้ำว่าพร้อมบริการทดลองใช้งานฟรี 7 วัน โดยลูกค้าที่ซื้อ iPhone, iPad, Apple TV, iPod touch หรือ Mac สามารถใช้งาน Apple TV+ ฟรีเป็นเวลา 1 ปี ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งแบบแชร์รหัสผ่านทั้งครอบครัวเพื่อนสนิท (Family Sharing) กำหนดที่ 1 บัญชีสามารถแชร์กับสมาชิกในครอบครัวได้สูงสุด 6 คน
iPhone 11 Pro และ Pro Max ที่มีกล้อง 3 ตัว
นอกจากนี้ Apple TV+ ยังมีให้บริการบนสมาร์ททีวีของซัมซุงในบางรุ่น และจะมีให้บริการบนอุปกรณ์อย่าง Amazon Fire TV, LG, Roku, Sony และแพลตฟอร์ม VIZIO ในอนาคต และยังสามารถรับชมผ่านเว็บไซต์ที่ tv.apple.com

การทำราคาแบบทุบโต๊ะ พร้อมอัดโปรโมชันทดลองชมฟรีนั้นเป็นก้าวที่แปลว่า Apple ต้องการเพิ่มฐานสมาชิกให้บริการ Apple TV+ อย่างรวดเร็วแบบติดปีก ซึ่งหากประมวลข้อมูลจากนักวิเคราะห์ในตลาดวอลล์สตรีท ที่เชื่อว่า Apple อาจจำหน่าย iPhone 11 ใหม่ล่าสุดได้มากกว่า 200 ล้านเครื่องให้กับลูกค้าเดิมที่ต้องการอัปเกรดไอโฟนเครื่องใหม่ ก็จะพบว่าทั้ง 200 ล้านรายนี้มีโอกาสขยับมาเป็นฐานสมาชิกบริการ Apple TV+ ในอนาคต

***เล่นใหญ่ 100 ตลาด

ในขณะนี้ Apple TV+ ถูกประกาศว่ามีภาพยนตร์ที่สร้างเองมากกว่า 8 เรื่องแล้ว หนึ่งในนั้นคือเรื่อง The Morning Show ที่มีเจนนิเฟอร์ อนิสตัน (Jennifer Aniston) และรีส วิธเทอร์สปูน (Reese Witherspoon) ร่วมแสดง ยังมีเรื่อง See ซีรีส์ดราม่าไซไฟที่มีแม่เหล็กอย่างเจสัน (Jason Momoa) ร่วมแสดง ทั้งหมดนี้จะเปิดให้ชมได้พร้อมกันใน 100 ตลาดทั่วโลก

คำถามที่ Apple ต้องตอบให้ได้ในอนาคต คือสาวกจะยังคงสมัครใช้บริการ Apple TV+ อยู่หรือไม่ในวันหมดโปรโมชัน เพราะยักษ์ใหญ่อย่าง Netflix และ Disney ที่กำลังจะออกบริการ Disney+ ย่อมไม่อยู่เฉย ที่สำคัญ Apple ยังต้องพยายามชนะ HBO Max ซึ่งเป็นต้นสังกัดซีรีส์ฮิตระดับโลกอย่าง "Game of Thrones" "Friends" และ "The Sopranos" ให้ได้

นักวิเคราะห์มองศึกนี้อย่างไม่ฟันธง เพราะ Netflix ที่ยอมเทเงินมากกว่า 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐเพื่อเป็นงบประมาณพัฒนาเนื้อหานั้นยังทำฐานสมาชิกได้เพียง 151 ล้านราย (เฉพาะสมาชิกที่จ่ายค่าบริการ) ขณะที่ Disney+ ซึ่งประกาศงบประมาณ 1 พันล้านเหรียญสำหรับสร้างรายการ original content ก็ยอมรับว่าเงินจำนวนนี้อาจไม่พอ และจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็น 2 พันล้านเหรียญแน่นอนในปี 2024
3 รุ่นใหม่ในตระกูล iPhone 11 มีราคาเปิดตัวลดลงกว่ารุ่นปี 2018 ที่ผ่านมาราว 4,000-5,000 บาท
สิ่งที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงแน่นอนคือราคาค่าชมสตรีมมิงทีวี เพราะ Disney+ ต้องเปลี่ยนเกมเนื่องจากกำหนดราคาเดิมนั้นตั้งไว้สูงกว่า Apple TV+ โดยข่าวลือชี้ว่า Disney+ มองไว้ว่าจะให้บริการ 7 เหรียญต่อเดือนหรือ 70 เหรียญสหรัฐต่อปี และหากรวมบริการในเครือ ESPN+ และ Hulu จะมีราคา 13 เหรียญสหรัฐต่อเดือน

ในภาพรวม Apple TV+ ถือว่ามีโอกาสสูงมากในการขยายบริการสู่ตลาดโลก ซึ่งถูกบันทึกว่ามีอุปกรณ์พกพาใช้งานมากกว่า 1,400 ล้านเครื่อง ไม่แน่ นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้วันนี้ Apple หันมาลดราคาจำหน่าย iPhone ลง โดย iPhone 11 นั้นมีราคาเปิดตัวลดลงกว่ารุ่นปี 2018 ที่ผ่านมาราว 4,000-5,000 บาท

***หั่นราคาดึงสาวกกลับบ้าน

ราคาไทย iPhone 11 รุ่น 64 GB นั้นเริ่มต้นที่ราคา 24,900 บาท ลดลง 5,000 บาทจาก iPhone Xr ที่เริ่มต้น 29,900 บาท ขณะที่ iPhone 11 Pro รุ่น 64 GB ขาย 35,900 บาท ลดลง 4,000 บาทจาก iPhone Xs ที่เริ่มต้น 39,900 บาท

ที่สำคัญคือ iPhone 11 Pro Max รุ่น 64 GB ขาย 39,900 บาท ราคาลดลง 4,000 บาทจาก iPhone Xs Max ที่เริ่มต้น 43,900 บาท
 iPhone 11 ที่จะถูกนำมาทำตลาดแทน iPhone XR รุ่นราคารอ
ราคาที่ต่ำลงกว่าเดิม 4,000-5,000 บาททำให้สาวกที่เพิ่งซื้อ iPhone Xs Max ราคา 43,900 บาทไปไม่ปลื้มก็จริง แต่การลดราคาครั้งนี้สะท้อนว่า Apple รู้ดีว่าไม่อาจดึงเกมราคาแบบเดิมได้อีกต่อไป ขณะเดียวกันก็ยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องการรองรับ 5G ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ Apple ต้องเปลี่ยนเกมเพื่อรับการแข่งขัน

สำหรับทายาทไอโฟนรุ่นใหม่ประกอบด้วย 3 รุ่น ได้แก่ iPhone 11 ที่จะถูกนำมาทำตลาดแทน iPhone XR รุ่นราคารอง เช่นเดียวกับ iPhone XR รุ่นปี 2018 ที่เป็น iPhone รุ่นขายดีที่สุดในโลกในปีที่ผ่านมา ตัว iPhone 11 ติดตั้งจอแอลซีดี 6.1 นิ้วบนตัวเครื่องที่เหมือนกัน พร้อมรอยบากด้านหน้าจอที่ยังไม่หายไปไหน รอบนี้มาพร้อมสีใหม่คือม่วง ขาว เขียว เหลือง ดำ และแดง

นอกจากนี้คือ iPhone 11 Pro และ Pro Max ที่มีกล้อง 3 ตัว โดย iPhone 11 Pro มีขนาด 5.8 นิ้ว และ iPhone 11 Pro Max ขนาด 6.5 นิ้ว แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเลขรุ่น แต่โทรศัพท์ทั้ง 2 รุ่นก็ดูคล้ายกับ iPhone XS และ iPhone XS Max รุ่นปี 2018 แต่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับรุ่นใหม่ปี 2019 คือการเพิ่มกล้องด้านหลังเป็น 3 ตัว
Apple Watch Series 5 พร้อมจอภาพ Retina แบบติดตลอดเวลา
อุปกรณ์อื่นที่ Apple เปิดตัวในงานนี้คือ Apple Watch Series 5 พร้อมจอภาพ Retina แบบติดตลอดเวลา มีเข็มทิศในตัว รองรับการโทรฉุกเฉินทั่วโลก รุ่น GPS ขีดราคาเริ่มต้นที่ 13,400 บาท ขณะที่รุ่น GPS + Cellular ราคาเริ่มต้นที่ 16,900 บาท ขณะที่ Series 3 รุ่นยอดนิยม (รุ่น GPS) ถูกลดลงกว่าเดิมเหลือ 6,400 บาท ขณะที่ Series 3 (รุ่น GPS + Cellular) ราคาหล่น 9,900 บาท

Apple ยังไม่ลืมโชว์ iPad รุ่นใหม่เจเนอเรชันที่ 7 ในราคาเริ่มต้น 10,900 บาท ใช้จอภาพ Retina ขนาด 10.2 นิ้ว รองรับ Apple Pencil และ Smart Keyboard จุดเด่นคือ iPadOS ที่การันตีว่าสามารถทำงานแบบมัลติทาสก์อย่างทรงพลัง โดย iPad ใหม่รุ่นที่รองรับ Wi-Fi + Cellular ราคา 15,400 บาท
iPad รุ่นใหม่เจเนอเรชันที่ 7


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...