xs
xsm
sm
md
lg

"ทีทูพี" พร้อมลุยตลาด digital lending คู่เจมาร์ท จุดพลุปล่อยกู้ออนไลน์กลางปีนี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ทวีชัย ภูรีทิพย์
Edited - ทีทูพี (T2P) ผู้ให้บริการอีมันนี่ (e-money) อิสระรายใหญ่ของไทย ประกาศพร้อมลุยบริการพิจารณาสินเชื่อด้วย AI ในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ มั่นใจเสริมให้ T2P เป็นบริการครบวงจรมากขึ้นหลังจากเปลี่ยนแนวทางเป็นผู้ให้บริการโซลูชันการเงินแก่องค์กรภาคธุรกิจจนทำให้รายได้บริษัทเติบโต 5 เท่าตัวในปี 61 เผยทิศทางตลาด e-money ปีนี้เมียนมาร์โตแรงไม่แพ้ตลาดไทย ปัดยังไม่มีแผนเพิ่มทุนในเร็ววันนี้ เพราะบริษัทเริ่มกำไรและยังอยู่ในช่วงรอดูจังหวะเพื่อเริ่มแผนขยายธุรกิจในอนาคตต่อไป

นายทวีชัย ภูรีทิพย์ ประธานบริหาร บริษัท ทีทูพี จำกัด กล่าวถึงแผนดำเนินงานของบริษัทในปีนี้ว่าจะเน้นให้บริการ 4 โซลูชันธุรกรรมการเงินดิจิทัลแก่ลูกค้าองค์กรภาคธุรกิจ โดยในปี 61 ที่ผ่านมา บริษัทเพิ่งเปิดบริษัทใหม่ในเครือชื่อดีพสปาร์ก (DeepSparks) ซึ่งจะเน้นให้บริการทางการเงินบนเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI เพื่อการอนุมัติสินเชื่อ โดย DeepSparks ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากผู้ร่วมทุนรายเดิมคือ 500TukTuks กลุ่มจันวาณิชย์ และเจมาร์ท คาดว่าจะเริ่มให้บริการผ่านพันธมิตรในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้

"ตอนนี้เราเพิ่งเริ่มตั้งแพลตฟอร์ม กำลังจะให้บริการไตรมาส 2 ปีนี้ จุดยืนของเรายังคงเป็นผู้ให้บริการแก่พันธมิตรที่สนใจทำ digital lending ซึ่งจะทำให้ลูกค้าได้เงินเลยทันที ย่นเวลาตรวจสอบลูกค้า และลูกค้ามีช่องทางชำระเงินกู้มากกว่าการขอสินเชื่อแบบเดิม วันนี้มีคนเริ่มทำ digital lending แล้วในไทย แต่ส่วนใหญ่มักทำแค่ส่วนคะแนนความเชื่อถือของลูกค้า แต่เราเชื่อมร้านสะดวกซื้อไว้หมดแล้ว เราจะเป็นไอทีหลังบ้านให้พันธมิตรที่จะเป็นเจ้าของเงินกู้ ซึ่งจะต้องตัดสินใจ และพิจารณาประวัติบุคคลเอง โดยที่เรามีข้อมูลให้ส่วนหนึ่ง อำนวยความสะดวกได้มากกว่าแบบเดิมที่พิจารณาผ่านคนและเอกสารที่เป็นกระดาษ"

digital lending ถือเป็นหนึ่งใน 4 ส่วนบริการที่ทีทูพีให้บริการในช่วงปีที่ผ่านมา อีก 3 บริการได้แก่ บริการอี-วอลเล็ต, บริการ Loyalty/CRM สำหรับให้แบรนด์ใหญ่สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า และบริการ AL Market Analytics ซึ่งเป็นบริการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและตลาดด้วย AI ทั้งหมดนี้ทำให้ทีทูพีการันตีตัวเองเป็นผู้ให้บริการโซลูชันด้านการทำธุรกรรมออนไลน์ครบวงจรแบบ B2B2C ซึ่งแบรนด์ใหญ่จะสามารถนำระบบของทีทูพีไปให้บริการกับลูกค้าของตัวเองได้โดยต่อยอด CRM แบบเข้มข้น

การวางตัวเป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นสำหรับองค์กร ให้องค์กรมีบริการอีเพย์เมนต์ได้ง่ายขึ้นของทีทูพี ทำให้ช่วงปี 61 ที่ผ่านมา ทีทูพีมีรายได้เติบโต 5 เท่าตัว จาก 30 ล้านบาทในปี 60 เป็น 135 ล้านบาทในปี 61 ทั้งหมดนี้เป็นรายได้จากค่าธรรมเนียมต่อทรานเซกชันเท่านั้น เม็ดเงินมูลค่า 3,000 ล้านบาทต่อปีบนยอดการทำธุรกรรมกว่า 30 ล้านครั้งในช่วงปีที่ผ่านมา

นายณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ทีทูพี จำกัด ระบุว่าปัจจัยที่ทำให้ทีทูพีเติบโตรวดเร็วในปี 61 ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการประกาศค่าธรรมเนียมโอนเงิน 0 บาทของ 7 ธนาคารไทย นอกจากนี้ ความครบวงจรของทีทูพี ซึ่งมีทั้งโมบายแอปพลิเคชัน ระบบแนะนำ บริการวิเคราะห์ บริการเพย์เมนต์เกตเวย์ ระบบโมบายท็อปอัป รวมถึงระบบ KYC วิเคราะห์ใบหน้าของลูกค้า พร้อมกับรองรับระบบ Gamification ขององค์กร ทำให้บริษัทมีลูกค้าหลักที่หลากหลายทั้งกลุ่มค้าปลีก ร้านอาหาร แบรนด์อิเล็กทรอนิกส์ และสถาบันการเงิน เช่น SCG, Samsung, S&P รวมถึง DTAC
ณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์
"ตัวหลักที่จะดันรายได้บริษัทให้เติบโตในปีนี้ คือธุรกิจโซลูชั่นการเงินให้องค์กร เราจะไม่แข่งในตลาด B2C แต่จะเน้นอำนวยความสะดวกให้แบรนด์สามารถมีโซลูชันการเงินที่นำไปต่อยอดได้ลึกกว่าระบบ B2C ทั่วไป เพราะองค์กรจะสามารถรู้รายละเอียดเส้นทางการซื้อถึงยอดขายสินค้าเป็นชิ้น ต่างจากบริการอี วอลเล็ตอื่นที่แสดงเฉพาะยอดเงินซื้อ ไม่ได้ข้อมูลลึกกว่านั้น"

ผู้บริหารทีทูพีระบุว่ายังไม่มีแผนเพิ่มทุนบริษัทในขณะนี้ เนื่องจากบริษัทเริ่มกำไร และยังต้องดูจังหวะเพื่อพิจารณาแผนขยายธุรกิจในอนาคต แต่สำหรับปีนี้ สิ่งที่กำลังเปลี่ยนคือการเพิ่มบริการ โดยกำลังจะทำแพคเกจเจาะธุรกิจรายเล็กลงมา คาดว่าช่วงไตรมาส 2 ของปีจะเริ่มออกแพคเกจเพื่อเจาะองค์กรที่มีรายรับต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทหรือร้านค้าที่มีสาขาในไทย

ผู้บริหารเชื่อว่าเทรนด์ธุรกิจอีมันนี่ไทยจะสดใสต่อเนื่องในปีนี้ คาดว่าเป็นการเติบโตระยะยาวแต่ยังไม่กล้าฟันธงว่าจะเติบโต 5 เท่าเหมือนปี 61 ที่ผ่านมาหรือไม่ เบื้องต้นเชื่อว่าหากกฏหมายไทยไฟเขียวระบบ e-KYC ก็เชื่อว่าจะกระตุ้นการใช้งานระบบไร้เงินสดมากขึ้นกว่าเดิม

ปัจจัยบวกในไทยนี้ถือว่าแตกต่างจากตลาดบริการเงินดิจิตอลในเมียนมาร์ ซึ่งเป็นตลาดที่ทีทูพีเพิ่งขยายบริการออกนอกประเทศไทยเมื่อปีที่แล้ว จุดนี้ผู้บริหารระบุว่าเมียนมาร์เป็นตลาดที่มีการตื่นตัวสูงมากเพราะจำนวนเครื่อง ATM ที่น้อย นโยบายการพิมพ์เงินสดที่ไม่ขยายตัว รวมถึงจำนวนการใช้สมาร์ทโฟนในประเทศที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ทีทูพียังไม่เปิดเผยรายได้จากตลาดเมียนมาร์เพราะเพิ่งเริ่มให้บริการเมื่อปลายปีที่ผ่านมา.


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...