xs
xsm
sm
md
lg

“Cloud + AI” เรื่องใกล้ตัว ที่จะช่วยปฏิวัติอุตสาหกรรม (Cyber Weekend)

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ธนินทร์ น้อยรังษี หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี ธุรกิจคลาวด์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด
หลังเริ่มเข้ามาให้บริการธุรกิจคลาวด์ในประเทศไทยในช่วงปลายไตรมาส 3 ที่ผ่านมา หัวเว่ย (Huawei) เริ่มได้รับการยอมรับมากขึ้นจากกลุ่มลูกค้าทั้งในธุรกิจองค์กร และหน่วยงานรัฐบาลมากขึ้น ก้าวต่อไปของ หัวเว่ย จึงไม่ได้หยุดแค่การให้บริการคลาวด์เพียงอย่างเดียว แต่มุ่งนำนวัตกรรม AI เข้ามาแสดงให้เห็นว่าเป็นเรื่องใกล้ตัว

แม้ว่าจะยังเร็วเกินไปที่จะคาดการณ์ความสำเร็จ หรือจุดคุ้มทุนในการเข้ามาตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ให้บริการคลาวด์ในประเทศไทยของ ‘หัวเว่ย’ ที่เริ่มจากยึดพื้นที่ในนิคมอุตสากรรมอมตะนคร ตั้งเป็นศูนย์ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์แห่งแรก และเตรียมที่จะเปิดแห่งที่ 2 ภายในสิ้นไตรมาส 1 ปีนี้

กลายเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า หัวเว่ย มีโอกาสเติบโตในธุรกิจคลาวด์ อย่างต่อเนื่อง ตามแผนที่วางไวคือ จะปั้นประเทศไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคนี้ (Regional Hub)โดยสิ่งที่หัวเว่ยทำไม่ใช่แค่การนำเงินมาลงทุน แต่จะเน้นที่นำนวัตกรรมเข้ามาให้นักพัฒนาได้นำไปต่อยอด และประยุกต์ใช้ในประเทศ

นายธนินทร์ น้อยรังษี หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี ธุรกิจคลาวด์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า รูปแบบการลงทุนคลาวด์ของหัวเว่ย คือการเข้าถึงตลาดให้เร็ว ดังนั้นจึงไม่ได้สร้างดาต้าเซ็นเตอร์ขึ้นมาใหม่ แต่เป็นการเช่าใช้จากผู้ให้บริการในประเทศ และนำมาพัฒนาให้ได้ตามมาตรฐานระดับโลก

“จุดแข็งของบริการคลาวด์ หัวเว่ย คือการที่มีดาต้าเซ็นเตอร์ตั้งอยู่ในประเทศไทย ทำให้หลายๆองค์กรที่กังวลในเรื่องของการเก็บรักษาข้อมูลสามารถมาใช้ได้อย่างสบายใจ และมั่นใจได้ว่าจะไม่มีการส่งข้อมูลออกนอกประเทศแน่นอน”

ในขณะที่ถ้าเป็นผู้ให้บริการในระดับโลกรายอื่นแทบทั้งหมดจะถูกนำข้อมูลไปเก็บไว้ในต่างประเทศ ส่วนถ้าเทียบกับผู้ให้บริการในท้องถิ่น หัวเว่ย ก็จะได้เปรียบกว่าในเรื่องของการนำนวัตกรรมเข้ามาในประเทศ

รวมๆแล้ว จึงกลายเป็นว่า หัวเว่ย สามารถนำนวัตกรรมที่คิดค้นในต่างประเทศเข้ามาให้บริการในประเทศไทย บนพื้นฐานของการเข้าถึงง่าย ราคาไม่สูง ส่งผลให้องค์กรที่สนใจสามารถลงทุนได้ต่ำกว่า ส่วนในแง่ของธุรกิจก็ยังยึดในมุมว่าเมื่อลงทุนแล้วต้องได้ผลตอบแทนให้เร็วที่สุด บนความยั่งยืนด้วย

เมื่อพื้นฐานของการให้บริการคลาวด์เริ่มแข็งแกร่งขึ้น ก้าวต่อไปของหัวเว่ย คือการนำ AI เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการให้บริการแก่ลูกค้า และจะกลายเป็นหนึ่งในธุรกิจสำคัญที่สร้างรายได้ให้แก่หัวเว่ยต่อไปในอนาคต

***ยุคเริ่มต้น AI ก่อนเห็นชัดใน 5-10 ปีข้างหน้า

ในมุมของการเป็นผู้ให้บริการ หัวเว่ย เริ่มเห็นเทรนด์ของการนำ AI ไปใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม แต่เนื่องด้วยปัจจุบัน โลกกำลังอยู่ในยุคเริ่มต้นของ AI เท่านั้น หรือเทียบง่ายๆ คือก้าวข้ามเฟสที่ 1 คือช่วงทดลองใช้ เข้ามาอยู่ในเฟสที่ 2 ในการนำเทคโนโลยีมาปรับเปลี่ยน ให้เข้ากับลักษณะงานแบบเดิมๆ

ก่อนที่ภายใน 5-10 ปีข้างหน้า จึงจะเริ่มเข้าสู่เฟส 3 และเฟส 4 ที่จะเป็นการนำไปใช้แบบมีเงื่อนไข และปรับใช้ตามเหตุผล โดย AI จะใช้เวลาในการเรียนรู้สิ่งของต่างๆ และเข้าใจได้ โดยที่มนุษย์ไม่ต้องเข้าไปช่วยกำหนด

จากผลสำรวจพบว่า ปัจจุบันมีองค์กรธุรกิจเพียง 4% เท่านั้นที่เริ่มลงทุนในการนำ AI ไปใช้งาน แม้แต่ในอุตสาหกรรมค้าปลีก ที่คาดกันว่าจะเป็นอุตสาหกรรมแรกที่นำไปใช้เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค มีอยู่ราว 2% เท่านั้นที่เริ่มลงทุนใน AI

แน่นอนใน AI จะเข้ามาสร้างประโยชน์ให้แก่ทุกอุตสาหกรรม แต่ในอีกมุมก็จะเข้ามาส่งผลกระทบในแง่ของการจ้างงาน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้งานแรงงานระดับล่าง ในลักษณะอาชีพที่เป็นงานซ้ำๆ ปริมาณมากๆ ดังนั้นในมุมขอภาครัฐก็ต้องเข้ามาส่งเสริมให้ภาคการศึกษา เพื่อให้อาชีพเหล่านี้เตรียมตัวรับกับยุคใหม่ที่จะเกิดขึ้น

ธนินทร์ ยกตัวอย่างภาพให้เห็นเกี่ยวกับอุตสาหกรรมต่างๆ ที่จะได้รับประโยชน์จาก AI ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมสื่อ ที่ตอนนี้เริ่มมีการนำ AI มาใช้วิเคราะห์รูปแบบการรับชมคอนเทนต์ เพื่อนำมาคัดเลือกคอนเทนต์เฉพาะบุคคลมากขึ้น ในมุมของการแพทย์ ถูกนำมาใช้เพื่อค้นคว้าวิจัย และหาทางรักษาโรคต่างๆ

ในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ จะเห็นว่า AI เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการเส้นทางขนส่งต่างๆ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงที่สุด ทางด้านอุตสหกรรมการเงิน ก็ถูกนำมาใช้พัฒนาการเข้าถึงบริการทางการเงินให้หลากหลายขึ้น

อุตสาหกรรมการผลิต จะได้รับประโยชน์จากหุ่นยนต์ การพัฒนาระบบสายพานลำเลียงให้มีความอัตโนมัติมากขึ้น ไปจนถึงในการใช้ควบคุมระยะไกล สุดท้ายอย่างเกษตรกรรม ก็จะมีการนำ IoT เข้ามาใช้ร่วมกับ AI เพื่อเพิ่มผลผลิตให้ดีขึ้น

***โชว์ AI ให้เห็นภาพ

อย่างไรก็ตาม หัวเว่ย มองว่า AI ในประเทศไทยกำลังเริ่มต้น และเชื่อว่าจะเป็นสิ่งที่จะมาช่วยประเทศให้พัฒนาได้ ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนจากการซื้อฮาร์ดแวร์ มาเช่าใช้คลาวด์ แต่เป็นการเปิดพื้นที่ให้ นักพัฒนาสามารถต่อยอดไปบนแพลตฟอร์มเปิด และมีโอกาสสร้างเทคโนโลยีใหม่ๆได้


ในมุมของหัวเว่ย ก็จะมีการสนับสนุนให้เกิดการนำ AI ไปใช้ โดยในช่วง 28 มกราคม - 1 กุมภาพันธ์ นี้ ก็จะมีการจัดงาน Huawei Cloud AI Open Day ที่จะนำโซลูชันจำลองจากโซลูชันจริงในอุตสาหกรรมทั้งหมด มาจัดแสดงให้ชมในประเทศไทย


งานในครั้งนี้จะมุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัส และทดลองใช้ AI หลากหลายอุตสาหกรรม เปิดโอกาสให้ผู้บริหารที่มีอำนาจตัดสินใจ นักพัฒนาอยากเห็น อยากสร้างไอเดีย สามารถมาเข้าร่วมงาน และเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันประเทศไทยสู่ความอัจฉริยะได้เต็มรูปแบบ


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...