xs
xsm
sm
md
lg

HaHa Taxi App เรียกแท็กซี่แนวใหม่ เชื่อมมือถือเข้า “มิเตอร์ดิจิทัล”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ไม่ใช่ “โมบายล์ทูโมบาย” แต่ HaHa Taxi App เชื่อมมือถือเข้า “มิเตอร์ดิจิทัล” บนรถ
แจ้งเกิด “ฮาฮาแท็กซี่” (HaHa Taxi App) แอปพลิเคชันเรียกรถแท็กซี่แนวใหม่บนงบลงทุน 20 ล้านบาท ชูจุดแข็งต่างจากแอปอื่นเรื่องการไม่เชื่อมมือถือเข้ากับมือถือ แต่เป็นการเชื่อมมือถือเข้ากับ “มิเตอร์ดิจิทัล” ซึ่งจะครบเครื่องทั้งเรื่องสะดวก และปลอดภัย ขึ้นแท่นแอปพลิเคชันแรกในไทยที่ร่วมมือกับ “มาสเตอร์พาส” (Masterpass) ซึ่งมาสเตอร์การ์ดยืนยันว่าไม่มีการหักค่าธรรมเนียม ผู้ขับจะได้รับเงินเต็มเม็ดเต็มหน่วย โดยเหมาจ่ายค่าธรรมเนียมรายปี และซื้ออุปกรณ์

นายหัสดินทร์ เอี่ยมชีรางกูร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮวา อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการรถแท็กซี่ครบวงจรราว 4,000 คันในกรุงเทพฯ กล่าวว่า HaHa Taxi App เกิดขึ้นบนความร่วมมือกับมาสเตอร์การ์ดประเทศไทย ซึ่งทำให้ผู้โดยสารสามารถจองแท็กซี่ล่วงหน้า แล้วจ่ายเงินด้วยระบบมาสเตอร์พาส รวมถึงเงินสด จุดแข็งของระบบ คือ การกำหนดให้ผู้ขับต้องยืนยันตัวก่อนเข้าระบบ จึงจะสามารถขับรถได้โดยที่ข้อมูลทุกอย่างจะถูกส่งไปที่เซิร์ฟเวอร์คลาวด์ของบริษัท
(ซ้ายสุด) หัสดินทร์ เอี่ยมชีรางกูร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮวา อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
“เราทำแท็กซี่มานาน 30 ปี จึงพยายามศึกษาว่าต้องทำอะไรจึงจะดีที่สุด เราตัดสินใจทำแอปนี้ขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์ความง่าย สะดวก และปลอดภัย ก่อนนี้การจองรถอาจจะยาก แต่แอปนี้จะทำให้เรามีวิธีสื่อสาร มีระบบจองล่วงหน้า เชื่อว่าจะตอบความต้องการได้โดยเฉพาะผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางไปสนามบิน”

แม้ที่ผ่านมา ตลาดแอปพลิเคชันเรียกรถแท็กซี่ไทยจะมีผู้เล่นอยู่แล้ว แต่ล้วนเป็นแอปพลิเคชันที่เน้นการสื่อสารแบบ “โมบายทูโมบาย” ทำให้ผู้ขับบางรายเปลี่ยนรถตามอำเภอใจ หรือเกิดความเสี่ยงทำให้ผู้โดยสารไม่ได้รับบริการอย่างที่หวัง สำหรับ HaHa Taxi App หัสดินทร์ ระบุว่า ตัวระบบจะมีการติดฮาร์ดแวร์ไว้ในรถ ร่วมกับการใช้ซอฟต์แวร์ที่กำหนดให้ผู้ขับต้องอยู่ในรถที่ถูกกฎหมาย ขณะเดียวกัน ก่อนลงชื่อเพื่อขับรถ ก็จะต้องผ่านการตรวจประวัติอาชญากรรม
ผู้ขับจะต้องรูดบัตรที่มิเตอร์ก่อนขับทุกครั้ง
ระบบบนมิเตอร์ดิจิทัลไม่เพียงยืนยันตัวตนหรือเทียบกับข้อมูลประวัติอาชญากรรม แต่ยังสามารถติดตามวันเวลาที่เริ่มขับรถ ความเร็วในการขับ ตำแหน่ง และค่าโดยสาร
มิเตอร์ดิจิทัลนี้ได้รับการรับรองจากกรมขนส่งทางบกแล้ว สนนราคาติดตั้งระบบราว 3 หมื่นบาท
ฮาร์ดแวร์ดังกล่าว คือ มิเตอร์ดิจิทัล ซึ่งผู้บริหารโฮวา เชื่อว่าจะเป็นเครื่องมือหลักในการป้องกันอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับแท็กซี่ได้ สิ่งที่โฮวา ทำ คือ การกำหนดให้ผู้ขับจะต้องรูดบัตรที่มิเตอร์ก่อนขับทุกครั้ง ระบบบนมิเตอร์ดิจิทัล ไม่เพียงยืนยันตัวตน หรือเทียบกับข้อมูลประวัติอาชญากรรม แต่ยังสามารถติดตามวันเวลาที่เริ่มขับรถ ความเร็วในการขับ ตำแหน่ง และค่าโดยสาร ซึ่งจะเพิ่มความอุ่นใจให้ผู้โดยสารได้

กรมขนส่งทางบกไฟเขียว

มิเตอร์ดิจิทัลนี้ได้รับการรับรองจากกรมขนส่งทางบกแล้ว โดยนายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ยอมรับว่า ปัจจุบัน ปริมาณแท็กซี่ในกรุงเทพมหานคร มีจำนวนราว 80,000 คัน แต่ไม่เพียงพอเพราะมีการปฏิเสธผู้โดยสาร ขณะเดียวกัน แท็กซี่ยังนิยมรับผู้โดยสารที่โบกรถริมทาง จุดนี้เชื่อว่า หากการรับรถทางแอปพลิเคชัน จะทำให้ผู้ขับมีรายได้เพิ่ม ก็เชื่อว่าแท็กซี่ไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น

สำหรับแอปพลิเคชันเรียกรถร่วมเดินทางอื่นที่ยังใช้รถทะเบียนขาว ท่านอธิบดีฯ ย้ำว่า อย่างไรก็ต้องปฏิบัติตามกฎ โดยเฉพาะกรณีที่มีประชาชนร้องเรียน ก็จะจับกุมทุกคันต่อเนื่องหากพบความผิด อย่างไรก็ตาม การจับกุมไม่อยู่ในขอบเขตการดำเนินงานของทางกรมขนส่งทางบก

แอปแรกจับ Masterpass

HaHa Taxi App ยังมีระบบชำระเงินแบบไร้เงินสด Masterpass ที่การันตีการจ่ายเงินที่ปลอดภัย ประเด็นนี้ นางสาวไอลีน ชูว ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาตลาดประจำประเทศไทยและเมียนมา มาสเตอร์การ์ด ระบุว่า ระบบชำระเงินไร้เงินสดจะสร้างความปลอดภัยให้แท็กซี่เรื่องการไม่ต้องเก็บเงินสดในรถ รวมถึงการแก้ปัญหาไม่มีเงินทอน เรียกว่าจะจัดการเงินได้ดีขึ้น ขณะเดียวกัน ก็สามารถยกระดับการท่องเที่ยวในเมืองอย่าง กทม. เพิ่มรายได้ให้เกิดการใช้บริการจากนักท่องเที่ยวมากขึ้น

“มาสเตอร์การ์ด สนใจบริการด้านขนส่ง เพราะเชื่อเรื่องสมาร์ทซิตี งานวิจัยพบว่า การใช้ชีวิตจะไร้รอยต่อมากขึ้น หากบริการขนส่งสามารถรองรับการจ่ายเงินดิจิทัลมากขึ้น ยกตัวอย่างที่อังกฤษทั้งบริการรถไฟ และเรือ ประสบความสำเร็จมาก จน 40% มีการใช้จ่ายแบบคอนแทกต์เลส ยังมีที่สิงคโปร์ และฮ่องกง ที่เราเริ่มทำแล้ว และเอาความสำเร็จมาต่อยอดที่นี่”

ทุกครั้งที่จ่ายเงินบน HaHa Taxi App ข้อมูลชำระเงินจะไม่ถูกเก็บในแอป แต่ส่งไปเก็บที่เซิร์ฟเวอร์มาสเตอร์การ์ด ผู้ขับรถจะไม่เห็นข้อมูลส่วนตัวของผู้โดยสาร จุดนี้ผู้บริหารย้ำว่า HaHa Taxi ถือเป็นแอปพลิเคชันแรกที่มีการร่วมมือกับ Masterpass อย่างจริงจังในประเทศไทย เบื้องต้น ยังไม่มีการเปิดเผยแผนขยายธุรกิจกับแอปพลิเคชันอื่นในอนาคต
ไอลีน ชูว
รูปแบบค่าบริการที่ผู้โดยสาร HaHa Taxi App ต้องชำระ คือ ค่าบริการตามจริงที่ปรากฏในมิเตอร์ บวกกับค่า Surcharge 50 บาท และ/หรือค่า Advance อีก 150 บาท ในกรณีที่มีการจองรถ รายได้ทั้งหมดจะถูกส่งให้ผู้ขับ โดยผู้ขับรถให้บริการ HaHa Taxi จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมสมาชิกรายปี 3,500 บาท และค่าติดตั้งมิเตอร์ดิจิทัล ซึ่งมีราคาราว 3 หมื่นบาท

ราคานี้ถูกมองว่าต่ำกว่าที่แท็กซี่ต้องดำเนินการอยู่แล้ว ที่ผ่านมา แท็กซี่ทั่วไปต้องใช้เงินราว 6,000-7,000 บาทในการติดตั้งมิเตอร์ จากนั้น อาจใช้เงินอีก 20,000 บาท เพื่อติดตั้งวิทยุสื่อสาร หากแท็กซี่ต้องการเข้าโครงการ Taxi OK ของกรมการขนส่งทางบก ก็จะต้องติดตั้งอุปกรณ์ GPS ซึ่งบางกรณีมีราคาหลายพันบาท เทียบแล้วพบว่า ระบบมิเตอร์ดิจิทัลมีราคาต่ำกว่ามิเตอร์ระบบดั้งเดิม

“จุดต่างของเรากับคู่แข่ง คือ การเน้นที่งานจองแท็กซี่ล่วงหน้า (มากกว่า 3 ชั่วโมง) ซึ่งไม่ต้องใช้คนขับที่ใกล้ที่สุด แต่ต้องการคนขับรถที่ดีที่สุด กลุ่มเป้าหมายของเรา คือ กลุ่มที่มองว่า ค่าบริการที่เพิ่มขึ้นมานั้น สมเหตุสมผลกับความปลอดภัยที่ได้รับมากขึ้น เช่น กลุ่มนักท่องเที่ยวในโรงแรมที่สหกรณ์มีจุดจอดรถให้บริการ ลูกค้าสามารถติดตามข้อมูลการเดินทางได้ละเอียด และสามารถติดตามสัมภาระในกรณีลืมสิ่งของมีค่าไว้บนรถได้”

โฮวา เป็นผู้บริหารสหกรณ์แท็กซี่สุวรรณภูมิ และให้บริการศูนย์วิทยุ รวมถึงให้บริการสินเชื่อรถแท็กซี่มาก่อน เป้าหมายของ HaHa Taxi ที่โฮวา ตั้งไว้ คือ การขยายจำนวนรถให้บริการเป็น 20,000 คัน (ไม่กำหนดเวลา) จากปัจจุบันที่รองรับราว 500 คัน และยังไม่มีการกำหนดเป้าหมายยอดดาวน์โหลดในขณะนี้.
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ HaHa Taxi App คลิกได้ที่ http://bit.ly/HaHaTaxiApp_Mastercard


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...