xs
xsm
sm
md
lg

ทีโอทีเคาะกำไร 2,170 ล้านบาท จ่ายโบนัส 7 วัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ทีโอทียิ้มสดใส ฟันกำไรปี 2561 จำนวน 2,170 ล้านบาท รายได้รวมประมาณ 45,500 ล้านบาท เติบโตถึง 28.9% คาดจ่ายโบนัสพนักงานคนละ 7 วัน พร้อมโชว์วิสัยทัศน์ปี 2562 ลุยธุรกิจเต็มสูบ ไม่หวั่นแผนควบรวม คาดรายได้ 56,500 ล้านบาท กำไร 2,490 ล้านบาท

นายมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปี 2561 เป็นปีที่ทีโอที มีรายได้และกำไรเติบโตในระดับที่น่าพึงพอใจ โดยมีแหล่งรายได้หลักมาจากธุรกิจบรอดแบนด์ และเครือข่ายพันธมิตรมือถือ ช่วยผลักดันรายได้ของทีโอที ปี 2561 มีรายได้รวมประมาณ 45,500 ล้านบาท เติบโตถึง 28.9% จากปีก่อนหน้าที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 34,300 ล้านบาท นอกจากนี้ ปี 2561 ยังมีกำไรจากการดำเนินงาน EBITDA ประมาณ 12,400 ล้านบาท ทำให้มีกำไรสุทธิมูลค่าประมาณ 2,170 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่มีผลขาดทุน 4,300 ล้านบาท

สำหรับสัดส่วนรายได้ของ ทีโอที สามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1.รายได้จากการดำเนินงานของ ทีโอที จำนวนประมาณ 25,300 ล้านบาท ประกอบด้วย รายได้จากธุรกิจหน่วยธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน จำนวน 2,920 ล้านบาท รายได้จากหน่วยธุรกิจสื่อสารไร้สาย จำนวน 450 ล้านบาท รายได้จากหน่วยธุรกิจ IDC & Cloud จำนวน 980 ล้านบาท รายได้จากหน่วยธุรกิจโทรศัพท์ประจำที่ และบรอดแบนด์ จำนวน 19,170 ล้านบาท และรายได้จาก หน่วยธุรกิจขายและบริการลูกค้าองค์กรจำนวน 1,570 ล้านบาท



2.รายได้จากพันธมิตร จำนวนประมาณ 20,200 ล้านบาท ประกอบด้วย รายได้จากเสาและอุปกรณ์โทรคมนาคม จำนวน 5,600 ล้านบาท รายได้จากคลื่น 2100 MHz และ 2300 MHz จำนวน 14,600 ล้านบาท


ในปี 2561 ทีโอที มียอดรวมผู้ใช้บริการบรอดแบนด์ประมาณ 1,378,000 ราย คิดเป็น 17% ของส่วนแบ่งการตลาด มีจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์ประจำที่ จำนวนกว่า 2,812,000 เลขหมาย และมียอดผู้ใช้บริการมือถือ TOT Mobile อยู่ที่ประมาณ 140,000 เลขหมาย

“ปีนี้เป็นปีที่ดีของทีโอที เพราะรายได้จากพันธมิตรที่เข้ามาช่วย ถามว่า ทีโอที จะจ่ายโบนัสพนักงานเท่าไหร่ ต้องตอบตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลัง การให้โบนัสมากสุดก็ 9% ของกำไร เมื่อหารกับจำนวนพนักงาน และเงินเดือนของพนักงานแล้ว ต้องยอมรับว่า แต่ละคนได้ไม่ถึงเดือน อาจจะได้ประมาณ 7 วัน เท่านั้น” นายมนต์ชัย กล่าว

นายมนต์ชัย กล่าวต่อว่า แม้ว่าทีโอที จะยังอยู่ระหว่างการรอผลการควบรวมกับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ ซึ่งกำลังจะนำเรื่องเข้าคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ในวันที่ 17 ม.ค.นี้ เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไปนั้น ตนเองมองว่าจะรวม ไม่รวม ไม่มีผลต่อการแถลงทิศทาง และผลประกอบการของทีโอที



หากดูเรื่องศักยภาพของทีโอที และ กสท โทรคมนาคม เมื่อรวมกัน ไม่ได้ทำให้เกิดศักยภาพเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นแน่นอน คือ ปัญหา ซึ่งทั้งสององค์กรจำเป็นต้องมีคนกลางช่วยแก้ปัญหา ซึ่งทีโอทีเองในปีนี้ก็มีผลประกอบการที่ดี และในอนาคตก็มีแนวโน้มว่า รายได้หลักที่เป็นบรอดแบนด์จะขาดทุนลดลง และกลายเป็นกำไรภายใน 6-7 ปีข้างหน้า



ส่วนในปี 2562 ทีโอที ตั้งเป้ารายได้จากการดำเนินงานประมาณ 56,500 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการดำเนินงานโดยทีโอที จำนวนประมาณ 25,300 บาท และมาจากรายได้การดำเนินงานของพันธมิตร จำนวนประมาณ 31,200 บาท และกำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) ประมาณ 11,070 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2,490 ล้านบาท



ทั้งนี้ เพื่อเตรียมพร้อมธุรกิจให้สามารถดำเนินไปได้อย่างประสบผลสำเร็จ ท่ามกลางปัจจัยแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Disruption) และเพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ทีโอที ได้วางแผนทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2562 ดังนี้



1.การปรับโครงสร้างต้นทุน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดและลูกค้ายุคดิจิทัลด้วยต้นทุนที่ต่ำ ราคาถูก ด้วยการเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้า โดยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้ครอบคลุมกระบวนการทำงานทั้งก่อนและหลังการขาย การพัฒนาระบบรองรับการใช้งานผ่านมือถือ และการให้บริการในเชิง Preventive การปรับปรุงโครงข่าย เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่มากขึ้น และเสริมสร้างเสถียรภาพความมั่นคงของเส้นทางโครงข่ายใยแก้วนำแสงในเส้นทางหลัก รวมถึงปรับเปลี่ยนชุมสาย โทรศัพท์ประจำที่เป็นระบบ IP Base เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพชุมสายเพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานระยาว และรองรับการปรับเปลี่ยนเลขหมายโทรศัพท์ประจำที่จาก 9 หลักเป็น 10 หลัก ตอบสนองนโยบายภาครัฐตามแผนเลขหมายโทรคมนาคมระยะยาวของประเทศไทย

2.การปรับโครงสร้างองค์กรให้เป็นองค์กรดิจิทัล ทิศทางการดำเนินงานในปี 2562 ทีโอที มุ่งมั่นปฏิรูปองค์กรจากภายในสู่ภายนอก เพื่อทำให้ทีโอที เป็นองค์กรดิจิทัล (Digital Transformation) ที่สมบูรณ์แบบ โดยเริ่มจากการปรับวัฒนธรรมองค์กร และดำเนินโครงการที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร จัดให้มีโครงการอบรมบุคลากรที่มีอยู่เดิม ซึ่งเป็นผู้มีความชำนาญในด้านโทรคมนาคม ให้สามารถต่อยอดใช้ความสามารถในการปฏิบัติงานโดยอาศัยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ตลอดจน มีการเปิดรับสมัครบุคลากรใหม่ที่มีคุณสมบัติพร้อมปฏิบัติงานในสภาพธุรกิจดิจิทัลในปัจจุบัน พร้อมทั้งได้ดำเนินการปรับกระบวนการทำงานในรายละเอียดของเนื้องานให้เหมาะสม รองรับกับสภาพแวดล้อมในยุคดิจิทัล

3.ยกระดับต่อยอดธุรกิจเดิม ในฐานะผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมมากว่า 60 ปี ทีโอที มีการปรับตัวให้ธุรกิจเข้ากับสภาพสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยยกระดับบริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Infrastructure) เพื่อสนับสนุนภาครัฐ และภาคธุรกิจ และพัฒนาการบริการดิจิทัล (Digital Service) อันประกอบด้วย บริการ Cloud Services, Cyber Security และ Data Analytic รวมถึงการให้บริการ Digital Solution Platform ทั้งนี้ การยกระดับดังกล่าวช่วยให้ ทีโอที สามารถขยายธุรกิจรองรับการเติบโตของกลุ่มผู้ให้บริการ ในตลาดการแข่งขันได้อย่างรวดเร็ว ตลอดจนช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้ากลุ่มธุรกิจ นอกจากนี้ ส่วนธุรกิจ TOT mobile จะมีการติดตั้งระบบ WiFi Calling เพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการที่ต่อเนื่อง และลดค่าใช้จ่ายในการโรมมิ่ง รวมถึงมีแผนการพัฒนาโครงข่าย 5G Infrastructure Sharing โดยการติดตั้ง ทดสอบ และเปิดให้บริการในพื้นที่เฉพาะ


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...