xs
xsm
sm
md
lg

5G กับชีวิตที่เปลี่ยนไป / เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


การเปลี่ยนแปลงธุรกิจในยุค 5G นั้นไม่เหมือนการเปลี่ยนแปลงในยุค 1G - 4G เลยแม้แต่น้อย ซึ่งเทคโนโลยี 5G นั้นเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนเทคโนโลยีอื่นๆให้มีการประสานการทำงานร่วมกันจนเกิดพลังที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ยกตัวอย่างเช่น IoT และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เมื่อหลอมรวมกัน (convergence) ก็จะทำให้เกิดขีดความสามารถในการคำนวณและการสื่อสารที่ชาญฉลาดจนไปเปลี่ยนรูปแบบของอุตสาหกรรมต่างๆ ไปอย่างสิ้นเชิง

นับจากนี้ไป 5G จะทำให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะระบบนิเวศของ 5G นั้นลึกซึ้งถึงขั้นที่สามารถสร้างตลาดใหม่ในอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้ จึงทำให้เกิดความร่วมมือทางธุรกิจใหม่ๆ เกิดขึ้น (new business partnerships) ด้วยการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมที่ไม่เคยเกี่ยวข้องกันมาก่อนให้เกี่ยวข้องกันจนสามารถสร้างมูลค่าในตลาดใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนได้ และทำให้โอกาสใหม่ทางธุรกิจเกิดขึ้นอย่างมากมาย แต่กลับไปทำลายธุรกิจและอาชีพรูปแบบเดิมๆ พร้อมกันกับการสร้างธุรกิจและอาชีพใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมากมายเช่นกัน

เนื่องจากการเชื่อมต่อที่สมบูรณ์แบบในยุค 5G กำลังจะทำให้รูปแบบงานที่ทำงานกับระบบอัตโนมัติเกิดขึ้นจริง และองค์กรที่ใช้ AI ช่วยขับเคลื่อน (Enterprise AI solutions) ก็กำลังจะเกิดขึ้นจริง ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ใช้แรงงานจากมนุษย์โดยตรงน้อยลงแต่จะใช้มนุษย์ที่มีความรู้ในด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์, การวิเคราะห์ข้อมูล, การออกแบบและความคิดสร้างสรรค์, ทำงานร่วมกับหุ่นยนต์และซอฟต์แวร์อัตโนมัติมากขึ้น

การเริ่มต้นของ 5G ทำให้เกิดการพลิกผันในอุตสาหกรรมการเงินการธนาคารอย่างมาก ซึ่งมากกว่าที่เป็นอยู่ เนื่องจากธนาคารแบบดั้งเดิมกำลังเผชิญกับบริษัทที่ไม่เคยเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการเงินการธนาคาร เช่น Google, Facebook, Amazon และ LINE ที่กำลังคิดหาวิธีการในการชำระเงินและอื่นๆ บนสมาร์ทโฟนที่มีระบบเซ็นเซอร์ IoT โดยผ่านกระบวนการทำธุรกรรมบนแพลตฟอร์มของพวกเขาเองโดยตรง พร้อมกับการสร้างบริษัทบริการทางการเงินรูปแบบใหม่และผลิตตำแหน่งงานที่แปลกใหม่อย่างมากมาย โดยมีการคาดการณ์ว่าจะมีผู้ใช้ธนาคารดิจิทัล (digital banking) ทั่วโลกถึง 2 พันล้านคน ภายในปี 2020 ซึ่งจะทำให้มายด์เซ็ทของคนในยุคต่อไปมองธนาคารเปลี่ยนไป คือธนาคารอยู่บนสมาร์ทโฟน 5G นั่นเอง

ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมที่เคยประกอบกิจการแบบดั้งเดิมในยุค 1G - 4G จึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการสร้างโมเดลทางธุรกิจใหม่ในยุค 5G ได้ ซึ่งผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมในยุค 5G จะต้องจับมือกับบริษัทสตาร์ทอัพและบริษัทที่เกี่ยวข้องกับแอพพลิเคชั่น OTT (Over-the-top) ซึ่งพวกเขาต้องเข้าใจว่า DNA และ value chain ของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม 5G ได้เปลี่ยนไปจาก 4G โดยสิ้นเชิง เพราะมูลค่าของอุตสากรรมใหม่ 5G นั้นขึ้นอยู่กับการเชื่อมต่อที่ชาญฉลาดและขีดความสามารถในการคำนวณและวิเคราะห์

เทคโนโลยีเสมือนจริง (Virtual Reality : VR) จะเป็นเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และจะมีคุณภาพดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อในยุค 5G โดยจะทำให้ประสบการณ์การในการเสพสื่อของมนุษย์เปลี่ยนแปลงไปโดยมนุษย์จะสามารถตอบสนองแบบอินเตอร์แอคทีฟ (Interactive) ด้วยมัลติมีเดียแบบเรียลไทม์บนโลกเสมือนจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพในขณะเคลื่อนที่ (mobility) อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และจะทำให้อุตสาหกรรมอุปกรณ์สื่อสาร เช่น headsets, smart glasses และแอพพลิเคชั่นต่างๆ เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยไม่เพียงแต่การเติบโตในอุตสาหกรรมบันเทิงและเกมเท่านั้น แต่ VR ยังส่งผลในการประยุกต์ใช้งานในแนวตั้งหรือ vertical applications เช่น อุตสาหกรรมค้าปลีก, สุขภาพ, และการท่องเที่ยวและการผลิต เป็นต้น

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี VR จึงเป็นสิ่งชี้ชัดว่าในยุค 5G ที่กำลังเกิดขึ้น จะสร้างความตื่นเต้นในวงการ e-sports, สื่อและบันเทิง ที่เราจะได้เห็นเด็กรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทในการสร้างเศรษฐกิจใหม่ และเปลี่ยนสังคมใหม่อย่างมาก แต่หากจะมองออกไปอีก 10 ปีข้างหน้า เราจะได้พบกับแนวโน้มที่ชัดเจนอีกอย่างหนึ่งคือ ประสบการณ์ของคนในยุค Gen Alpha จะมีประสบการณ์ที่มีความลึกซึ้งผสมผสานเชื่อมกันระหว่างการศึกษาและ e-sports อย่างแนบเนียน

จากการเล่นของเล่นที่ล้ำยุคของ Gen Alpha ที่เรียกว่า “internet of toys” โดยที่ของเล่นของพวกเขาจะประกอบด้วยเทคโนโลยี AI ที่สามารถวิเคราะห์และจดจำเสียงและภาพได้ ซึ่งอุปกรณ์ใช้งานและของเล่นของพวกเขา จะมีการเชื่อมต่อกับ 5G ด้วยการสื่อสาร Internet-of-Things หรือ IoT โดยมี AI ฝังอยู่ในทุกอุปกรณ์ เช่น Amazon Echo และ Google Home เป็นต้น จนคนยุค Gen X ไม่สามารถเข้าใจและจินตนาการได้

ในยุค 5G จะสร้างอาชีพใหม่ๆ ที่เราไม่เคยพบเห็นเมื่อ 10 ปีที่แล้วอย่างมากมาย เช่น Influencer, YouTuber, celebrity, นักออกแบบ (stylist), ผู้สื่อข่าวอิสระเฉพาะด้าน (ผ่านทาง Live streaming), นักดนตรีและนักร้องอิสระ ไปจนถึงดาราและนักแสดงอายุน้อย ที่เกิดขึ้นด้วยความตั้งใจและไม่ตั้งใจ ทั้งนี้เนื่องจากการผลิตสื่อบน social media มีเครื่องมือที่ใช้ได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องอาศัยเครื่องมือและ studio ราคาแพงที่ Gen X เคยใช้

ดังนั้น จึงสามารถคาดการณ์ได้ว่าตำแหน่งงานที่จะเกิดขึ้นในอุตสากรรมใหม่และเป็นที่ต้องการอย่างมากในอนาคต มีดังนี้
(1) วิศวกรด้าน IoT และ sensor
(2) วิศวกรด้าน VR/AR
(3) วิศวกรด้านความมั่นคงปลอดภัยเครือข่ายคอมพิวเตอร์
(4) วิศวกร AI
ไม่เพียงแต่จะมีความรู้ด้านวิศวกรรมเฉพาะทั้ง 4 สาขาเท่านั้น แต่แรงงานแห่งอนาคตทั้ง 4 สาขาจะต้องมีความรู้ในการทำงานในระบบเศรษฐกิจฐานความรู้ (Knowledge Economy) ซึ่งจะต้องมีความรู้พื้นฐานในด้านการวิเคราะห์, การแปลความหมายของข้อมูล และการปกป้องข้อมูล อีกด้วย


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...