xs
xsm
sm
md
lg

Nokia 6.1 Plus จอใหญ่ไร้ขอบรุ่นแรกบุกไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ธนเดช ช่วงแก้ววิเศษ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอชเอ็มดี โกลบอล
เอชเอ็มดี โกลบอล เจ้าของลิขสิทธิ์จัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนแบรนด์โนเกีย ประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟน Nokia 6.1 Plus สมาร์ทโฟนไร้ขอบรุ่นแรกในประเทศไทย ขีดราคา 8,990 บาท ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ทั้งดูวิดีโอ และเล่นเกม ขอ 2-3 ปีขึ้นท็อป 3 แบรนด์สมาร์ทโฟนทั้งตลาดไทย และตลาดโลก ปูพรมจำหน่าย 3,000 เชนแนลทั่วไทย ขยายฐานจากยอดจำหน่ายที่ทำได้เกิน 70 ล้านเครื่องทั่วโลกในขณะนี้

ธนเดช ช่วงแก้ววิเศษ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอชเอ็มดี โกลบอล กล่าวถึงแนวทางการแข่งขันของโทรศัพท์มือถือแบรนด์โนเกีย ช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ว่ายังโฟกัสที่ตลาดสมาร์ทโฟน โดยการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด Nokia 6.1 Plus เกิดขึ้น เพราะแฟนโนเกียตอบรับสมาร์ทโฟนซีรีส์ 6 อย่างดี โดยถัดจากเจเนอเรชันแรก โนเกียเปิดตัว 6.1 เป็นเจเนอเรชัน 2 และนำเอาความสำเร็จมาพัฒนาเป็น 6.1 Plus ซึ่งเด่นที่หน้าจอไร้ขอบรุ่นแรก

“6 ซีรีส์มีความต้องการชัดมาก อย่างเช่น รุ่น 6.1 ใช้เวลาไม่กี่วินาทีก็จำหน่ายหมดที่จีน และอินเดีย” โดย ธนเดช อธิบายว่า รุ่นใหม่ 6.1 Plus จัดเต็มทั้งคุณสมบัติเครื่อง จอไร้ขอบ กล้องคู่ รองรับวิดีโอไลฟ์แบบโบธี ซึ่งถ่ายได้พร้อมกัน 2 ด้านหน้าและหลังกล้อง คาดว่า สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์วัน (Android One) รุ่นนี้จะตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่อยากได้สมาร์ทโฟนไปดูยูทูป หรือเล่นเกม ในราคาไม่ถึง 9 พันบาท

ธนเดช ยืนยันว่า HMD จะจัดกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง และการขยายช่องทางในการจัดจำหน่ายไปยังออนไลน์ โดยได้ร่วมมือกับ Shopee และ JD Central เพื่อเปิด Nokia Official Shop บนแพลตฟอร์มออนไลน์ ทั้งหมดนี้ทำพร้อมกับการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย ที่มุ่งเน้นการชูจุดเด่นของผลิตภัณฑ์โนเกีย ว่า มีความสามารถในการใช้งานที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ที่ชื่นชอบการบอกเล่าเรื่องราว หรือสร้างคอนเทนต์ผ่านโซเชียลมีเดีย
สิริรัตน เรืองศรี มิสไทยแลนด์เวิล์ด ปี 2010 ร่วมใช่งาน Nokia 6.1 Plus
เบื้องต้น HMD ไม่เปิดเผยสถิติยอดขายสมาร์ทโฟนโนเกียช่วงครึ่งแรกปี 2018 ที่ผ่านมา แต่ในแง่ของแบรนด์ ธนเดช ระบุว่า จากการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างยอมรับโนเกีย ในแง่ของสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์อันดับ 5 ของตาราง

“แปลว่า คนเข้าใจแล้วว่า วันนี้โนเกีย มาพร้อมระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ฟีดแบ็กต่างๆ จากพาร์ตเนอร์ดีมาก เราขยายช่องทางจำหน่ายกับทั้งออนไลน์ และร้านค้าปลีก รวมถึงลูกตู้ ตั้งแต่ร้านเทลโค ยันโมเดิร์นเทรด วันนี้เรามี 3,000 เชนแนลรวมกัน”

สำหรับเทรนด์การแข่ง AI วันนี้ ธนเดช มองว่ามีจุดต่างที่การจับวัตถุได้พร้อมกันหลายตำแหน่ง เช่น ในภาพที่มี 10 คน 10 ตำแหน่ง AI บนสมาร์ทโฟนโนเกีย ก็สามารถตรวจจับได้โดยไม่ต้องใช้ซอฟต์แวร์ใดเพิ่มเติม

“ความท้าทายของโนเกียวันนี้ในตลาดไทย ผมว่า การแข่งขัน คือ ตัวแปรสุดท้าย ในภาพรวม คือ ผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์ จะทำอย่างไรให้ตอบโจทย์แฟนโนเกียได้ พร้อมกับทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่ยอมรับเราด้วย เราจึงออกรุ่นใหม่ให้ตอบคนรุ่นใหม่มากขึ้น”

จุดที่ธนเดช เชื่อว่าจะตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้ใน Nokia 6.1 Plus คือ โหมด HDR บนระบบแอนดรอยด์วัน ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์แท้ที่พร้อมอัปเดตตลอดเวลา ไม่มียูไอ หรือส่วนติดต่อผู้ใช้ของโนเกียครอบทับ

“ทุกครั้งที่กูเกิล ปล่อยอัปเดต เราจะใช้เวลาไม่นานสำหรับแอนดรอยด์รุ่นใหม่อย่าง Android Pie คาดว่า โนเกียจะทดสอบ และพร้อมให้อัปเดตไม่เกินตุลาคมนี้ เราพยายามเป็นเจ้าแรกในตลาดที่อัปเดตเป็น Android Pie”
Nokia 6.1 Plus
เป้าหมายล่าสุดของ HMD ในตลาดไทย คือ ต้องการให้โนเกีย เป็นแบรนด์ท็อปเพลเยอร์ใน 2-3 ปีข้างหน้า ทั้งในแง่ตลาดไทย และตลาดโลก โดยที่ผ่านมา โนเกียใช้เวลาเกิน 1 ปี จึงสามารถเป็นท็อปแบรนด์อันดับ 5 ในตารางสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ ซึ่งในแง่ยอดขาย (ข้อมูลมกราคม 2018) พบว่า HMD สามารถจำหน่ายสมาร์ทโฟนแบรนด์โนเกีย ไปแล้ว 70 ล้านเครื่อง ตลาดหลักอยู่ที่หลายภูมิภาคทั้งจีน อินเดีย เอเชียแปซิฟิก และยุโรป ยอดขายคิดเป็นมูลค่า 2,170 ล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะนี้โทรศัพท์มือถือแบรนด์โนเกีย มีวางจำหน่ายในไทย 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มฟีเจอร์โฟน 2 รุ่น คือ 3310 รุ่นใหม่ และ Nokia 8110 4G ทรงกล้วยหอม และกลุ่มสมาร์ทโฟน 11 รุ่น (รวม 6.1 Plus) คาดว่าในช่วงปลายปีนี้จะมีสมาร์ทโฟนแบรนด์โนเกียรุ่นใหม่วางจำหน่ายอีก เบื้องต้น ผู้บริหาร HMD ระบุเพียงว่าจะไม่หยุดเท่านี้ในช่วงไตรมาสปลายปี

สำหรับ Nokia 6.1 Plus เป็นสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ที่ใช้หน้าจอ 19:9 บนหน้าจอ 5.8 นิ้ว จอแสดงผลแบบ Full HD+ พร้อมค่า Color Gamut 96% ใช้กระจก Gorilla Glass จาก Corning ทรงโค้ง ชิปเซ็ต Snapdragon 636 รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Qualcomm ซึ่งประมวลผลได้รวดเร็วกว่ารุ่นที่แล้วถึง 40% รองรับ USB Type-C ชาร์จไฟไว กล้องหลังคู่ 16/5 MP มีโหมด HDR ช่วยทำให้ภาพมีชีวิตชีวา กล้องหน้า 16 MP พร้อมโหมด Bothie ที่ทำให้สามารถถ่ายภาพจากกล้องหน้า และกล้องหลังได้พร้อมกัน โดยมีเทคโนโลยี AI ช่วยปรับภาพให้สวยงามขึ้นโดยอัตโนมัติ มี 3 สีให้เลือก ได้แก่ สีดำ (Gloss Black) สีขาว (Gloss White) สีน้ำเงินเข้ม (Gloss Midnight Blue) กำหนดการเริ่มจัดจำหน่ายภายในเดือนกันยายน ราคา 8,990 บาท


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...