บริษัทให้บริการขนส่งชื่อดังอย่างยูพีเอส (UPS) ยื่นขอจดสิทธิบัตรเทคโนโลยีบล็อกเชน (blockchain) สำหรับบริการจัดส่งพัสดุ คาดว่านวัตกรรมนี้จะเพิ่มประสิทธิภาพให้การกำหนดเส้นทางพัสดุหลายทอดผ่านผู้ให้บริการหลายราย เบื้องต้น ยังไม่มีการประกาศว่า UPS จะประยุกต์ใช้ blockchain อย่างจริงจังทั่วโลกเมื่อใด
รายละเอียดการจดสิทธิบัตร blockchain ของ UPS ที่เชื่อว่าจะสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพของบริการจัดส่งได้นี้ถูกรายงานโดยสำนักข่าวซัปพลายเชนไดร์ฟ (SupplyChainDive) ซึ่งระบุว่า UPS กำลังพัฒนาระบบเทคโนโลยี blockchain แบบเข้มข้น หลังจากที่ UPS ได้เข้าร่วมสมาคม blockchain in Trucking Alliance (BiTA)
การเข้าร่วมสมาคม BiTA ของ UPS เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ถือเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์เรื่องความไว้วางใจใน blockchain พร้อมกับให้คำมั่นว่า ธุรกรรมของ UPS จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งหมดนี้ UPS ระบุว่าตั้งใจใช้เทคโนโลยี blockchain บนแกนหลักของธุรกิจในภาพใหญ่
อย่างไรก็ตาม การยื่นขอจดทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า UPS มีความสนใจในเทคโนโลยี blockchain มากขึ้น โดยลงรายละเอียดว่า เทคโนโลยีนี้จะตอบโจทย์ลูกค้า UPS ที่กำลังมองหาความโปร่งใสมากขึ้นในแง่ของการส่งมอบ การจัดส่งที่เร็วกว่า บนราคาที่ประหยัดกว่า
สำหรับ blockchain นั้นเป็นเทคโนโลยีการเก็บข้อมูลแบบกระจายหลายที่จนทำให้เกิดความปลอดภัยสูง blockchain จึงมีแผนถูกนำไปใช้ในหลายอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง จุดเด่นของ blockchain อยู่ที่การตรวจสอบความเคลื่อนไหว ซึ่งจะทำให้องค์กรรับรู้ข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงได้อย่างโปร่งใส ทำให้ blockchain ไม่ได้เหมาะกับเพียงระบบโอนเงินเท่านั้น แต่สามารถนำมาใช้ได้กับทุกระบบที่ต้องการเก็บข้อมูล ทั้งรูปแบบจำกัดเฉพาะคนในองค์กร และแบบเปิดกว้างต่อสาธารณชน
ก่อนหน้านี้ มีแนวคิดนำ blockchain มาใช้ในระบบตรวจสอบพระเครื่อง ระบบตรวจสอบไวน์ หรือเหล้าเก่า รวมถึงระบบตรวจสอบสินค้าเฉพาะทางราคาสูง เพื่อไม่ให้สามารถลอกเลียนแบบได้เช่นเดียวกับทุกบริการที่มีความเกี่ยวข้องกับสัญญา ซึ่ง blockchain จะช่วยให้การจัดการสัญญาถูกทำได้อย่างโปร่งใสมากขึ้น
กรณีของ UPS เชื่อว่า เทคโนโลยี blockchain จะเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่จำเป็นในการปรับปรุงบริการเพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์เต็มที่ คาดว่า UPS มีแผนจะใช้ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาร่วมกับระบบ blockchain เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในแง่ของการสร้างเส้นทางการจัดส่งพัสดุที่ดีที่สุด โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาพนักงาน นอกจากนี้ ลูกค้าจะสามารถติดตามพัสดุได้อย่างเต็มที่ แม้จะต้องผ่านมือผู้ให้บริการหลายราย จุดนี้เชื่อว่า blockchain จะช่วยให้การชำระเงินในแต่ละขั้นตอนมีความโปร่งใสมากขึ้น
สุดท้าย เอกสารสิทธิบัตรยังระบุว่า “สกุลเงินเสมือน” หรือเงินดิจิทัลต่างๆ อาจนำมาใช้ชำระเงินได้ผ่านระบบ blockchain ของบริษัท นี่ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่หวังจะเห็นว่า เงินสกุลเสมือนกำลังได้รับการยอมรับมากขึ้นทั้ง Bitcoin และ Ether
ที่สำคัญ blockchain จะสามารถลดจำนวนการใช้หมายเลขจัดส่งพัสดุปลอม ทั้งที่พ่อค้าแม่ขายมักใช้ล่อลวงผู้บริโภคให้เข้าใจผิด และที่เป็นความผิดพลาดจนทำให้ผู้บริโภคติดตามพัสดุไม่สำเร็จ ซึ่งทั้งหมดนี้คาดว่าไม่เพียง UPS แต่ทุกบริษัทขนส่ง รวมถึงไปรษณีย์ไทยก็อาจต้องใช้ blockchain เพิ่มประสิทธิภาพการจัดส่งในอนาคตเช่นกัน


