xs
xsm
sm
md
lg

3 ทีมเถ้าแก่น้อยบุก 'ซิลิกอนวัลเล่ย์' เกาหลี (Cyber Weekend)

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


สามารถ คอร์ปอเรชั่น จับมือ สวทช. พา 3 ทีมชนะเลิศ โครงการ เถ้าแก่น้อยเทคโนโลยีตะลุยเกาหลี ดูงานยักษ์ใหญ่แดนโสมเจาะลึก 'Starup Campus in Pangyo Technovalley' ซิลิกอน วัลเล่ย์ ของเกาหลี , K-Startup Grand Challenge และ SK Telecom Ubiquitous Museum (T.um) เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากมืออาชีพ ผสานแนวคิดมุ่งพัฒนาสู่ธุรกิจใหม่แบบมืออาชีพในไทย พร้อมเดินหน้า โครงการ Young Tachnopreneur 2018ปรับแนวคิดสอดรับกับยุทธศาสตร์ภาครัฐที่ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายภายใต้หัวข้อ การนำเทคโนโลยีมาช่วยเหลือเศรษฐกิจและสังคม

บริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมมือกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดทำโครงการ Young Technopreneur หรือ โครงการเถ้าแก่น้อยเทคโนโลยี โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เยาวชนรุ่นใหม่ นำแนวคิดด้านเทคโนโลยี มาปรับใช้ให้เกิดเป็นธุรกิจได้จริง ซึ่งในปีนี้ได้ผู้ชนะ 3ทีม โดยผู้ชนะเลิศได้แก่ ผลงาน 'เพ็ทอินชัวร์ ประกันภัยสัตว์เลี้ยงออนไลน์' โบรกเกอร์ประกันภัยสัตว์เลี้ยงออนไลน์แบบครบวงจรเจ้าแรกในประเทศไทย รองชนะเลิศอันดับ1ผลงาน 'เรือเติมอากาศ' ( Smart Boat 02 Improvemant) อุปกรณ์เพิ่มออกซิเจนในน้ำที่มีขนาดเล็กและมีความเร็วสูง ช่วยประหยัดพลังงานกว่าเดิม 10 เท่า และรองชนะเลิศอันดับ2 คือ 'ชาวไร่' เป็นระบบดูแลพืชอัตโนมัติ มีระบบบริหารจัดการฟาร์มให้ผู้ใช้งานวางแผนการปลูกพื้นได้และติดตั้งได้ด้วยตนเอง

หลังได้ผู้ชนะทั้ง 3 ทีม กลุ่มสามารถ พาผู้ชนะโครงการนี้ไปดูงานที่ประเทศเกาหลี ที่ Pangyo Technovalley เปรียบได้กับ Sillicon Valley ของเกาหลี ตั้งอยู่ในเขตชานเมืองทางตอนใต้ของกรุงโซล เป็นศูนย์อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ซึ่งเป็นศูนย์รวมของธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นแหล่งรวมผู้ประกอบการรายใหญ่ ผู้ประกอบการ SMEs ผู้ประกอบการรายใหม่ เป็นศูนย์รวมเทคโนโลยีล้ำสมัย และเป็นแหล่งรวมศูนย์วิจัยและพัฒนาที่ล้ำยุค

ตามด้วย K-Startup Grand Challenge เป็นกิจกรรมงานประกวดและส่งเสริมโครงการเทคโนโลยี จัดโดยรัฐบาลประเทศเกาหลีใต้ ที่เปิดรับโครงการจากหลายๆประเทศ ทั่วโลก จุดประสงค์เพื่อพัฒนาระบบนิเวศของนวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยี ของประเทศเกาหลีใต้ ให้สามารถขึ้นมาเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคได้

ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ SK Telecom Ubiquitous Museum (T.um) เป็นพิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตที่มีชื่อว่า T.um ตั้งอยู่ในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ภายใต้การดำเนินงานโดย SK Telecom บริษัทผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของประเทศ ซึ่งจุดประสงค์หลักของพิพิธภัณฑ์นี้ก็เพื่อเป็นการจำลองภาพการใช้ชีวิตของมนุษย์ในโลกอนาคตที่เทคโนโลยี จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นไปอีก และที่ขาดไม่ได้ก็คือสมาร์ทโฟนที่จะกลายเป็นผู้ช่วยคนสำคัญของมนุษย์

ภายในตัวพิพิธภัณฑ์นั้น จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนอย่างชัดเจน คือส่วน 'Dream' หรือความฝัน กับส่วน 'Play' หรือการเล่น

ในส่วนความฝันนั้น พื้นที่จัดแสดงทั้งหมด จะเต็มไปด้วยเทคโนโลยีของโลกอนาคต ที่นักประดิษฐ์และนักพัฒนาเทคโนโลยีทั้งหลายคาดหวังเอาไว้ว่า มนุษย์จะใช้ชีวิตในลักษณะเช่นนี้ในอนาคต โดยมีการจำลองบ้านในอนาคตเอาไว้ในส่วนจัดแสดง เพื่อให้ผู้เข้าชมงานได้สัมผัสกับประสบการณ์การใช้ชีวิตในโลกอนาคตอีกด้วย

พร้อมทั้งเข้าเยี่ยมชมงาน Seoul International Invention Fair (SIIF 2017) งานแสดงและประกวด สิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรม เทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์ใหม่ ระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย แสดงผลงานสิ่งประดิษฐ์จากสถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย ส่วนแสดงสินค้าของ บริษัทเอกชน และส่วนแสดงผลงานจากต่างประเทศ
3ทีมชนะ “โครงการเถ้าแก่น้อย”ดูงานที่ประเทศเกาหลี
**หนุนสตาร์ทอัพไทยโกอินเตอร์

ศันสนีย์ ฮวบสมบูรณ์ ผู้อำนวยการ ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี สวทช.กล่าวว่า ความน่าสนใจของ Pangyo Technovalley ซึ่งเปรียบเสมือนซิลิกอนวัลเล่ย์ คือเป็นเมืองใหม่ที่สร้างขึ้นด้วยความต้องการให้เป็นอีโคซิเต็มส์แบ่งเป็น 3 ส่วนเริ่มจาก 1. Pangyo Technovalley เหมือนอุทยานวิทยาศาสตร์ของไทย หลักการคือสร้างสิ่งแวดล้อมที่น่าสนใจขึ้นมา เพื่อดึงดูดบริษัทด้านเทคโนโลยีใหญ่ๆเข้ามาอยู่รวมกัน ไม่มีโรงงานอุตสาหกรรม จะมีแต่แลปที่ทำการวิจัยและพัฒนาของแต่ละบริษัทอยู่ที่นี่ โดยใช้เวลาในการสร้างประมาณ 10 ปี จาก 2005-2015 ปัจจุบันเริ่มดำเนินงานแล้ว โดยมีบริษัทเริ่มเข้ามาอยู่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนที่ 2 เป็นเมืองใหม่ Pangyo ZERO ซิตี้ คอนเซปต์ของที่นี่ คือ Zero Car, Zero Accident, Zero Regulation เป็นการควบคุมทุกอย่างด้วยระบบอัตโนมัติทำให้ลดการเกิดอุบัติเหตุ การจราจรเป็นไปอย่างราบรื่น และกระตุ้นให้สตาร์ทอัพมีการพัฒนางานได้โดยไม่มีกฏหมายหรือกฎเกณท์มาเป็นกรอบปิดกั้น โดยโฟกัส 4 ด้านคือไอที ไอโอเทคโนโลยี (BT ) นาโนเทคโนโลยี (NT) และคัลเจอร์เทคโนโลยี (CT) นอกจากเมืองโซล เกาหลีกำลังสร้างเมืองใหม่รอบๆโซล อย่างPangyoขึ้น โดยPangyo ห่างจากโซลแค่ 10 กิโลเมตร ห่างจากอินชอนไม่กี่กิโลเมตร เกาหลีกำลังพยายามสร้างเมืองใหม่ขึ้น ต่างจากประเทศไทยที่เป็นคอนเซปต์เมืองขยาย

'ความต่างของเกาหลีคือพยายามสร้างเมืองใหม่ที่มีอัตลักษณ์ของตัวเองรอบโซล คอนเซปต์จึงไม่เหมือนเมืองขยายแบบบ้านเราแต่เป็นการสร้างเมืองใหม่ขึ้นอีกเมือง เป็นการกระจายความเจริญไปรอบโซลปักจุดใหม่ให้กว้างขึ้น'

ทั้งนี้การสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกาหลีสร้างขึ้น มิได้มุ่งเน้นแค่ สตาร์ทอัพของเกาหลีเท่านั้นแต่ยังส่งเสริมเพื่อสตาร์ทอัพระดับโกลบอลด้วย ภายใต้โปรแกรม 'K-Startup' เปิดรับสตาร์ทอัพทั่วไปหากได้รับการคัดเลือกเข้าโครงการ 4 เดือนแรกจะได้รับเงินเดือนหลังจากนั้นจะดูว่าได้พาร์ทเนอร์สนับสนุนหรือไม่ ถ้าได้ก็ได้ไปต่ออีก โดยได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลอีกครึ่งหนึ่ง

'สิ่งที่เห็นคือความฉลาดของเกาหลีที่ให้การส่งเสริมเต็มที่ ใครวิ่งได้เร็ว ได้ผู้ร่วมลงทุนก็จะอยู่ได้ เป็นการส่งเสริมให้สตาร์ทอัพระดับโลกลิงค์กับเกาหลีเพื่อสร้างธุรกิจขึ้น เริ่มจากการส่งเสริมด้านการเงินจากรัฐบาลเกาหลีก่อน เมื่อได้ผู้สนับสนุนแล้วก็จะลดเงินช่วยเหลือลง'
ศันสนีย์ ฮวบสมบูรณ์ ผู้อำนวยการ ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี สวทช.
ศันสนีย์ กล่าวว่า ประโยชน์ที่จะเกิดกับ 3 ทีมเถ้าแก่น้อยเทคโนโลยีของไทยอยู่ตรงที่ถ้าอยากออกตลาดต่างประเทศและเห็นศักยภาพของเกาหลี ความพยายามเข้าร่วมในโครงการK-Startup กับเกาหลีจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเป็นช่องทางในการเปิดตัวในตลาดโลกได้เป็นอย่างดี เป็นการเปิดตัวให้นักลงทุนรายใหญ่ๆ อย่างซัมซุง ,LOTTE เห็น แทนที่จะอยู่แค่ในตลาดไทยอย่างเดียว

นอกจากนี้ยังได้เห็นประยชน์ของการวิจัยและพัฒนา ที่มีพื้นที่ให้วิจัยและพัฒนา ที่นับจากนี้ไปการแข่งขันไม่ได้อยู่ที่การตลาดอย่างเดียวแต่เทคโนโลยีเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากซึ่งต้องนำมาใช้เป็นส่วนสำคัญในธุรกิจ

'เดี๋ยวนี้ทั่วโลกพูดถึงกรีนเทค อะไรที่ใช้เทคโนโลยีแล้วประหยัดพลังงานที่สุด จะได้รับความสนใจ น้องๆที่มาในครั้งนี้จะได้เห็นและเป็นแนวทางเพื่อพัฒนากับธุรกิจของตัวเองได้เป็นอย่างดี'

**มุมมองสตาร์ทอัพไทย

พลอยพิชชา บุญทวีพิทักษ์ และ ชลณัฏฐ์ พูนชัฏกาญจน์ ทีม PetInsure (เพ็ทอินชัวร์) กล่าวถึงนวัตกรรมที่น่าสนใจในงานนี้คือT.UM ,VR , Robotic โดยชอบเทคโนโลยี AR ที่สามารถทำให้อินไปกับเหตุการณ์ในสถานที่ต่างๆ แม้ตัวเราไม่ได้อยู่ตรงนั้นจริงๆ และอีกส่วนจะเป็น robotic ที่มีการควบคุมแขนหุ่นยนต์ เพื่อใช้ในการผ่าตัดหรือรักษาทางการแพทย์ ส่วนในงาน Seoul International Innovation Fair 2017 ชอบเทคโนโลยี Medical Eye Massage ที่สวมแว่นลักษณะคล้ายแว่น VR ตัวแว่นจะช่วยนวดตาให้ผ่อนคลายประมาณ 10 นาที ก็จะทำให้สุขภาพตาของเรารู้สึกดีขึ้น

'มองว่านวัตกรรมที่จะนำไปพัฒนากับผลิตภัณฑ์ได้คือเทคโนโลยี IOT เช่น นำไปทำ ปลอกคอ GPS พร้อมทั้งได้สัมผัสนวัตกรรมในหลายๆอุตสาหกรรมของแต่ละประเทศเพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับของประเทศเรา'
พลอยพิชชา บุญทวีพิทักษ์ และ ชลณัฏฐ์ พูนชัฏกาญจน์ ทีม PetInsure (เพ็ทอินชัวร์)
ในส่วนของทีม Smart Boat 02 Improvement จุติมา อินธิชิต และสินีวรรณ แหลมคม กล่าวว่า นวัตกรรมที่สนใจคือ IOT naraeโดยคาดว่าจะนำไปพัฒนาการเชื่อมต่อโปรดักส์ของบริษัทให้เป็น IOT เพื่อให้ smart boat สามารถ สั่งงานได้แม้อยู่นอกพื้นที่ รวมทั้ง นำข้อมูลที่มี มาใช้ในการพยากรณ์ในกระบวนการบำบัดน้ำ และเพื่อให้ smart boat มีการพัฒนาที่ดีขึ้น และมีความทันสมัยมากขึ้น
ทีม Smart Boat 02 Improvement จุติมา อินธิชิต
สินีวรรณ แหลมคม ทีม Smart Boat 02 Improvement
ด้านทีม 'ชาวไร่' ธกร ตั้งมั่นคง กล่าวว่านวัตกรรมที่สนใจคือ LoRa network @ SK Telecomเพราะจะช่วยให้ระบบ IOT ของประเทศเดินหน้าไปได้ ซึ่งระบบนี้สามารถนำมาประยุกต์เข้ากับผลิตภัณฑ์ที่ทำอยู่ได้เพื่อการประหยัดพลังงาน สื่อสารกว้างไกลได้ ในราคาที่ไม่แพง

'การมาครั้งนี้เป็นการเปิดโลก วิสัยทัศน์ในการกลับมามองงานสตาร์ทอัพของตัวเอง เพื่อกำหนดทิศทางการวางแผนและพัฒนาไปยังแนวทางที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด'
ทีม ชาวไร่ ธกร ตั้งมั่นคง (ขวา) และ วาสุเทพ ศรีโคกกรวด (ซ้าย)
**สานต่อเถ้าแก่น้อยปีหน้า

นอกจากการอบรมทางธุรกิจ เวิร์กชอปภาคสนามเพื่อสำรวจตลาด ตามแนวคิดที่มิได้มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความแตกต่างเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีการศึกษาค้นคว้าทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคและความต้องการของตลาด แล้วนำผลลัพธ์ที่ได้มาพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้ตอบสนองความต้องการผู้ใช้เป็นสำคัญอีกด้วย ผลงานส่วนใหญ่ ในปีนี้สอดคล้องกับนโยบายของประเทศที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ Thailand 4.0 และสอดคล้องตามกลุ่มประเภทของ Tech Startup ด้วยนวัตกรรม อาทิ ด้าน Fintech, Digitech, Agritech และอื่นๆ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและภูมิใจในเยาวชนไทยเป็นอย่างมาก

พร้อมกันนี้กลุ่มสามารถและสวทช.ยังคงเดินหน้าโครงการ 'Young Tachnopreneur 2018' เพื่อสนับสนุนให้เกิดเจ้าของธุรกิจด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยจะเน้นการพัฒนาทักษะความรู้ด้านธุรกิจและเทคโนโลยี ทั้งเนื้อหาและการลงมือปฏิบัติจริง และที่สำคัญต้องจัดให้มีการพบปะนักลงทุนเพื่อสร้างโอกาสให้เกิดนักธุรกิจตัวจริง โดยในการจัดประกวดครั้งต่อไปจะมีการปรับเพื่อให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ภาครัฐโดยนำ10อุตสาหกรรม เป้าหมายมาใช้เป็นประเภทการประกวด ภายใต้หัวข้อ การนำเทคโนโลยีมามาช่วยเหลือเศรษฐกิจและสังคม

'ปีหน้าจะเป็นการนำ Feedback ที่ได้รับจากการประเมินผลโครงการ ทั้ง 6 รุ่น มาปรับปรุงเนื้อหากิจกรรมให้เหมาะกับนักธุรกิจสตาร์ทอัพรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้นโดยยังคงให้ความสำคัญกับ 10อุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ อุตสาหกรรมการวิจัย พัฒนาและนวัตกรรม อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ อาหารและการเกษตร อุตสาหกรรมเพื่อประหยัดพลังงานโดยมั่นใจว่าผลงานของผู้ชนะจะตอบโจทย์ความต้องการทางอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีได้เป็นอย่างดี'