เจ้าของฟาร์ม มะเขือเทศ เมล่อน และผักปลอดสารพิษ ที่อยู่ใกล้ กทม.ไม่เกินรัศมี 300 กม. เตรียมตัวเฮ ดีแทค จับมือกรมส่งเสริมการเกษตร และเนคเทค ชวน 30 ฟาร์ม ที่เคยผ่านการอบรมโครงการ Young Smart Farmer ร่วมนำร่อง “ดีแทค ฟาร์มแม่นยำ” ชูเทคโนโลยี IoT เพิ่มผลผลิต-ลดต้นทุน และลดความเสี่ยงผลผลิตตกต่ำ คาดภายใน เม.ย.ปีหน้า จะได้สูตรความสำเร็จของผลิตผลพร้อมแบ่งปันให้เกษตรกรยุค 4.0
นางอรอุมา ฤกษ์พัฒนาพิพัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานสื่อสารองค์กรและการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวถึงโครงการ “ดีแทค ฟาร์มแม่นยำ” ว่า ถือเป็นรูปแบบของการทดลอง และวิจัยโดยนำนวัตกรรม และเทคโนโลยีมาพัฒนาด้านการเกษตร โดยหวังผลในการเพิ่มผลผลิต ควบคุมคุณภาพ และลดต้นทุนให้กับเกษตรกรไทย
“ดีแทค และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค ได้ร่วมกันพัฒนาโซลูชัน IoT เพื่อควบคุมอุณหภูมิ ความชื้นในดิน ความชื้นในอากาศ แสง และปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องในการเพาะปลูก ซึ่งจะเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันในการแสดงผล การตั้งค่า เก็บข้อมูล และวิเคราะห์ผล เพื่อให้เกษตรกรสามารถทำการเกษตรได้อย่างแม่นยำ”
โดยเนคเทค-สวทช. รับผิดชอบในการวิจัย และผลิตอุปกรณ์ในส่วนของระบบเซนเซอร์ ขณะที่ดีแทค รับผิดชอบด้านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และการวิเคราะห์ข้อมูลผ่านระบบ dtac Cloud Intelligence
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากความร่วมมือทางการเกษตร หลังจากความร่วมมือระหว่างดีแทค และกรมส่งเสริมการเกษตรในการพัฒนาความรู้ความเข้าใจด้านเกษตรครบวงจร ตั้งแต่การผลิต แปรรูป และการตลาดออนไลน์ เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด และสร้างเครือข่ายเกษตรกรเข้มแข็ง
อย่างไรก็ตาม โครงการดีแทค ฟาร์มแม่นยำ ได้นำร่องทดลองที่ฟาร์มแตะขอบฟ้า อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรีแล้ว โดยหลังจากนี้จะเปิดให้เกษตรกรที่เคยผ่านการอบรมโครงการ Young Smart Farmer ที่จัดโดยกรมส่งเสริมการเกษตร และดีแทค มาแล้วในการสมัครร่วมทดลอง เพื่อหาสูตรที่ดีที่สุดในการปลูกพืชแต่ละชนิด และในพื้นที่สภาพแวดล้อมต่างๆ ทั้งนี้ จะคัดเลือกเกษตรกรจำนวน 30 ฟาร์ม
โดยจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในการใช้แอปพลิเคชันในระดับดี มีความต้องการที่จะประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการทำเกษตรของตนเอง และสามารถถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชน นอกจากนี้ จะต้องเป็นเจ้าของฟาร์ม และทำการเกษตรในโรงเรือน ตลอดจนทำการเกษตรแบบปลอดสารเคมี ทั้งนี้ ฟาร์มจะต้องตั้งอยู่ในรัศมีไม่เกิน 300 กิโลเมตร จากกรุงเทพฯ เพื่อความสะดวกในการวิจัย ติดตามผล และให้คำแนะนำ
สำหรับการคัดเลือกฟาร์ม และประเภทของพืชนั้น ดีแทคได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการเกษตรในด้านวิชาการ ซึ่งประเภทของพืชในระยะทดลองนี้จะเป็นพืชที่มีราคาสูง และเป็นที่ต้องการของตลาด 3 ชนิด ได้แก่ มะเขือเทศ เมล่อน และผักปลอดสารพิษ โดยตั้งใจจะเก็บข้อมูลให้ได้ผลการเก็บเกี่ยวสัก 3 รอบการเก็บเกี่ยวก่อน เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ จากนั้น คาดว่าภายในเดือนเม.ย.ปีหน้า จะได้สูตรค่าการทำการเกษตรของพืชทั้ง 3 ชนิด เพื่อนำไปแบ่งปันให้กับเกษตรกรรายอื่นๆ ได้ โดยในระยะยาวโครงการนี้สามารถทำกับพืชชนิดอื่นๆ ได้อีกด้วย
“ดีแทคฟาร์มแม่นยำนี้เป็นหนึ่งในโครงการร่วมสร้าง Smart Farmer ครอบคลุมทั้งระบบนิเวศ ตั้งแต่การผลิต การขาย (โครงการเกษตรเชิงพาณิชย์) และการเชื่อมโยงกับผู้บริโภค โดยผ่าน Freshket สตาร์ทอัปในโครงการ dtac Accelerate เชื่อมโยงเกษตรกรผู้ผลิตกับร้านอาหารชั้นนำ โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง”
ด้าน นายสำราญ สาราบรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ได้มีเป้าหมายในการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ ให้เป็น Young Smart Farmer เพื่อรองรับแรงงานภาคเกษตรที่มีแนวโน้มลดลง โดยใช้นวัตกรรม และเทคโนโลยีเข้ามาเสริมศักยภาพเกษตรกรไทย และเสริมสร้างให้เกิดเครือข่ายเกษตรกรรุ่นใหม่ให้มีแนวคิดในการเปลี่ยนการทำเกษตรแบบดั้งเดิมสู่การเกษตรสมัยใหม่ เพื่อนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานสินค้า และมุ่งสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น อาหารสุขภาพ หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีมูลค่าสูง สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก
ขณะที่นายศรัณย์ สัมฤทธิ์เดชขจร ผู้อำนวยการ เนคเทค กล่าวว่า เนคเทคได้พัฒนาด้านเทคโนโลยีด้านเซนเซอร์ โดยสร้างระบบควบคุมการเพาะปลูกแบบเครือข่ายเกษตรกร จำเพาะเจาะจงตามชนิดของพืช ในระยะแรกจะเน้นการติดตาม และเก็บบันทึกปัจจัยการเพาะปลูก เช่น ความชื้นในดิน ความชื้นในอากาศ อุณหภูมิในอากาศ และปริมาณแสงในโรงเรือน
ทั้งนี้ หากสามารถดำเนินการเป็นไปตามเป้าหมาย เนคเทค คาดว่า ระบบจะช่วยเกษตรกรในการเก็บข้อมูล ประมวลผล และสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อหาสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่รู้จักใช้เทคโนโลยีในการเพาะปลูกอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างตลาด และโอกาสให้ผู้ประกอบการใหม่ที่สนใจเป็นผู้ประกอบการ หรือสตาร์ตอัป
***2 ตัวอย่าง ฟาร์ม มะเขือเทศเชอร์รี่-เมล่อน
โครงการดังกล่าวได้เริ่มนำร่องไปแล้วกับ 2 เจ้าของฟาร์มมะเขือเทศเชอร์รี่ และเมล่อน ที่ จ.สุพรรณ โดยนายปิยะ กิจประสงค์ เจ้าของฟาร์มมะเขือเทศเชอร์รี่ แตะขอบฟ้า เล่าให้ฟังว่า พื้นที่ในการทำฟาร์มของตนไม่ใหญ่มาก ผลผลิตจึงไม่ทันกับความต้องการของตลาด เพราะบางช่วงที่ร้อนมากผลผลิตก็ไม่มี
เมื่อมีโอกาสได้ร่วมโครงการนี้ตั้งแต่เดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ทราบว่า ในอนาคตสามารถขยายฟาร์มได้โดยไม่ต้องดูแลเอง แต่ควบคุมผ่านแอปพลิเคชันได้ นอกจากนี้ ยังได้สร้างเครือข่ายในการผลิตให้มีคุณภาพเหมือนกันทุกที่ได้อีกด้วย เพราะระบบเซนเซอร์จะช่วยให้รู้ค่าความชื้นของดิน รู้ว่าต้องให้น้ำมากขนาดไหนถึงจะได้ผลผลิตที่ดี แม้ว่าการลงทุนด้านเทคโนโลยีในครั้งแรกจะต้องมีค่าใช้จ่าย แต่เมื่อคิดถึงความคุ้มค่าในการใช้งานระยะยาว และผลผลิตที่เพิ่มขึ้นเพียง 5-10% เมื่อเทียบกับการไม่มีผลผลิตเลยมันคุ้มค่ามาก
เช่นเดียวกับนายณัฐ มั่นคง เจ้าของฟาร์มโคโค่ เมล่อน เล่าไปในทิศทางเดียวกันว่า การมีแอปพลิเคชันจะช่วยให้สามารถขยายฟาร์มได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าต้องอยู่ใกล้พื้นที่อีกฟาร์มหนึ่ง เพราะระบบเซนเซอร์จะรายงานผลแบบเรียลไทม์มายังแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ และต่อไปตนเองก็ไม่ต้องนำมือไปซุกดิน เพื่อคาดคะเนความชื้นที่อาจจะไม่แม่นยำเสมอไปอีกด้วย


