Eclair คือชื่อเรียกระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 2.1 เวอร์ชันใหม่ล่าสุดในขณะนี้ ความน่าสนใจของ Eclair คือการมีดีกรีเป็นจุดขายหลักของ"ไมล์สโตน" เพราะโมโตโรลาไมล์สโตนถือเป็นเครื่องสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่วางจำหน่ายพร้อมแอนดรอยด์เวอร์ชันนี้ ถ้าไม่นับรวม Nexus One สมาร์ทโฟนที่กูเกิลวางจำหน่ายและจัดการผลิตภัณฑ์เองและมียอดขายไม่ค่อยดีเท่าที่ควร
โมโตโรล่า ดรอยด์ (Droid) หรือ ไมล์สโตน (Milestone) ตามชื่อที่วางจำหน่ายในประเทศไทย ถูกมองว่าเป็นการเติม"ฝันที่เป็นจริง"ให้กับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ในฐานะคู่แข่งของไอโฟนโดยเฉพาะ ซึ่งจากยอดการจำหน่ายในสหรัฐฯ เมื่อเทียบจำนวนวันที่เท่ากันกับการจำหน่ายไอโฟน 1 ล้านเครื่อง ไมล์สโตน สามารถทำยอดขายไปได้ทั้งหมด 1.05 ล้านเครื่องแล้วในขณะนี้
ในต่างประเทศมีการวิเคราะห์ว่า ช่วงเวลาจำหน่ายของไมล์สโตนที่อยู่ในช่วงเทศกาลหยุดยาวสิ้นปี ซึ่งเป็นช่วงที่สังคมอเมริกันมีการจับจ่ายซื้อขายมากกว่าปกติ ไมล์สโตนจึงสามารถทำยอดเปิดสนามได้ดีกว่าไอโฟน รวมไปถึงเครือข่ายอย่าง Verizon ที่ถือว่าใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ และกระแสการเติบโตของสมาร์ทโฟน ล้วนกระตุ้นตลาดไมล์สโตนแบบฉุดไม่อยู่
หลายคนสงสัยว่าทำไมทรูมูฟจึงทำตลาดสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของโมโตโรลาในชื่อไมล์สโตน คำตอบคือชื่อดรอยด์และไมล์สโตนนั้นมีความแตกต่างกันอยู่ โดยในสหรัฐฯ Verizon ให้บริการในระบบ CDMA ดังนั้น ดรอยด์จึงถือเป็นเครื่องที่รองรับระบบ CDMA เท่านั้น ขณะที่ ไมล์สโตน เป็นชื่อที่จะใช้งานได้ในเครือข่าย GSM
จุดนี้ต้องบอกว่า เครื่องที่ทรูมูฟนำเข้ามาจำหน่ายและเครื่องหิ้วในตลาดมืดก็ยังมีความแตกต่างกัน โดยเครื่องทรูจะรองรับ 3G ที่คลื่นความถี่ 850/2100MHz ขณะที่เครื่องในตลาดเกรย์มาเก็ต (ซึ่งหิ้วมาจากยุโรป) จะรองรับในคลื่นความถี่ 900/2100MHz
ย้อนอดีดโอเอส "หุ่นเขียว"
ขณะนี้คงได้เวลายอมรับกันแล้วว่า การพัฒนาของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ถือว่าเป็นโอเอสที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วที่สุด แม้จะเปิดตัวออกมาได้ไม่นาน ยิ่งรวมกับกระแสของสมาร์ทโฟนที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน ยิ่งทำให้นักวิเคราะห์หลายๆสำนักต่างฟันธงเป็นเสียงเดียวกันว่า แอนดรอยด์กำลังมาแรง
เวอร์ชันแอนดรอยด์ที่วางจำหน่ายในเมืองไทยปัจจุบันส่วนใหญ่คือ เวอร์ชัน 1.5 ถูกเปิดตัวเมื่อ 30 เมษายน 2009 ที่ผ่านมาในโค้ดเนมชื่อ "Cupcake" ถือว่าเป็นเวอร์ชันแรกที่สามารถบุกเบิกตลาดได้เห็นเป็นรูปธรรมที่สุด
หลังจากนั้นราวๆช่วงเดือนกันยายน ก็ได้มีการออกมาอัปเดทเวอร์ชันขึ้นมาเป็น 1.6 ในโค้ดเนมชื่อ "Donut" ที่มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการใช้งาน แอนดรอยด์ มาเก็ตเพลส ปรับปรุงหน้าโหมดกล้องและการบันทึกวิดีโอ รวมไปถึงส่วนแสดงผลแกลลอรี่ต่างๆ รวมไปถึงได้มีการพัฒนาเพิ่มในส่วนของคำสั่งเสียงในการค้นหา
กระทั่งปลายเดือนตุลาคม กูเกิลจึงเปิดตัวแอนดรอยด์เวอร์ชัน 2.0 ออกสู่สาธารณชนในชื่อโค้ดเนมว่า "Eclair" ที่เพิ่มความสามารถในเรื่องของบัญชีอีเมล ที่สามารถใช้งานได้หลายบัญชีพร้อมกัน
และยังพัฒนาในส่วนติดต่อผู้ใช้ ในเมนูรายชื่อผู้ติดต่อที่สามารถเลือกได้ว่าจะทำอะไร เช่น โทรศัพท์ ส่งข้อความ อีเมล และแอปพลิเคชันอื่นๆ ที่สามารถนำมาเชื่อมต่อเข้ากับในส่วนนี้อย่างเฟสบุ๊กเป็นต้น
ถัดมาใส่ส่วนของกล้อง ก็มีการพัฒนาเพิ่มเข้ามาตามความสามารถของตัวเครื่อง ที่มีแฟลชสามารถเลือกปรับโหมดได้ เพิ่มดิจิตอลซูม โหมดถ่ายภาพ ปรับไวท์บาลานซ์ ใส่เอฟเฟกต์ และโหมดมาโครเพิ่มขึ้นมา
รายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆที่เพิ่มขึ้นมาสำหรับนักพัฒนาอย่างเช่น เบราว์เซอร์รองรับ HTML5 ตัว API รองรับขนาดหน้าจอที่หลากหลายมากขึ้น รองรับการใช้งานมัลติทัช 3 จุด และสนับสนุน บลูทูธ 2.1
ช่วงนี้เองที่กูเกิลเริ่มทำตลาดสมาร์ทโฟนของตัวเองในนาม "Nexus One" ซึ่งจากที่ควรจะใช้เวอร์ชัน 2.0 กลับกลายเป็นใช้เวอร์ชัน 2.1 แทน ทำให้การพัฒนาของ 2.0 หยุดลง และเครื่องรุ่นใหม่ที่จะออกต่อจากนี้จะหันมาใช้ 2.1 เป็นเวอร์ชันหลัก รวมไปถึงการเปิดอัปเดทเครื่องรุ่นเก่าๆ ให้กลายมาเป็น 2.1
น่าเสียดายที่แอนดรอยด์ถูกวิจารณ์ว่า การเปลี่ยนแปลงจากเวอร์ชัน 2.0 มาเป็น 2.1 นั้นแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนเลยในส่วนของผู้ใช้ทั่วไป จุดสังเกตที่เห็นได้มีเพียงภาพพื้นหลังที่ขยับได้และเพิ่มการทำงานทางด้านระบุพิกัดแผนที่เข้ามา เช่นเดียวกับแง่ของนักพัฒนา ที่จะมีการเปลี่ยนเวอร์ชันของ API ที่รองรับมาเป็น 7 เท่านั้นเอง
Eclair เตรียมบุกไทย!
ขณะที่ความเคลื่อนไหวภายในประเทศไทยเองนั้น เวนเดอร์ที่จำหน่ายโทรศัพท์หลายๆราย ทั้งที่เคยจำหน่ายแอนดรอยด์มาแล้ว และกำลังวางแผนที่จะนำแอนดรอยด์เข้ามาจำหน่าย ต่างมุ่งเป้าไปที่แอนดรอยด์ 2.1 กันทั้งนั้น ซึ่งเชื่อว่าในไตรมาสที่ 2 นี้ จะมีแอนดรอดย์ 2.1 อยู่ในตลาดไม่ต่ำกว่า 10 รุ่น แน่นอน
เริ่มกันจากเครื่องที่มีการเปิดให้จองกันในขณะนี้อย่าง โมโตโรลา ไมล์สโตน ที่ทางทรูนำเข้ามาวางจำหน่าย และพร้อมส่งมอบเครื่องให้กับผู้จองตั้งแต่วันที่ 3 นี้ โดยผู้จอง 1,000 คนแรกจะได้รับ Multimedia Docking Station ซึ่งเครื่องล็อตแรกที่เข้ามา มีจำนวนทั้งหมด 10,000 เครื่องเท่านั้น
ขณะที่แบรนด์ดังอย่างเอชทีซีเอง ก็ไม่น้อยหน้าเตรียมวางจำหน่ายทั้ง HTC Legend ซึ่งใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เวอร์ชัน 2.1 ในราคาใกล้เคียงกับไมล์สโตน แน่นอนว่าทางเอชทีซีเอง ก็ไม่ได้ทิ้งกลุ่มลูกค้าเดิมที่ซื้อเครื่องไปแล้ว เพราะล่าสุดมีประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้วว่าทั้ง Tattoo Magic และ Hero สามารถนำมาอัปเกรดให้เป็น 2.1 ได้ทุกรุ่น
ฝั่งแบรนด์เกาหลีอย่างซัมซุง ที่ปล่อย Galexy Spica ออกมาเป็นตัวชูโรงในระบบปฏิบัติการดังกล่าว ก็ได้มีการออกมาประกาศว่าผู้ใช้สามารถนำเครื่องไปอัปเกรดได้เช่นกัน ส่วนทางแอลจีเอง ก็วางแพลนไว้ว่าจะมีการเปิดตัวเครื่องที่ใช้แอนดรอยด์ภายในไตรมาส 2
ผู้ที่ใช้เครื่องเฮาส์แบรนด์อย่างไอ-โมบาย และเวลคอม คงยังไม่สามารถบอกได้ว่าทางศูนย์บริการของทั้ง 2 เจ้ามีนโยบายที่จะอัปเกรดเครื่องให้กับผู้ใช้หรือไม่ แต่ที่แน่ๆเชื่อว่าสมาชิกผู้เชี่ยวชาญในอินเทอร์เน็ตทั้งหลาย ต่างเตรียมพร้อมที่จะนำรอมที่เป็น 2.1 มาลงเพื่อใช้ในเครื่องกันอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่นับความเคลื่อนไหวในต่างประเทศที่แต่ละค่ายเปิดตัวกันออกมาให้เชยชม และคาดว่าจะมีการนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยราวๆช่วงสิ้นปี ทำให้เชื่อว่าปี้นี้การแข่งขันในตลาดแอนดรอยด์ดุเดือดแน่นอน
ส่วนใครที่ไม่อยากรอ ลองเข้าไปดูรายละเอียดการจองของโมโตโรลา ไมล์สโตนก่อนได้ที่นี่ ซึ่งเมื่อเห็นราคาเปิดตัว 18,500 บาท ก็ต้องยกนิ้วให้ทรูมูฟที่ใจกล้าบ้าบิ่นทำราคาได้ขนาดนี้ เพราะราคาจำหน่ายในสหรัฐฯขณะเปิดตัวก็ปาเข้าไป 599 เหรียญ หรือประมาณ 20,000 บาทแล้ว
Company Relate Link :
Android
Motorola
HTC
Samsung
LG


