นายกฯ วางเป้าแอนนิเมชั่นไทย ป้อนงานสู่ตลาดโลกตามรอยดีทรอยด์เอเซีย ในระยะเวลา 10 ปี เห็นช่องกระแสดิจิตอลคอนเทนต์ตลาดโลกบูมในโลกยุคใหม่มีเดียไม่มีข้อจำกัด ทั้งสื่อทีวี อินเตอร์เน็ต มอบหมายไอซีที – ซิป้า เสนอแผนส่งเสริมเข้า ครม.
เมื่อวานนี้(12 มกราคม)พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีเปิดงาน Thailand Animation & Multimedia (TAM 2006) โดยกล่าวว่านับถึงวันนี้ เริ่มมองเห็นอนาคตวงการแอนนิเมชั่นของไทยชัดเจนขึ้นเรื่อยๆจากการที่รัฐบาลให้การสนับสนุนให้กับอุตสาหกรรม มีการลองผิดลองถูกในการที่จะพัฒนาหรือสร้างอุตสาหรรมแอนนิเมชั่นจนมาเข้าสู่ปีที่3 ซึ่งนับจากนี้ภายในระยะเวลา 5 ปี เริ่มเห็นผลในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดและคาดว่าภายในระยะเวลา 10 ปีอุตสาหกรรมแอนนิเมชั่นจะเกิดความชัดเจนในระดับการเป็นศูนย์กลางในการส่งออกโดยมีเป้าหมายศูนย์กลางของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เพื่อเป็นการส่งเสริมอุตสาหกกรรมและให้เป็นไปตามเป้าหมายรัฐบาล นกยกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและสำนักงานส่งเสริมส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า กลับไปจัดทำแผนส่งเสริมด้าน แอนนิเมชั่นและมัลติมีเดีย ให้ชัดเจน มานำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อทำการส่งเสริมอุตสาหกรรมนี้ให้เกิดความเข้มแข็งในระยาว
ทั้งนี้รัฐบาลพร้อมรอดูแผนงานโครงการและพร้อมเตรียมงบประมาณในการสนับสนุนเพื่อให้แอนนิเมชั่นเกิดขึ้นอย่างเข้มแข็งในประเทศไทย เพื่อที่จะทำให้เกิดความชัดเจนที่จะกระตุ้นการลงทุนภายในประเทศ ทั้งผู้ผลิตไทย หรือนักลงทุนต่างชาติ ในการสร้างผลงานออกสู่ตลาดไทยและการส่งผลงานไปยังตลาดโลก โดยพบว่าแอนนิเมชั่นเป็นอุตสาหกรรมที่จะมีบทบาทเชื่อมโยงไปถึงอุตสาหกรรมอื่นด้วย
“ในโลกยุคใหม่มีเดียไม่มีข้อจำกัด แต่คอนเทนท์จะเป็นคิงออฟเวิล์ด ของมัลติมีเดีย ซึ่งเทเลวิชั่น และ เทเลคอมวิชั่น จะทำให้คอนเทนสำคัญมากยิ่งขึ้น”นายกรัฐมนตรี กล่าว
ทั้งนี้จะต้องเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้มีส่วนร่วมในการคิดและสร้างสรรค์ผลงานดังกล่าวด้วยโดยเชื่อว่าเด็กไทยมีความสามารถไม่น้อยกว่าชาติอื่น ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องให้ความร่วมมือในการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจด้านเทคโนโลยีดังกล่าว เช่นอาจเป็นลักษณะเปิดให้มีการเรียนการสอนฟรีสำหรับเด็กที่มีความตั้งใจจริง ทั้งนี้เชื่อว่าประเทศไทยจะกลายเป็นผู้นำแอนนิเมชั่นในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ๆ ได้ในอนาคต ถ้าเกิดผู้รู้และผู้มีความสามารถเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ในทุก ๆ ปี
ในมุ่งมองของภาครัฐอยากให้ ลบภาพของเด็กๆที่มานั่งเล่นเกมแต่หันมาสร้างสรรค์งานด้านแอนนิเมชั่นแทน ไม่ว่าจะเป็น การ์ตูน หนังโฆษณา มุ่งเน้นให้เกิดการสร้างคนเหมือนกับการโยนฟุตบอลให้เล่น ต้องค่อยสอนภายใต้หลักสูตรอิมเมจิเนชั่น
นางเครือวัลย์ สมณะ ประธานกรรมการ ซิป้า กล่าวว่า ตลอดเวลา 2 ปี ที่ซิป้าได้มีการส่งเสริมอุตสาหกรรมแอนนิเมชั่นมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด และทำให้ผู้ลงทุนในด้านนี้ เกิดความเข้มแข็ง โดยเฉพาะการสร้างบุคลากรป้อนสู่ตลาดที่ซิป้าได้พัฒนาขึ้นมาแล้ว 500 คน ในการฝึกอบรมให้ความรู้ อีกทั้งการเป็นคนกลางในการประสานงานด้านการลงทุน ซึ่งในขณะนี้ต่างชาติทั้งในแถบอเมริกา และยุโรปนั้นได้ให้ความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในไทย หรือแม้กระทั่ง นักพัฒนาผลงาน ได้มีการเข้าไปร่วมงานในอุตสาหกรรมแอนนิเมชั่นของฮอลลีวู้ดไปแล้วถึง 5 คน
จำนวนเม็ดเงินที่กลับเข้าสู่ประเทศนั้น ขณะนี้ซิป้ากำลังรวบรวมตัวเลขมูลค่าที่แท้จริง จากการที่ส่งเสริมการลงทุนและส่งออกตลอดเวลาที่ให้การสนับสนุน แต่ผู้ผลิตนั้นไม่เคยแจ้งตัวเลขที่กลับมาอย่างแท้จริง ทำให้ไม่สามารถทำแผนส่งเสริมให้เกิดความชัดเจนได้ อย่างล่าสุดข้อมูลที่ได้จากการสอบถาม 2 บริษัทที่มีการรับจ้างผลิตเกมส์ ส่งไปยังต่างประเทศ ในส่วนนี้เม็ดเงินเข้ามากว่า 1,500ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าอีกหลายๆบริษัทที่ไม่แจ้งคงจะมีรายได้อยู่ในระดับนี้หรือสูงกว่า
นายมนู อรดีดลเชษฐ์ ผู้อำนวยการซิป้า กล่าวว่า แอนนิเมชั่น เป็นอุตสาหกรรมระดับตลาดโลกมีมูลค่าถึง 1-2 หมื่นล้านบาท โดยปัจจุบันมีบริษัทเอกชนทั่วโลกเข้าสู่อุตสาหกรรมดังกล่าวกว่า 20-30 เปอร์เซนต์ ซึ่งการจัดงาน TAM 2006 ครั้งนี้ ประเด็นคือการสร้างความตื่นตัวให้กับทุกองค์กร โดยในปีนี้การตอบรับจากต่างประเทศดีกว่าปีที่ผ่านมา โดยมีบริษัทต่างประเทศให้ความร่วมมือเข้าร่วมงานกว่า 20 แห่งจากปีที่ผ่านที่มีเพียง 10กว่าแห่ง โดยตัวการ์ตูนดังกล่าวจะมีทั้งจากฮอลลิวู๊ด และเกาหลี โดยคาดว่าจะมีผู้ร่วมชมงานมากกว่า 200,000 คน และคาดเงินสะพัด 2.5 พันล้านบาท
สำหรับแนวทางการส่งเสริมด้านผลงานนั้น ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมทั้งซิป้าได้ร่วมกันศึกษาแนวคิดในการศึกษาหาพื้นที่ทำศาลานิคมอุตสาหกรรมแอนนิเมชั่น มีเดีย เพื่อเปิดโอกาสให้คนตั้งแต่เด็กและไปจนถึงผู้ใหญ่ได้เข้าไปศึกษาระบบดังกล่าว ซึ่งถ้านิคมอุตสาหกรรมดังกล่าวออกมาได้ ในส่วนของซิป้าเองมีหน้าที่ทำด้านคอนเทรน วิธีการสอนและให้ความรู้ ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเยาวชนไทย
“สำหรับงบประมาณในการสร้างนิคมดังกล่าว ยังกำหนดไม่ได้ เป็นเพียงแนวคิดเบื้องต้น ยังไม่ได้พื้นที่ คาดว่าจะได้ที่จุฬาไฮเทค แต่การเจรจาไม่ลงตัวด้านการลงทุน ดังนั้นนิคมจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่จึงบอกไม่ได้ตอนนี้”
งาน (TAM 2006) จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 12-15 มกราคม 2549 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อเป็นอีกหนึ่งเวทีที่จะแสดงศักยภาพให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีการผลิตแอนิเมชั่น และมัลติมีเดียในภูมิภาคอาเซียน โดยในส่วนของพื้นที่แสดงนิทรรศการงานแสดงสินค้านั้น จะประกอบด้วยพื้นที่กว่า 15,000 ตารางเมตร โดยส่วนของ Plenary Hall ภายใต้คอนเซปต์ Creative Thinking ซึ่งจะมีบูทกว่า 150 บูทที่นำเสนอสุดยอดผลงานแอนิเมชั่นและมัลติมีเดีย แสดงเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และสิ่งสร้างสรรค์ทางด้าน Computer Arts งาน Animation and Multimedia จากกลุ่มบริษัทซอฟต์แวร์แอนนิเมชั่นและมัลติมีเดียทั้งในประเทศและต่างประเทศ ร่วมด้วยโซน C ชั้น1 และ 2 จะเป็น บูทเกี่ยวกับการจำหน่ายอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ค่ายยักษ์ใหญ่ไอทีในส่วนต่างๆที่จะนำนวัตกรรมเทคโนโลยีไฮเทคใหม่มาเสนอ พร้อมทั้งสถาบันสอนด้าน IT และบริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยการจัดงานในครั้งนี้นับว่าเป็นงานเดียวที่ได้รวบรวมผลงานทางด้านแอนิเมชั่น และมัลติมีเดีย อันสร้างสรรค์และได้รับการพัฒนาไว้อย่างครบวงจรเลยทีเดียว
โดย การจัดงานในครั้งนี้ ยังได้ผู้สนับสนุนหลายฝ่าย เช่น บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน), บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT Telecom, บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด, และบริษัท อินิทรี้ ดิจิตอล จำกัด ผู้ให้บริการเกมออนไลน์ “ปังย่า” รวมไปถึงบรรดาผู้ผลิตแอนนิเมชั่น อาทิ บริษัท อิเมจิแมกซ์, บริษัท เชียงใหม่ดิจตอลเวิร์ค, บริษัท วิตา แอนนิเมชั่น มาร่วมสร้างสีสันให้กับงาน
เมื่อวานนี้(12 มกราคม)พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีเปิดงาน Thailand Animation & Multimedia (TAM 2006) โดยกล่าวว่านับถึงวันนี้ เริ่มมองเห็นอนาคตวงการแอนนิเมชั่นของไทยชัดเจนขึ้นเรื่อยๆจากการที่รัฐบาลให้การสนับสนุนให้กับอุตสาหกรรม มีการลองผิดลองถูกในการที่จะพัฒนาหรือสร้างอุตสาหรรมแอนนิเมชั่นจนมาเข้าสู่ปีที่3 ซึ่งนับจากนี้ภายในระยะเวลา 5 ปี เริ่มเห็นผลในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดและคาดว่าภายในระยะเวลา 10 ปีอุตสาหกรรมแอนนิเมชั่นจะเกิดความชัดเจนในระดับการเป็นศูนย์กลางในการส่งออกโดยมีเป้าหมายศูนย์กลางของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เพื่อเป็นการส่งเสริมอุตสาหกกรรมและให้เป็นไปตามเป้าหมายรัฐบาล นกยกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและสำนักงานส่งเสริมส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า กลับไปจัดทำแผนส่งเสริมด้าน แอนนิเมชั่นและมัลติมีเดีย ให้ชัดเจน มานำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อทำการส่งเสริมอุตสาหกรรมนี้ให้เกิดความเข้มแข็งในระยาว
ทั้งนี้รัฐบาลพร้อมรอดูแผนงานโครงการและพร้อมเตรียมงบประมาณในการสนับสนุนเพื่อให้แอนนิเมชั่นเกิดขึ้นอย่างเข้มแข็งในประเทศไทย เพื่อที่จะทำให้เกิดความชัดเจนที่จะกระตุ้นการลงทุนภายในประเทศ ทั้งผู้ผลิตไทย หรือนักลงทุนต่างชาติ ในการสร้างผลงานออกสู่ตลาดไทยและการส่งผลงานไปยังตลาดโลก โดยพบว่าแอนนิเมชั่นเป็นอุตสาหกรรมที่จะมีบทบาทเชื่อมโยงไปถึงอุตสาหกรรมอื่นด้วย
“ในโลกยุคใหม่มีเดียไม่มีข้อจำกัด แต่คอนเทนท์จะเป็นคิงออฟเวิล์ด ของมัลติมีเดีย ซึ่งเทเลวิชั่น และ เทเลคอมวิชั่น จะทำให้คอนเทนสำคัญมากยิ่งขึ้น”นายกรัฐมนตรี กล่าว
ทั้งนี้จะต้องเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้มีส่วนร่วมในการคิดและสร้างสรรค์ผลงานดังกล่าวด้วยโดยเชื่อว่าเด็กไทยมีความสามารถไม่น้อยกว่าชาติอื่น ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องให้ความร่วมมือในการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจด้านเทคโนโลยีดังกล่าว เช่นอาจเป็นลักษณะเปิดให้มีการเรียนการสอนฟรีสำหรับเด็กที่มีความตั้งใจจริง ทั้งนี้เชื่อว่าประเทศไทยจะกลายเป็นผู้นำแอนนิเมชั่นในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ๆ ได้ในอนาคต ถ้าเกิดผู้รู้และผู้มีความสามารถเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ในทุก ๆ ปี
ในมุ่งมองของภาครัฐอยากให้ ลบภาพของเด็กๆที่มานั่งเล่นเกมแต่หันมาสร้างสรรค์งานด้านแอนนิเมชั่นแทน ไม่ว่าจะเป็น การ์ตูน หนังโฆษณา มุ่งเน้นให้เกิดการสร้างคนเหมือนกับการโยนฟุตบอลให้เล่น ต้องค่อยสอนภายใต้หลักสูตรอิมเมจิเนชั่น
นางเครือวัลย์ สมณะ ประธานกรรมการ ซิป้า กล่าวว่า ตลอดเวลา 2 ปี ที่ซิป้าได้มีการส่งเสริมอุตสาหกรรมแอนนิเมชั่นมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด และทำให้ผู้ลงทุนในด้านนี้ เกิดความเข้มแข็ง โดยเฉพาะการสร้างบุคลากรป้อนสู่ตลาดที่ซิป้าได้พัฒนาขึ้นมาแล้ว 500 คน ในการฝึกอบรมให้ความรู้ อีกทั้งการเป็นคนกลางในการประสานงานด้านการลงทุน ซึ่งในขณะนี้ต่างชาติทั้งในแถบอเมริกา และยุโรปนั้นได้ให้ความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในไทย หรือแม้กระทั่ง นักพัฒนาผลงาน ได้มีการเข้าไปร่วมงานในอุตสาหกรรมแอนนิเมชั่นของฮอลลีวู้ดไปแล้วถึง 5 คน
จำนวนเม็ดเงินที่กลับเข้าสู่ประเทศนั้น ขณะนี้ซิป้ากำลังรวบรวมตัวเลขมูลค่าที่แท้จริง จากการที่ส่งเสริมการลงทุนและส่งออกตลอดเวลาที่ให้การสนับสนุน แต่ผู้ผลิตนั้นไม่เคยแจ้งตัวเลขที่กลับมาอย่างแท้จริง ทำให้ไม่สามารถทำแผนส่งเสริมให้เกิดความชัดเจนได้ อย่างล่าสุดข้อมูลที่ได้จากการสอบถาม 2 บริษัทที่มีการรับจ้างผลิตเกมส์ ส่งไปยังต่างประเทศ ในส่วนนี้เม็ดเงินเข้ามากว่า 1,500ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าอีกหลายๆบริษัทที่ไม่แจ้งคงจะมีรายได้อยู่ในระดับนี้หรือสูงกว่า
นายมนู อรดีดลเชษฐ์ ผู้อำนวยการซิป้า กล่าวว่า แอนนิเมชั่น เป็นอุตสาหกรรมระดับตลาดโลกมีมูลค่าถึง 1-2 หมื่นล้านบาท โดยปัจจุบันมีบริษัทเอกชนทั่วโลกเข้าสู่อุตสาหกรรมดังกล่าวกว่า 20-30 เปอร์เซนต์ ซึ่งการจัดงาน TAM 2006 ครั้งนี้ ประเด็นคือการสร้างความตื่นตัวให้กับทุกองค์กร โดยในปีนี้การตอบรับจากต่างประเทศดีกว่าปีที่ผ่านมา โดยมีบริษัทต่างประเทศให้ความร่วมมือเข้าร่วมงานกว่า 20 แห่งจากปีที่ผ่านที่มีเพียง 10กว่าแห่ง โดยตัวการ์ตูนดังกล่าวจะมีทั้งจากฮอลลิวู๊ด และเกาหลี โดยคาดว่าจะมีผู้ร่วมชมงานมากกว่า 200,000 คน และคาดเงินสะพัด 2.5 พันล้านบาท
สำหรับแนวทางการส่งเสริมด้านผลงานนั้น ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมทั้งซิป้าได้ร่วมกันศึกษาแนวคิดในการศึกษาหาพื้นที่ทำศาลานิคมอุตสาหกรรมแอนนิเมชั่น มีเดีย เพื่อเปิดโอกาสให้คนตั้งแต่เด็กและไปจนถึงผู้ใหญ่ได้เข้าไปศึกษาระบบดังกล่าว ซึ่งถ้านิคมอุตสาหกรรมดังกล่าวออกมาได้ ในส่วนของซิป้าเองมีหน้าที่ทำด้านคอนเทรน วิธีการสอนและให้ความรู้ ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเยาวชนไทย
“สำหรับงบประมาณในการสร้างนิคมดังกล่าว ยังกำหนดไม่ได้ เป็นเพียงแนวคิดเบื้องต้น ยังไม่ได้พื้นที่ คาดว่าจะได้ที่จุฬาไฮเทค แต่การเจรจาไม่ลงตัวด้านการลงทุน ดังนั้นนิคมจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่จึงบอกไม่ได้ตอนนี้”
งาน (TAM 2006) จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 12-15 มกราคม 2549 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อเป็นอีกหนึ่งเวทีที่จะแสดงศักยภาพให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีการผลิตแอนิเมชั่น และมัลติมีเดียในภูมิภาคอาเซียน โดยในส่วนของพื้นที่แสดงนิทรรศการงานแสดงสินค้านั้น จะประกอบด้วยพื้นที่กว่า 15,000 ตารางเมตร โดยส่วนของ Plenary Hall ภายใต้คอนเซปต์ Creative Thinking ซึ่งจะมีบูทกว่า 150 บูทที่นำเสนอสุดยอดผลงานแอนิเมชั่นและมัลติมีเดีย แสดงเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และสิ่งสร้างสรรค์ทางด้าน Computer Arts งาน Animation and Multimedia จากกลุ่มบริษัทซอฟต์แวร์แอนนิเมชั่นและมัลติมีเดียทั้งในประเทศและต่างประเทศ ร่วมด้วยโซน C ชั้น1 และ 2 จะเป็น บูทเกี่ยวกับการจำหน่ายอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ค่ายยักษ์ใหญ่ไอทีในส่วนต่างๆที่จะนำนวัตกรรมเทคโนโลยีไฮเทคใหม่มาเสนอ พร้อมทั้งสถาบันสอนด้าน IT และบริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยการจัดงานในครั้งนี้นับว่าเป็นงานเดียวที่ได้รวบรวมผลงานทางด้านแอนิเมชั่น และมัลติมีเดีย อันสร้างสรรค์และได้รับการพัฒนาไว้อย่างครบวงจรเลยทีเดียว
โดย การจัดงานในครั้งนี้ ยังได้ผู้สนับสนุนหลายฝ่าย เช่น บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน), บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT Telecom, บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด, และบริษัท อินิทรี้ ดิจิตอล จำกัด ผู้ให้บริการเกมออนไลน์ “ปังย่า” รวมไปถึงบรรดาผู้ผลิตแอนนิเมชั่น อาทิ บริษัท อิเมจิแมกซ์, บริษัท เชียงใหม่ดิจตอลเวิร์ค, บริษัท วิตา แอนนิเมชั่น มาร่วมสร้างสีสันให้กับงาน


